ชุดตรวจสอบสำเร็จรูปสำหรับตรวจวัดปริมาณโปรตีนคุณภาพสูงในแมลงอย่างรวดเร็ว และแม่นยำ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
แอล-ลิวซีน เป็นโปรตีนที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย โดยโปรตีนในแมลงถือว่าเป็นโปรตีนทางเลือกที่มีคุณภาพสูง ในงานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างชุดตรวจสอบสำเร็จรูปสำหรับตรวจวัดปริมาณโปรตีนคุณภาพสูงในแมลงอย่างรวดเร็ว และแม่นยำ โดยอาศัยเทคนิคไบโอเซนเซอร์ เอนไซม์ลิวซีน ดีไฮโดรจีเนส จะเร่งปฎิริยาลิวซีน เกิดผลิตภัณฑ์ได้นิโคตินาไมด์อะดินีนไดนิวคลีโอไทด์ จากนั้นสารนี้เกิดปฏิกิริยาต่อกับ 3-(4,5-ไดเมทิลไทเอโซล-2-อิล)-2,5-ไดฟินิลเตตระโซเลียมโบรไมด์ จะได้ผลิตภัณฑ์เป็นสารละลายสีม่วง จากนั้นนำหลักการนี้มาประยุกต์สร้างเป็นชุดตรวจสอบสำเร็จรูป ผลการทดลองพบว่าความเข้มสีของผลิตภัณฑ์แปรผันตรงกับความเข้มข้นของแอล-ลิวซีน ความเข้มข้นที่เหมาะสมของสารละลายเบต้า-นิโคตินาไมด์ อะดินิน ไทนิวคลีโอไทด์ ไฮเดรต ที่เหมาะสมคือ 5 มิลลิโมลาร์ สารละลายเอนไซม์แอล-ลิวซีนดีไฮโดรจีเนส เท่ากับ 5 ยูนิต สารละลาย 3-(4,5-ไดเมทิลไทเอโซล-2-อิล)-2,5-ไดฟินิลเตตระโซเลียมโบรไมด์ เท่ากับ 2.5 และสารละลายเอนไซม์ไดอะโฟเรส 2.5 ยูนิต ปริมาตรของสารละลายที่เหมาะสมสำหรับชุดทดสอบแบบกระดาษ เท่ากับ 12 ไมโครลิตร และเวลาที่เหมาะสมในการเกิดปฏิกิริยาของชุดทดสอบแบบกระดาษเท่ากับ 35 นาที ประสิทธิภาพของชุดทดสอบมีช่วงความเป็นเส้นตรงที่ 50-120 มิลลิกรัมต่อลิตร โดยมีขีดจำกัดในการตรวจพบ เท่ากับ 2.36 มิลลิกรัมต่อลิตร มีขีดจำกัดในการตรวจพบเชิงปริมาณ เท่ากับ 7.86 มิลลิกรัมต่อลิตร สุดท้ายนำชุดทดสอบที่พัฒนาขึ้นไปตรวจหาแอล-ลิวซีนในตัวอย่างแมลง พบว่าดักแด้มีปริมาณแอล-ลิวซีนมากที่สุด รองลงมาคือ จิ้งหรีด และโป่งใหญ่มีปริมาณแอล-ลิวซีนน้อยที่สุด โดยผลการวิเคราะห์ที่ได้ให้ผลใกล้เคียงกับชุดทดสอบทางการค้า โดยที่ชุดตรวจสำเร็จรูปที่ได้พัฒนาขึ้นมีข้อดีกว่าชุดทดสอบทางการค้า ได้แก่ ใช้งานง่าย ราถูก และสามารถใช้งานได้ในภาคสนามไม่ต้องอาศัยเครื่องมือ