การเพิ่มปริมาณผลผลิตปิโตรเลียม: ทดลองภาคสนามในพื้นที่ผลิต แหล่งน้ำมันฝาง จังหวัดเชียงใหม่
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ตัวอย่าง core จากแหล่งแม่สูน อาเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ที่ระดับความลึก 1999 – 2482 ฟุต ได้แก่ FA-MS-32-57, FA-MS-48-74, FA-MS-48-75, FA-MS-54-84, FA-MS-54-85 และ FA-MS-55- 87 มีคุณสมบัติทางด้าน porosity และ permeability แตกต่างกัน ค่า porosity ของ FA-MS-48-74, FA-MS-54-84 และ FA-MS-48-75 คือ 23, 21.1 และ 20.8 % ตามลาดับ สาหรับค่า permeability นั้น core FA-MS-48-74 มีค่าpermeability สูงสุดที่ 193 mD ส่วนน้าจากหลุมผลิตมีคุณสมบัติเป็นเบสโดยมีค่า ความเป็นกรดด่างอยู่ระหว่าง 7.28 – 8.64 และมีค่า salinity อยู่ระหว่าง 0.3 – 0.6 การตรวจนับปริมาณจุลินทรีย์ทั้งหมดจากตัวอย่าง core ด้วยวิธีการ Direct countโดยใช้อาหารเลี้ยงเชื้อ 4 ชนิด พบว่าปริมาณจุลินทรีย์อยู่ที่ 6.6 – 5.43x105 cfu/g โดยที่อาหาร Plate count agar (PCA) มีปริมาณ 6.6 – 4.53x105 cfu/g อาหาร Modified nutrient agar มีปริมาณจุลินทรีย์อยู่ที่ 4.6 – 5.23x105 cfu/g อาหาร Tryptic soy agar มีปริมาณจุลินทรีย์อยู่ที่ 4.0 – 5.43 x105 cfu/g และอาหาร Modified mineral salt agar มีปริมาณจุลินทรีย์อยู่ที่ 5.6 – 2.14x105 cfu/g ตรวจพบแบคทีเรียกลุ่ม Sulfate-reducing bacteria (SRB) เฉพาะจากตัวอย่างหลุม MS-74 เท่านั้นพบว่ามีปริมาณ 24 MPN/g ในตัวอย่างเดียวกันนี้ตรวจพบแบคทีเรีย Nitrate-reducing bacteria (NRB) โดยพบปริมาณ มากกว่า 1100 MPN/g เมื่อนาตัวอย่าง core เฉพาะส่วนที่เป็นทรายน้ามันมาสกัดDNA เพื่อวิเคราะห์ความหลากหลายทางชีวภาพด้วย Ion torrent sequencing พบว่าจานวน reads ทั้งหมดที่อ่านได้จากเทคนิค ION PGM? เท่ากับ 17739 ถึง 220923 reads (OTUs 611-2334) โดยพบว่า Rarefaction อยู่ระดับเป็นที่ยอมรับ จากการวิเคราะห์ยีน 16s rRNA พบประชากรแบคทีเรียทั้งหมด 43 ไฟลัม 320 แฟมมิลี่ 534 จีนัส มีไฟลัมเด่น 10 ไฟลัม ได้แก่ Acidobacteria, Armatimonadetes, Bacteroidetes, Cholrobi, Chloroflexi, Firmicutes, Planctomycetes, Proteobacteria, Deinococcus and Verrucomicrobial. นอกจากนี่ยังใช้เทคนิค ION PGM? ในการวิเคราะห์กลุ่มของจุลินทรีย์ใน core เมื่อมีการเติมไนโตรเจนและฟอสฟอรัส พบว่าสารอาหารทั้งสองชนิดมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงชนิดของจุลินทรีย์ใน core โดยจะพบว่ามีการเพิ่มขึ้นของกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตสารลดแรงตึงผิวชีวภาพอาทิ Pseudomonas และ Bacillus ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อกระบวนการMEOR