การคัดแยกและศึกษาคุณสมบัติของแบคทีเรียกรดแลกติกที่มีคุณสมบัติเป็นโปรไบโอติกจากอุจจาระของเด็กแรกเกิดที่มีสุขภาพดีและดื่มนมแม่
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อคัดแยกและศึกษาคุณสมบัติโพรไบโอติกของแบคทีเรียกรดแลคติกที่ คัดแยกได้จากอุจจาระของเด็กแรกเกิดที่มีสุขภาพดีและดื่มนมแม่ คุณสมบัติโพรไบโอติกที่ศึกษา ได้แก่ การย่อย สลายเม็ดเลือดแดง การทนต่อสภาวะจ าลองในระบบทางเดินอาหาร การทดสอบความไวต่อยาปฏิชีวนะ การ ทดสอบการสร้างสารต้านจุลชีพ การเกาะกลุ่ม การเกาะติดกับเซลล์เพาะเลี้ยง Caco2 การตรวจสอบพลาสมิด การจ าแนกเชื้อ และการประยุกต์ใช้เชื้อโพรไบโอติกส าหรับงานพันธุวิศวกรรม ผลการศึกษาพบว่าสามารถคัด แยกแบคทีเรียกรดแลคติกได้ทั้งหมด 279 ไอโซเลต มีแบคทีเรียกรดแลคติกที่มีคุณสมบัติเป็นโพรไบโอติกที่ดีอยู่ จ านวนทั้งสิ้น 25 ไอโซเลต ได้แก่ KM1-CMP3, KM1-CMP7, KM2-CMP2, KM2-CMP4, KM2-CMP7, KM2CMP9, KM2-CMP10, KM2-CMP11, KM2-CMP12, KM3-CMP2, KM3-CMP3, KM3-CMP6, KM3-CMP7, NH3, NH6, NH9, NH34, NH37, HY2, HY3, HY4, HY26, HY27, HY28 และ HY34 โดยทุกไอโซเลตไม่มีฤทธิ์ ย่อยสลายเม็ดเลือดแดงของคน ผลการทดสอบการทนต่อสภาวะจ าลองที่พบในระบบทางเดินอาหารของคน พบว่าแบคทีเรียกรดแลคติกทั้ง 25 ไอโซเลต มีเซลล์ที่รอดชีวิตคิดเป็นค่าร้อยละมากกว่า 79 ในสภาวะความเป็น กรด เป็นเวลา 3 ชั่วโมง ส่วนการทดสอบการทนต่อสภาวะที่มีเกลือน้ าดีพบว่าแบคทีเรียกรดแลคติกไอโซเลต KM1-CMP3, KM1-CMP7, KM2-CMP2, KM2-CMP4, KM2-CMP7, KM2-CMP9, KM2-CMP10, KM2CMP11, KM2-CMP12, KM3-CMP2, KM3-CMP3, KM3-CMP6 และ KM3-CMP7 มีชีวิตรอดได้ที่สภาวะที่มี เกลือน้ าดี เป็นเวลา 24 ชั่วโมง คิดเป็นค่าร้อยละมากกว่า 80 ส่วนไอโซเลต NH3, NH6, NH9, NH34 และ NH37 มีชีวิตรอดได้ที่สภาวะที่มีเกลือน้ าดี เป็นเวลา 4 ชั่วโมงเท่านั้น แต่ไม่สามารถมีชีวิตรอดได้ที่เวลา 24 ชั่วโมง ส่วนแบคทีเรียกรดแลคติกไอโซเลต HY2, HY3, HY4, HY26, HY27, HY28 และ HY34 ไม่สามารถมีชีวิตรอดได้ ที่สภาวะเกลือน้ าดีที่เวลา 4 และ 24 ชั่วโมง ผลการทดสอบความไวต่อยาปฏิชีวนะ พบว่าแบคทีเรียกรดแลคติก ทั้ง 25 ไอโซเลต มีความไวต่อยาปฏิชีวนะชนิดต่างๆได้แก่ gentamicin chloramphenicol erythromycin และ tetracycline ผลการทดสอบค่า MIC พบว่าเชื้อไอโซลเลต NH3 NH6 NH9 NH34 และ NH37 ไวต่อยา erythromycin และ tetracycline ซึ่งให้ค่า MIC ต่ ากว่าหรือเท่ากับ 0.5 ส่วนเชื้อไอโซเลต SH1 SH2 SH3 และ SH4 ไวต่อยา erythromycin tetracycline และ chloramphenicol การเกาะติดกับเซลล์ล าไส้ของคนพบว่า แบคทีเรียไอโซเลต NH3 NH6 NH9 NH34 NH37 SH1 SH2 SH3 และ SH4 สามารถเกาะติดกับเซลล์ผนังล าไส้ ของคนได้ดีเมื่อเปรียบเทียบกับแบคทีเรียสายพันธุ์อ้างอิง ผลการทดสอบการสร้างสารแบคเทอริโอซินพบว่าทุกไอ โซเลตไม่สร้างสารแบคเทอริโอซิน ผลการสกัดพลาสมิดพบแบคทีเรียกรดแลคติกจ านวน 13 ไอโซเลต ได้แก่ KM1-CMP3, KM1-CMP7, KM2-CMP2, KM2-CMP4, KM2-CMP9, KM2-CMP10, KM2-CMP11, KM2CMP12 SH1 SH2 SH3 SH4 และ HY2 เป็นสายพันธุ์ที่มีพลาสมิด อย่างไรก็ตามผลการประยุกต์ใช้เชื้อโพรไบโอ ติกเพื่อทดสอบการเป็นเซลล์เจ้าบ้านในการสร้างโปรตีนที่มาจากสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น พบว่าไม่สามารถน าพลาสมิด เข้าสู่เชื้อ L. rhamnosus NH6 ได้ อย่างไรก็ตามแบคทีเรียสายพันธุ์โพรไบโอติกที่คัดแยกได้มีความน่าสนใจใน การน าไปทดสอบในขั้นสูงต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทดสอบการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันทั้งในระดับเซลล์ เพาะเลี้ยงและสัตว์ทดลองต่อไป