รูปแบบการสร้างเสริมสุขภาพจิตโดยใช้การมีส่วนร่วม(PAR)ของโรงเรียนและภาคีเครือข่ายสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาเขตอำเภอเมืองจังหวัดเชียงราย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์คือ 1.เพื่อศึกษาภาวะสุขภาพจิต และซึมเศร้า ของนักเรียนระดับประถมศึกษาในเขตอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย 2.เพื่อสร้างรูปแบบการสร้างเสริมสุขภาพจิตโดยใช้การมีส่วนร่วมของโรงเรียน ภาคีเครือข่าย และมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย โดยผู้เข้าร่วมการวิจัยเป็นนักเรียนในเขตอำเภอเมือง จำนวน 396 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ 3 ส่วน ดังนี้ 1) แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป 2) แบบประเมินพฤติกรรมเด็ก (SDQ) 3) แบบประเมินแบบคัดกรองภาวะซึมเศร้าในเด็ก (CDI) ขั้นตอนและวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล แบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ประเมินภาวะสุขภาพทางจิต และซึมเศร้าแก่นักเรียนระดับประถมศึกษาเขตอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ระยะที่ 2 พัฒนาแนวทางการสร้างเสริมสุขภาพจิต โดยใช้การมีส่วนร่วมของโรงเรียน ผลการวิจัยพบว่าพฤติกรรมเด็กอยู่ในระดับปกติ มีค่าเฉลี่ย 10.45 เช่นเดียวกับรายด้านพบว่าอยู่ในระดับปกติทุกด้าน พบว่า คะแนนพฤติกรรมด้านอารมณ์มีค่าเฉลี่ย 2.9 คะแนนพฤติกรรมความประพฤติ / เกเรมีค่าเฉลี่ย 2.71 คะแนนพฤติกรรมไม่อยู่นิ่งมีค่าเฉลี่ย 1.99 คะแนนพฤติกรรมด้านความสัมพันธ์กับเพื่อนมีค่าเฉลี่ย 2.81 ส่วนคะแนนพฤติกรรมด้านสัมพันธภาพทางสังคม เป็นจุดแข็ง มีค่าเฉลี่ย 6.26 และผลการวิเคราะห์ภาวะซึมเศร้าพบว่า ค่าเฉลี่ยภาวะซึมเศร้าเท่ากับ 14.13ถือว่าอยู่ในภาวะปกติ อย่างไรก็ตามการศึกษาพบว่า มีนักเรียนที่อยู่ในภาวะซึมเศร้า สูงถึงร้อยละ 39.4 (156 คน) ทั้งนี้โรงเรียน ภาคีเครือข่าย และมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ได้ร่วมกันสร้างแนวทางการสร้างเสริมสุขภาพจิตเด็กนักเรียนขึ้น โดยใช้การมีส่วนร่วม (PAR) สรุปได้ดังต่อไปนี้ 1. มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย โรงเรียน และผู้ปกครอง ร่วมกันประชุมเพื่อวางแผนลดปัญหาสุขภาพจิตของนักเรียน 2. โรงเรียนจัดประชุมคณาจารย์และเจ้าหน้าที่ โดยระบุปัญหาสุขภาพจิตของนักเรียนให้เป็นนโยบายของโรงเรียน รวมทั้งจัดสรรงบประมาณในการจัดกิจกรรมเพื่อลดปัญหาภาวะซึมเศร้าต่อมาจึงนำเสนอแผนที่จัดทำไว้ในที่ประชุม พิจารณาแผน และหามติ เพื่อนำแผนการสร้างเสริมสุขภาพจิตไปใช้จริง 3. โรงเรียนจัดประชุมผู้ปกครองโดยมีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายชี้แจงข้อมูลเพื่อให้ผู้ปกครองรับทราบถึงปัญหา และแผนการดำเนินงานของโรงเรียน ทั้งนี้ในส่วนของผู้ปกครองมีหน้าที่ค้นหาแนวทางแก้ไขร่วมกันพร้อมกับร่วมกันค้นหาข้อสรุป เรื่อง บทบาทของผู้ปกครองในการลดปัญหาสุขภาพจิต 4. ครูประจำชั้นติดตามพฤติกรรมของนักเรียน โดยการสังเกต และการสัมภาษณ์ รวมถึงประเมินสุขภาพจิตของนักเรียนเทอมละ 1 ครั้ง 5. ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ร่วมกับโรงเรียนจัดกิจกรรมให้กับผู้ปกครอง และครู เรื่อง “การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพกับเด็ก” เพื่อลดภาวะกดดัน และความไม่เข้าใจ ซึ่งนำไปสู่บุคลิกภาพที่นำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตได้ 6. มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย โรงเรียนและผู้ปกครอง ร่วมกันนำผลประเมินมาปรับปรุงแผนเพื่อลดปัญหาภาวะซึมเศร้าของนักเรียนในปีต่อไป 7. สำหรับนักเรียนที่มีปัญหาสุขภาพจิต จะทำการส่งต่อให้ทางมหาวิทยาลัย หรือโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์เพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป ข้อเสนอแนะโรงเรียนควรเร่งรัดการนำระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนมาใช้อย่างจริงจังและโรงเรียนควรจัดให้มีโครงสร้างการบริหารงาน นโยบายวัตถุประสงค์/บทบาทหน้าที่การดำเนินงาน และแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน ของระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ให้ชัดเจน