กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การรับมือกับภัยธรรมชาติ จากการเรียนรู้ ศึกษาพฤติกรรมของภัย การเก็บข้อมูลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวบรวมข้อมูลเฉพาะพื้นที่ ปัจจัยสาเหตุการเกิดพิบัติภัย วิจัยต่อยอดสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์สำหรับคาดการณ์พื้นที่เสี่ยง พัฒนาอุปกรณ์เฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย เหล่านี้ เป็นเพียงความสำเร็จทางวิชาการของกระบวนการแรกเท่านั้น การนำผลงานวิจัยประยุกต์ใช้กับพื้นที่เสี่ยงภัยโดยความมีส่วนร่วมของสังคมและชุมชนที่เข้มแข็งเป็นปัจจัยสำคัญต่อประสิทธิภาพของกระบวนการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ในบางพื้นที่เสี่ยงภัยอำนาจหรือขอบเขตการดำเนินการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยไม่อาจทำได้เนื่องจากข้อจำกัดทางด้านกฎหมายของพื้นที่ทับซ้อน ส่งผลให้การจัดการรับมือภัยพิบัติเป็นเพียงการบรรเทาหรือเหตุที่เกิดเฉพาะหน้า ไม่อาจนำผลงานวิจัยทางวิชาการหรือการจัดการด้วยวิธีทางวิศวกรรมได้โดยตรง รวมถึง งบประมาณสนับสนุนที่ถูกต้องตามกรอบข้อบังคับใช้ตามกฎหมายได้ จากการศึกษาและวิจัยโดยคณะผู้วิจัยเอง ได้ผลักดันกระบวนการรับมือภัยพิบัติ โดยอาศัยองค์ความรู้จากงานวิจัยต่อยอดศึกษาพื้นที่ต้นแบบบ้านดอยช้าง ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ตั้งแต่การรวบรวมปัญหา สาเหตุ เก็บข้อมูลภาคสนาม ติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดพฤติกรรม สร้างแบบจำลองการวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์ สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน ตลอดจนการศึกษาข้อกฎหมายมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เป็นแนวทางให้สามารถนำผลการวิจัย ข้อแนะนำการจัดการแก้ปัญหาและลดผลกระทบจากการเคลื่อนตัวของดินด้วยโครงสร้างทางวิศวกรรมได้ ดังนั้น คณะผู้วิจัย จึงมีแนวคิดที่จะจัดทำกระบวนการรวบรวมข้อมูล การกำหนดรูปแบบ กรอบวิธี แนวทาง การจัดการ มาตรฐาน รวมถึงแผนแม่บทงานวิจัยด้านการจัดการภัยดินถล่ม เพื่อใช้เป็นต้นแบบสำหรับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีความเหมาะสมในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงภัยน้ำป่าไหลหลาdดินโคลนถล่ม และ ดินถล่ม ในประเทศไทย
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. identifying problem and identifying societal readiness