Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2554

ความหลากหลายของแบคทีเรียตรึงไนโตรเจนเอนโดไฟต์ในรากอ้อย และศักยภาพในการพัฒนาเป็นชีวภัณฑ์สำหรับการปลูกอ้อย

กรรณิการ์ สัจจาพันธ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2554

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การแยกแบคทีเรียจากรากอ้อยสายพันธุ์ต่าง ๆ สามารถแยกแบคทีเรียจากอ้อยที่ปลูกในชุดดินตาคลีและกำแพงแสนได้จำนวน 80 ไอโซเลต พบว่ามีประสิทธิภาพการตรึงไนโตรเจนอยู่ในช่วง 22.01-75.10 นาโนโมลเอทิลีนต่อชั่วโมงต่อตัวอย่าง แบคทีเรียไอโซเลต LK-TH005 มีประสิทธิภาพการตรึงไนโตรเจนสูงที่สุดประมาณ 75.10 นาโนโมลเอทิลีนต่อชั่วโมงต่อตัวอย่าง ทดสอบความสามารถในการผลิตฮอร์โมนพืชออกซิน พบปริมาณการผลิตอยู่ในช่วง 2.26-16.30 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร โดยพบการผลิตฮอร์โมนพืชออกซินสูงสุดในแบคทีเรียไอโซเลต LK-KS 022 คือ 16.30 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ปริมาณการผลิตฮอร์โมนพืชจิบเบอเรลลินอยู่ในช่วง 121.45-455.69 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร การผลิตฮอร์โมนพืชจิบเบอเรลลินสูงสุดในแบคทีเรีย ไอโซเลต LK-KS 010 คือ 455.69 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ปริมาณการละลายฟอสเฟตพบอยู่ในช่วงระหว่าง 86.22 – 180.86 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร โดยแบคทีเรียไอโซเลต AU-KS 001 มีความสามารถในการละลายฟอสเฟตสูงสุดที่ความเข้มข้น 180.86 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตรการแยกแบคทีเรียจากรากอ้อยสายพันธุ์ต่าง ๆ สามารถแยกแบคทีเรียจากอ้อยที่ปลูกในชุดดินตาคลีและกำแพงแสนได้จำนวน 80 ไอโซเลต พบว่ามีประสิทธิภาพการตรึงไนโตรเจนอยู่ในช่วง 22.01-75.10 นาโนโมลเอทิลีนต่อชั่วโมงต่อตัวอย่าง แบคทีเรียไอโซเลต LK-TH005 มีประสิทธิภาพการตรึงไนโตรเจนสูงที่สุดประมาณ 75.10 นาโนโมลเอทิลีนต่อชั่วโมงต่อตัวอย่าง ทดสอบความสามารถในการผลิตฮอร์โมนพืชออกซิน พบปริมาณการผลิตอยู่ในช่วง 2.26-16.30 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร โดยพบการผลิตฮอร์โมนพืชออกซินสูงสุดในแบคทีเรียไอโซเลต LK-KS 022 คือ 16.30 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ปริมาณการผลิตฮอร์โมนพืชจิบเบอเรลลินอยู่ในช่วง 121.45-455.69 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร การผลิตฮอร์โมนพืชจิบเบอเรลลินสูงสุดในแบคทีเรีย ไอโซเลต LK-KS 010 คือ 455.69 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ปริมาณการละลายฟอสเฟตพบอยู่ในช่วงระหว่าง 86.22 – 180.86 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร โดยแบคทีเรียไอโซเลต AU-KS 001 มีความสามารถในการละลายฟอสเฟตสูงสุดที่ความเข้มข้น 180.86 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร

คำสำคัญ

แบคทีเรียตรึงไนโตรเจนความหลากหลาย (Diversity)(endophytic bacteria)(N2-fixing bacteria)ชีวภัณฑ์ (bioproduct)แบคทีเรียเอนโดไฟต์อ้อย (sugarcane)

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การคัดเลือกแบคทีเรียตรึงไนโตรเจนที่มีประสิทธิภาพสูงจากไร่อ้อย

สุวรรณา เนียมสนิท มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2554

การคัดเลือกแบคทีเรียตรึงไนโตรเจนที่มีประสิทธิภาพสูงจากไร่อ้อย

สุวรรณา เนียมสนิท คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2552

การศึกษาประสิทธิภาพของแบคทีเรียตรึงไนโตรเจนอิสระที่แยกจากดินรอบรากข้าวในการผลิตออกซินและจิบเบอเรลลิน

ศุภธิดา อ่ำทอง มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2562

การคัดแยกแบคทีเรียตรึงไนโตรเจนที่ดำรงชีพแบบอิสระจากดินนาข้าว

ยุวรัตน์ พจน์พิศุทธิพงศ์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. 2560

ผลของเชื้อแบคทีเรียตรึงไนโตรเจนต่อการเพาะปลูกอ้อยในสภาพแปลงทดลอง

สุวรรณา เนียมสนิท มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2559

การศึกษาศักยภาพการรับไนโตรเจนทางชีวภาพ กลุ่มแบคทีเรียตรึงไนโตรเจน ที่สำคัญ และปฏิกิริยาสัมพันธ์ระหว่างแบคทีเรียตรึงไนโตรเจนกับอ้อย ในอ้อยสายพันธุ์ไทย

กัลยกร โปร่งจันทึก กรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2558

การคัดแยกและใช้หัวเชื้อแบคทีเรียที่มีประสิทธิภาพในการตรึงไนโตรเจนเพื่อการปรับปรุงคุณภาพดิน

สุทธวรรณ สุพรรณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พ.ศ. 2558

การใช้แบคทีเรียตรึงไนโตรเจนร่วมกับวัสดุตัวกลางชีวภาพเพื่อการส่งเสริมการเจริญของพืช

สุทธวรรณ สุพรรณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พ.ศ. 2559

การคัดแยกและการประยุกต์ใช้เชื้อจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพในการตรึงไนโตรเจนและย่อยสลายฟอสเฟตเพื่อการปรับปรุงคุณภาพดินและเร่งการเจริญเติบโตของพืช

ปริญญา ไกรวุฒินันท์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ พ.ศ. 2565

อัตราการใช้ปุ๋ยชีวภาพจากกลุ่มจุลินทรีย์ที่สามารถตรึงไนโตรเจน รวมทั้งละลายฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมร่วมกับปุ๋ยเคมีต่อผลผลิตฟักทอง

วรรณา สุวรรณวิจิตร กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2559