การพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านเภสัชกรรมจากสมุนไพรพื้นบ้านภาคเหนือมะแขว่น (Development of the northern herb for pharmaceutical products, Ma-Kwaen (Zanthozylum limonella Alston)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
มะแขว่น (Zanthoxylum limonella Alston) เป็นสมุนไพรไทยในท้องถิ่นภาคเหนือที่มีสรรพคุณทางยา น้ำมันหอมระเหยจากผลมะแขว่นมีองค์ประกอบที่สำคัญ คือ limonene ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการสังเคราะห์สารที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการอักเสบ แสดงฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและฤทธิ์ยับยั้งจุลินทรีย์ งานวิจัยนี้จึงได้นำมะแขว่นมาสกัดสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพโดยวิธีการต้มกลั่น จากผลการทดสอบยับยั้งแบคทีเรียด้วยวิธี Agar dise diffustion, Minimum Inhibitory Concentrations(MIC), minimum bactericidal concentration (MBC) ของสารสกัดมะแขว่นและน้ำมันหอมระเหยมะแขว่น พบว่าสารสกัดมะแขว่นและน้ำมันหอมระเหยมะแขว่นแสดงฤทธิ์ต้านการเจริญของ Staphylococcus aureus ได้ดีที่สุด โดยให้ค่าวงใสเท่ากับ 13.4 MIC เท่ากับ 6.64 และ MBC เท่ากับ 2.75 mg/mL ในขณะที่ค่า Agar dise diffustion, MIC และ MBC ของสารสกัดมีฤทธิ์ยับยั้ง Bacillus cereus เท่ากับ 23.0 ,26.56 และ 6.25 mg/mL ตามลำดับ และ Escherichia coli เท่ากับ 32.50 mg/mL สารสกัดมะแขว่นและน้ำมันหอมระเหยไม่สามารถยับยั้งการเจริญของ Pseudomonas aeruginosa เมื่อนำผลมาศึกษาหาความเข้มข้นต่ำสุดของสารสกัดมะแขว่นและน้ำมันหอมระเหยมะแขว่นที่สามารถฆ่าแบคทีเรียได้ทั้งหมด (Minimum Bactericidal Concentrations, MBC) พบว่าค่า MBC ของสารสกัดมะแขว่นต่อ Bacillus cereus และ Staphylococcus aureus เท่ากับ 6.64 mg/mL ซึ่งเป็นค่าที่แสดงการออกฤทธิ์ได้ดีกว่ากรณีที่ทดสอบกับ Escherichia coli ซึ่งมีค่า MBC เท่ากับ 2.25 mg/mL ตามลำดับ คณะวิจัยจึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับบำรุงผิว ทั้งหมด 4 ชนิด โดยมีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาอัตลักษณ์ (identity) ทางเคมีของน้ำมันหอมระเหยมะแขว่น 2) เพื่อศึกษาความคงสภาพของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยมะแขว่น 3) เพื่อประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยมะแขว่น การพัฒนาตำรับน้ำมันนวดมะแขว่นและบาล์มมะแขว่น น้ำมันหอมระเหยมะแขว่นสกัดด้วยวิธีการกลั่นไอน้ำ หลังจากนั้นเปรียบเทียบความแตกต่างขององค์ประกอบเคมีจากสกัดหยาบ เอทานอลด้วยวิธีคอลัมน์โครมาโทกราฟีและโครมาโทกราฟีแบบผิวบาง (ทีแอลซี) วิเคราะห์สารประกอบระเหยง่ายในน้ำมันหอมระเหยด้วยเทคนิคแก๊สโครมาโทกราฟีแมสสเปกโทเมตรี (จีซีเอ็มเอส) และตรวจสอบองค์ประกอบเคมีโมเลกุลขนาดปานกลางและขนาดใหญ่ในสารสกัดหยาบเอทานอลของมะแขว่นแต่ละพื้นที่ด้วยเทคนิค Chromatography (HPLC) เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบคุณภาพของมะแขว่นเจากแต่ละพื้นที่ปลูก พบว่าสารสกัดมะแขว่นจากจังหวัดน่านที่สกัดด้วยตัวทำละลาย 50%เอทานอลและสารสกัดมะแขว่นจากจังหวัดเชียงใหม่ที่สกัดด้วยตัวทำละลายน้ำให้ปริมาณสารสกัดมากที่สุดมีค่าเท่ากับร้อยละ 9.07 ? 1.33 และ 9.07 ? 1.36 ตามลำดับ และพบว่าน้ำมันหอมระเหยจากจังหวัดน่านให้ปริมาณของร้อยละสารสกัดสูงที่สุดมีค่าเท่ากับร้อยละ 20.56 ? 