ความหลากหลายของจุลินทรีย์ในน้ำหมักชีวภาพเพื่อใช้บริโภคและการคัดกรองฤทธิ์ทางชีวภาพเบื้องต้นในพื้นที่ อำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความหลากหลายของจุลินทรีย์ และการคัดกรองฤทธิ์ทางชวีภาพเบื้องต้นในน้ำหมักชีวภาพเพื่อใช้บริโภคในพื้นที่อำเภอตรอน จังหวัดอุตรดติถ์ จำนวน 11 ตัวอย่าง ที่มีระยะเวลาการหมักระหว่าง 1 เดือน – 3 ปี และมีค่าความเป็นกรดด่างระหว่าง 2.10 - 4.32 เมื่อนำตัวอย่างมาวิเคราะห์จุลินทรีย์ที่พบในน้ำหมักชีวภาพ (จุลินทรีย์ โดยรวม ปริมาณยีสต์ และรา และปริมาณแบคทีเรีย) พบว่า ตัวอย่าง B3 (น้ำหมักลูกยอ) และตัวอย่าง D1 (ไม่เปิดเผยสูตร) ไม่พบการจุลินทรีย์ในน้ำหมัก ในขณะที่ตัวอย่าง B4 (น้ำหมักสับปะรด) มีปริมาณจุลินทรีย์โดยรวม (log 6.68 cfu ต่อมิลลิลิตร) และปริมาณยีสต์ และรามาก ที่สุด (log 6.98 cfu ต่อมิลลิลิตร) และตัวอย่างที่มีปริมาณแบคทีเรียมากที่สุด (log 6.38 cfu ต่อมิลลิลิตร) คือตัวอย่าง B2 (น้ำหมักลำไย) นอกจากนี้ตรวจวิเคราะห์ความหลากหลายของแบคทีเรียแลคติกในน้ำหมักชีวภาพพบแบคทีเรียแลคติกในน้ำหมักชีวภาพ 2 ตัวอย่าง ได้แก่ ตัวอย่าง A3 และ A5 (จำนวน log 2.77 cfu ต่อมิลลิลิตร และ log 2.44 cfu ต่อมิลลิลิตร, ตามลำดับ) และแยกเชื้อตามลักษณะสัณฐานวิทยา และสรีระวิทยาของโคโลนีที่แตกต่างกันได้ทั้งสิ้น 2 ไอโซเลท ได้แก่ไอโซเลท I-3 ซึ่งมีลักษณะสัณฐานวิทยาสอดคล้องกับแบคทีเรียกรดแลคติกสกุล Pediococcus และ Tetragenococcus และไอโซเลท I-5 มีลักษณะสัณฐานวิทยา สอดคล้องกับแบคทีเรียกรดแลคติกสกุล Lactobacillus ซึ่งจะได้นำไปจำแนกสายพันธุ์โดยวิธีทางชีวโมเลกุลต่อไปการศึกษาฤทธิยั้บยั้งแบคทีเรียก่อโรคทางเดินอาหารจำนวน 5 สายพันธุ์ ได้แก่ Escherichia coli, Pseudomonas aeruginosa, Bacillus cereus, Vibrio parahaemolyticus และ Staphylococcus aureus ของน้ำหมักชีวภาพ ด้วยวิธี agar well diffusion ผลการทดลองพบว่าน้ำหมักชีวภาพเพื่อใช้บริโภคชนิด B7 (น้ำหมักลำไย) แสดงการยับยั้งเชื้อ P. aeruginosa และ E.coli ได้ดีที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยเส้นผ่านศูนย์กลางของฤทธิ์ยับยั้ง 32.19 ? 2.12 และ 25.38 ? 0.83 มิลลิเมตร ตามลำดับ น้ำหมักชีวภาพชนิด A2 (ไม่เปิดเผยสูตร) แสดงการยับยั้งเชื้อ S.aureus ได้ดีที่สุด โดยมีเส้นผ่านศูนยก์ลางของฤทธิ์การยับยั้ง 28.38 ? 3.68 มิลลิเมตร น้ำหมัก A1 (ไม่เปิดเผยสูตร) แสดงการยับยั้งเชื้อ B. cereus ได้ดีที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยเส้นผ่านศูนย์กลางของฤทธิ์ยับยั้ง 19.69 ? 1.31 มิลลิเมตร และน้ำหมักชีวภาพชนิด B1 (น้ำหมักแอปเปิ้ลผสมลำไย) แสดงการยับยั้งเชื้อ V. parahaemolyticus ได้ดีที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยเส้นผ่านศูนย์กลางของฤทธิ์ยับยั้ง 16.81 ? 1.60 มิลลิเมตร นอกจากนี้การศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH scavenging assay พบว่าน้ำหมักชีวภาพ A4 (น้ำหมักกระเจี๊ยบ) มีฤทธิ์การยับยั้งสูงที่สุดร้อยละ 74.59 รองลงมาคือ B1 (น้ำหมักแอปเปิ้ลผสมลำไย) และ B2 ( น้ำหมักลำไย) มีฤทธื์การยับยั้ง ร้อยละ 67.84 และ 67.39 ตามลำดับ