ฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของจุลินทรีย์ตรึงไนโตรเจนในดินเขตพื้นที่ปกปักฯ หนองระเวียง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาความหลากหลายของจุลินทรีย์ตรึงไนโตรเจนในพื้นที่ปกปักฯ หนองระเวียง ซึ่งประกอบด้วยป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้ข้อมูลพื้นฐานของจุลินทรีย์ตรึงไนโตรเจนซึ่งสามารถนำมาประยุกต์เป็นปุ๋ยชีวภาพได้ เก็บตัวอย่างดินปีละ 3 ครั้งตามฤดูกาล ได้แก่ ฤดูหนาว ฤดูร้อน และฤดูฝน เป็นเวลา 3 ปี พบปริมาณจุลินทรีย์ตรึงไนโตรเจนแบบอิสระในทุกตัวอย่างดินประมาณ 103-108 Colony Forming Unit (CFU) ต่อกรัมดิน สำหรับแบคทีเรียกลุ่มไรโซเบียม พบประมาณ 100-104 Most Probable Number (MPN) ต่อกรัมดิน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของปริมาณจุลินทรีย์ตรึงไนโตรเจนขึ้นอยู่กับปัจจัยทางกายภาพ และทางเคมีของดินร่วมกับชนิดของพืชในพื้นที่ ส่วนการศึกษาความหลากหลายของจุลินทรีย์ตรึงไนโตรเจนโดยใช้ลายพิมพ์ดีเอ็นเอด้วยไพรเมอร์ BOXA1R พบไอโซเลตบริสุทธิ์ของกลุ่มแบคทีเรียตรึงไนโตรเจนแบบอิสระ และแบคทีเรียกลุ่มไรโซเบียมจำนวน 89 และ 5 ไอโซเลต ตามลำดับ การศึกษาคุณสมบัติในการส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชโดยตรวจสอบกิจกรรมของแบคทีเรีย ได้แก่ กิจกรรมของเอนไซม์ไนโตรจีเนสด้วยวิธี Acetylene Reduction Assay (ARA) และความสามารถในการสร้าง Indole Acetic Acid (IAA) พบกลุ่มแบคทีเรียตรึงไนโตรเจนแบบอิสระที่มีกิจกรรมของเอนไซม์ไนโตรจีเนส และผลิต IAA ได้ 27 ไอโซเลต ส่วนแบคทีเรียกลุ่มไรโซเบียมมีกิจกรรมของเอนไซม์ไนโตรจีเนสทั้ง 5 ไอโซเลต การวิเคราะห์จุลินทรีย์ตรึงไนโตรเจนเชิงคุณภาพโดยตรงจากดินโดยเทคนิค Denaturing Gradient Gel Electrophoresis (DGGE) เมื่อนำมาทำ dendrogram พบว่าจุลินทรีย์ส่วนใหญ่ที่ให้แถบดีเอ็นเอจาก DGGE ใกล้เคียงกันจะอยู่ในพื้นที่ป่าเดียวกัน สำหรับแบคทีเรียตรึงไนโตรเจนแบบอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับการพัฒนาเป็นปุ๋ยชีวภาพมีทั้งสิ้น 7 ไอโซเลต ในขณะที่แบคทีเรียกลุ่มไรโซเบียมมี 2 ไอโซเลต