0.82 จากการแยกองค์ประกอบเคมีตามสภาพขั้วด้วยวิธี Column chromatography สามารถแยกเก็บแฟกชั่นได้ทั้งหมดจำนวน 17 แฟกชั่น และจากการประเมินชนิดองค์ประกอบเคมีของแต่ละแฟกชั่นด้วยวิธี TLC พบว่าในสารสกัดหยาบเอทานอลของมะแขว่นจากแต่ละพื้นประกอบด้วยสารอย่างน้อย 30 ชนิด โดยลักษณะการแยกสารของแต่ละแฟกชั่นของตัวอย่างสารสกัดมะแขว่นจากทั้ง 4 จังหวัดไม่มีความแตกต่างกัน จากผลการวิเคราะห์สารประกอบระเหยง่ายในน้ำมันหอมระเหยด้วยเทคนิคจีซีเอ็มเอส ตรวจพบสารประกอบระเหยง่ายทั้งหมด 83 ชนิด สารประกอบระเหยง่ายส่วนใหญ่ที่ตรวจพบเป็นสารกลุ่ม terpenoids และพบว่าสารประกอบระเหยง่ายหลัก (% พื้นที่พีค > 5%, โดยคิดเทียบกับปริมาณพื้นที่พีครวมทั้งหมด) ได้แก่ sabinene, alpha-phellandrene, limonene และ trans-beta-ocimene และพบว่าน้ำมันหอมระเหยของมะแขว่นจากพื้นที่ปลูกทั้ง 4 จังหวัดไม่มีความแตกต่างกันในเชิงคุณภาพแต่มีความแตกต่างกันในเชิงปริมาณ โดยพบว่าน้ำมันหอมระเหยจากจังหวัดน่าน จังหวัดลำปาง และจังหวัดเชียงใหม่ ตรวจพบสาร limonene ในปริมาณสูงที่สุด ยกเว้นน้ำมันหอมระเหยจากจังหวัดแพร่ตรวจพบสารประกอบ sabinene ในปริมาณสูงที่สุด นอกจากนี้ในทุกตัวอย่างน้ำมันหอมระเหยตรวจพบ terpinen-4-ol ซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกันกับที่พบในน้ำมันจากต้นทีทรีซึ่งมีฤทธิ์ในการต้านอักเสบ จากผลการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีในสารสกัดมะแขว่น ด้วยวิธี HPLC พบว่าในสารสกัดหยาบเอทานอลของมะแขว่นประกอบด้วยองค์ประกอบสารมากกว่า 40 ชนิด และพบว่าปริมาณของสารประกอบแต่ละชนิดของสารสกัดหยาบเอทานอลของมะแขว่นจากแต่ละพื้นที่ไม่มีความแตกต่างในเชิงคุณภาพแต่มีความแตกต่างกันในเชิงปริมาณตำรับน้ำมันนวดมะแขว่นและบาล์มมะแขว่นจะใช้น้ำมันดอกทานตะวันเป็นน้ำมันพื้นฐาน (Base oil) ผสมกับน้ำมันหอมระเหยมะแขว่นร้อยละ 5 ความพึงพอใจโดยรวมของกลุ่มตัวอย่างต่อผลิตภัณฑ์อยู่ในระดับดีและกลุ่มตัวอย่างมีความต้องการในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์น้ำมันนวดมะแขว่นและบาล์มมะแขว่นต่อไป น้ำมันนวดมะแขว่นและบาล์มมะแขว่นที่มีความเข้มข้นของน้ำมันหอมระเหยร้อยละ 5 มีกลิ่นหอมชื่นใจ มีสารสำคัญที่สามารถระงับอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและกลุ่มตัวอย่างมีความต้องการใช้น้ำมันนวดมะแขว่นและบาล์มมะแขว่นต่อไปคณะผู้วิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยมะแขว่นเป็นองค์ประกอบสำคัญ ศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย จากนั้นพัฒนาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าในรูปแบบซีรัมและเอสเซ้นส์ ทำการทดสอบความคงสภาพจากการเก็บในสภาวะต่างๆ เป็นระยะเวลา 60 วัน การวิเคราะห์ค่า pH ค่าความหนืด และทดสอบในอาสาสมัคร น้ำมันหอมระเหยมะแขว่นมีคุณสมบัติที่โดดเด่นแสดงฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง ภายหลังการทดสอบผลิตภัณฑ์ไม่พบการแยกชั้น pH อยู่ในช่วง 5.5-6.5 ค่าความหนืดอยู่ในช่วง 1.00-1.65 Pas หลังจากนั้นทดสอบความคงสภาพ พบว่าผลิตภัณฑ์มีความคงสภาพดี ไม่พบการเปลี่ยนแปลงจากเดิมและไม่พบการระคายเคืองของผลิตภัณฑ์ในอาสาสมัคร ความพึงพอใจของผลิตภัณฑ์ซีรัมและเอสเซ้นส์บำรุงผิวหน้าน้ำมันหอมระเหยมะแขว่นอยู่ในระดับดีดังนั้นน้ำมันหอมระเหยมะแขว่นสามารถเป็นทางเลือกที่ดีในการนำมาใช้ในการบำบัดโรคทางเวชกรรมแผนไทย หรือสำหรับเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า มะแขว่นเป็นสมุนไพรไทยที่มีอยู่ในท้องถิ่นภาคเหนือ สามารถใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ให้คุ้มค่าและเพิ่มมูลค่าในเชิงพาณิชย์ได้