การพัฒนาหลักสูตรภัยพิบัติแผ่นดินไหวสำหรับเยาวชนและประชาชน จังหวัดเชียงราย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาหลักสูตรภัยพิบัติแผ่นดินไหวสำหรับเยาวชนและประชาชน จังหวัดเชียงราย และ 2) เพื่อประเมินการใช้หลักสูตรภัยพิบัติแผ่นดินไหวสำหรับเยาวชนและประชาชน จังหวัดเชียงราย ในการวิจัยครั้งนี้มีกลุ่มเป้าหมายที่ศึกษา 4 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มผู้ให้ข้อมูลพื้นฐานและความต้องการในการพัฒนาหลักสูตร คือ เยาวชนและประชาชน จำนวน 880 คน และ ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน 2) กลุ่มผู้เชี่ยวชาญพัฒนาหลักสูตร คือ ผู้ทรงคุณวุฒิประเมินเหมาะสมของหลักสูตร 15 คน และ ผู้ทรงคุณวุฒิในการสนทนากลุ่ม 10 คน 3) กลุ่มที่ใช้หลักสูตร คือ เยาวชน 11 อำเภอ และประชาชน 5 อำเภอ 4) กลุ่มผู้ประเมินการใช้หลักสูตร คือ เยาวชน และประชาชน และผู้เชี่ยวชาญทางด้านจัดการศึกษาเกี่ยวกับหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ 1) แบบสอบถามการพัฒนาหลักสูตร 2) แบบสัมภาษณ์ 3) แบบประเมินความเหมาะสมของหลักสูตร 4) แบบบันทึกการสนทนากลุ่มวิพากษ์หลักสูตร 5) หลักสูตรภัยพิบัติแผ่นดินไหว 6) แบบบันทึกการสังเกต 7) แบบสัมภาษณ์การใช้หลักสูตร 8) แบบสอบถามความคิดเห็นที่มีต่อหลักสูตร 9) แบบทดสอบความรู้ และ 10) แบบบันทึกการสนทนากลุ่มเกี่ยวกับผลการใช้หลักสูตร มีการดำเนินงานวิจัย 4 ขั้นตอน คือ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐานและความต้องการในการพัฒนาหลักสูตร 2) ออกแบบหลักสูตรภัยพิบัติแผ่นดินไหว 3) ทดลองใช้หลักสูตร และ 4) ประเมินหลักสูตร มีการวิเคราะห์ข้อมูล โดยหาค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ( ) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัย มีดังนี้1. การพัฒนาหลักสูตรภัยพิบัติแผ่นดินไหว พบว่า 1.1 ความคิดเห็นเกี่ยวกับความต้องการในการพัฒนาหลักสูตรภัยพิบัติแผ่นดินไหว สำหรับเยาวชนและประชาชน จังหวัดเชียงราย พบว่า ทั้งเยาวชนและประชาชนมีความคิดเห็นเกี่ยวกับความต้องการหลักสูตรภัยพิบัติแผ่นดินไหวในระดับมาก ทั้งนี้จากการสัมภาษณ์มีประเด็นที่สำคัญ คือ สิ่งสำคัญในการให้ความรู้ควรชี้ให้เห็นความสำคัญและสร้างความตระหนักของการเรียนรู้ภัยพิบัติแผ่นดินไหวเพื่อทำให้เห็นคุณค่าและประโยชน์เป็นอันดับแรก ควรเน้นสร้างความรู้ความเข้าใจ โดยใช้กิจกรรมที่เอื้อตามบริบทของเยาวชน และประชาชน ตามประเด็นและหลักการของการเกิดภัยพิบัติแผ่นดินไหว 1.2 หลักสูตรภัยพิบัติแผ่นดินไหว มี 2 หลักสูตร คือ หลักสูตรสำหรับเยาวชนและหลักสูตรสำหรับประชาชน ทั้ง 2 หลักสูตร มีความเหมาะสมในระดับมาก ซึ่งมีค่าเฉลี่ย 4.39 และ 4.37 ตามลำดับ และจากการจัดสนทนากลุ่มให้คำนึงถึงบริบทในการเกิดสถานการณ์จริง มีการปรับปรุงและจัดทำเป็นหลักสูตรฉบับสมบูรณ์เพื่อนำไปทดลองใช้ โดยสรุป ทั้ง 2 หลักสูตร มี 9 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) หลักการและเหตุผล 2) วัตถุประสงค์ของหลักสูตร 3) ระยะเวลา 4) กลุ่มเป้าหมาย 5) แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 6) คำชี้แจงการใช้คู่มือหลักสูตร 7) โครงสร้างหลักสูตร 8) กิจกรรมการเรียนรู้ และ 9) การประเมินผล โดยมีกิจกรรมการเรียนรู้ 4 หน่วย ได้แก่ 1) ภัยพิบัติแผ่นดินไหวใกล้ตัว 2) เตรียมตัวรับมือแผ่นดินไหว 3) เมื่อเกิดแผ่นดินไหวปลอดภัยได้ และ 4) เรียนรู้หลังเกิดแผ่นดินไหว 2. การประเมินผลการใช้หลักสูตรภัยพิบัติแผ่นดินไหวระหว่างการใช้และหลังการใช้หลักสูตร 2.1 ด้านองค์ประกอบของหลักสูตร พบว่า องค์ประกอบของหลักสูตรทั้งของเยาวชนและประชาชน มี 9 องค์ประกอบ มีความครอบคลุม และมีความเหมาะสม อีกทั้งมีความสอดคล้องกับบริบทการเกิดแผ่นดินไหวของจังหวัดเชียงราย และหลักสูตรมีความยืดหยุ่น สามารถปรับใช้ได้ตามความต้องการของการให้ความรู้ และสามารถนำไปปรับใช้ได้กับบริบทท้องถิ่นที่อาจเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้ ทั้งนี้เวลาที่ใช้กับเยาวชน จำนวน 12 ชั่วโมง มีความเหมาะสม ส่วนประชาชน 6 ชั่วโมง มีเหมาะสมดีซึ่งเอื้อต่อบริบทวิถีชีวิตของประชาชน 2.2 ด้านกระบวนการนำหลักสูตรไปใช้ พบว่า ในส่วนของเนื้อหามีการจัดประเด็นหัวข้อเนื้อหาที่สอดคล้องกับความต้อการของผู้ใช้หลักสูตรที่ได้มีการศึกษาความต้องการในขั้นแรก เนื้อหามีความสอดคล้องกับจุดประสงค์ของหน่วยต่าง ๆ เนื้อหามีความครอบคลุมกับองค์ความรู้เกี่ยวกับภัยพิบัติแผ่นดินไหว มีการเรียงลำดับของการถ่ายทอดเนื้อหาได้ตามหลักการเรียนรู้ มีการผสมผสานบูรณาการความรู้กับการนำไปสู่การใช้เมื่อเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวได้ เนื้อหามีความทันสมัยสอดคล้องกับเหตุการณ์ภัยพิบัติแผ่นดินไหวในปัจจุบัน ในส่วนของกิจกรรมการเรียนรู้ ทั้งของเยาวชนและประชาชนที่ ได้มีกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมและลงมือปฏิบัติ รวมถึงได้ให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากประสบการณ์ของตนเอง การวัดและประเมินผล มีความสอดคล้องกับบริบทของผู้ใช้หลักสูตร ส่วนสื่อที่ใช้ในหลักสูตรภัยพิบัติแผ่นดินไหว มีความสอดคล้องกับบริบทจริง ซึ่งทำให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ในกระบวนการนำหลักสูตรไปใช้ในภาพรวมมีความราบรื่น สามารถถ่ายทอดความรู้ในประเด็นต่าง ๆ ที่อยู่ในหลักสูตรได้ และมีบางกิจกรรมที่มีการยืดหยุ่นเพื่อให้เป็นไปตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 2.3 ด้านผลการใช้หลักสูตร 3.3.1 เยาวชนมีคะแนนเฉลี่ยหลังใช้หลักสูตรสูงกว่าก่อนใช้หลักสูตร ค่าคะแนนเฉลี่ยก่อนใช้หลักสูตรคือ 11.80 และมีคะแนนหลังใช้หลักสูตร คือ 17.65 มีคะแนนพัฒนาการสูงขึ้น 5.85 และเยาวชนมีความคิดเห็นต่อหลักสูตร โดยรวมในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.30 และเห็นด้วยกับทุกรายการในระดับมาก โดยมีรายการที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ การนำความรู้ที่อบรมไปใช้ประโยชน์ได้ และจากการสังเกตและสัมภาษณ์ พบว่า เยาวชนส่วนใหญ่ได้มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับภัยพิบัติแผ่นดินไหว ในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เยาวชนมีส่วนร่วมในสถานการณ์จำลองการปฐมพยาบาลเบื้องต้นทุกคน และในการปฏิบัติการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจากสถานการณ์จำลอง สามารถทำได้อย่างถูกต้องเป็นส่วนใหญ่ ในการสังเกตการปฏิบัติตนในการฝึกซ้อมอพยพ เยาวชนมีส่วนร่วมในสถานการณ์จำลองการฝึกซ้อมอพยพทุกคน โดยส่วนใหญ่ร่วมฝึกซ้อมได้อย่างถูกต้อง 3.3.2 ประชาชนมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการเข้าร่วมหลักสูตรภัยพิบัติแผ่นดินไหวโดยรวมในระดับเห็นด้วยมาก มีค่าเฉลี่ย คือ 4.17 และเห็นด้วยกับทุกรายการในระดับมาก โดยมีรายการที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ การมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับภัยพิบัติแผ่นดินไหวหลังจากอบรม และจากการสังเกตและสัมภาษณ์ พบว่า ประชาชนบางส่วนมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับภัยพิบัติแผ่นดินไหว โดยเฉพาะจากประสบการณ์ที่ตนเองได้พบเจอ ประชาชนสามารถบอกถึงการมีประสบการณ์ในการปฐมพยาบาล และในการสังเกตการปฏิบัติตนในการฝึกซ้อมอพยพ ก่อนการฝึกซ้อมประชาชนบางส่วน ยังมีความเข้าใจในการเอาตัวรอดที่คลาดเคลื่อน และประชาชนได้ให้ความสนใจในประเด็นของการสร้างบ้านเรือนที่จะลักษณะของบ้านเรือนแบบใดที่จะปลอดภัยเมื่อเกิดแผ่นดินไหว