การประยุกต์ใช้สารสกัดออกฤทธิ์และน้ำมันจากมะแขว่น (Zanthoxylum limonella Alston) ในอุตสาหกรรมอาหาร
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
คุณภาพทางกายภาพ องค์ประกอบทางเคมี และสารต๎านอนุมูลอิสระของมะแขวํนจากสํวนของเนื้อเยื่อตำงๆ ได๎แกํ เปลือกหุ๎มเมล็ด เมล็ด และผลรวม (เปลือกหุ๎มเมล็ดและเมล็ด) มีความแปรปรวนและแตกตำงกันไป ขึ้นอยูํกับแหลํงผลิตที่แตกตำงกัน มะแขวํนจัดอยูํในกลุํมของอาหารที่เนำเสียได๎ยาก มีความชื้นต่า มีคำ Aw ต่ากวำ 0.6 (low water activity food) โดยผลมะแขวํนทั้งเมล็ดที่ได๎จากแหลํงปลูกทั้ง 4 จังหวัด (ลาปาง เชียงใหมํ แพรํ และนำน) จาก 6 แหลํง มีคำ Water activity (Aw) ไมํแตกตำงกันอยำงมีนัยสาคัญทางสถิติ (p>0.05) โดยมีคำ Aw เฉลี่ยระหวำง 0.60 - 0.61 แตํผลมะแขวํนจากจังหวัดลาปางมีปริมาณความชื้นต่าสุด (12.42%) สํวนผลมะแขวํนจากบ๎านนาตอง จังหวัดแพรํ มีปริมาณความชื้นสูงสุด และไขมันสูงสุด (27.55% และ 14.05% โดยน้าหนักแห๎ง) ผลมะแขวํนจากจังหวัดนำน (แหลํงที่ 2) จังหวัดลาปาง และจังหวัดเชียงใหมํ มีปริมาณคาร์โบไฮเดรทสูงสุด (66.04%, 66.20% และ 65.25% โดยน้าหนักแห๎ง ตามลาดับ) ปริมาณโปรตีน เถ๎าทั้งหมด และเยื่อใยหยาบ ผลมะแขวํนจากแหลํงผลิตทุกแหลํง ไมํแตกตำงกันอยำงมีนัยสาคัญทางสถิติ (p>0.05) โดยมีปริมาณระหวำงร๎อยละ 9.42 – 11.8, 0.08 – 0.11 และ 0.01 – 0.03 โดยน้าหนักแห๎ง ตามลาดับ เปลือกหุ๎มเมล็ดมะแขวํนจากบ๎านนาตอง อาเภอเมือง จังหวัดแพรํ มีสารประกอบฟีนอลิค (8.13 ? 0.74 mg GAE/100 g น้าหนักแห๎ง) และฤทธิ์การต๎านอนุมูลอิสระ (Antioxidant activity) ชนิด DPPH สูงสุด (28.74 ? 1.56 mg TE/100 g น้าหนักแห๎ง) รวมทั้งมีปริมาณการต๎านอนุมูลอิสระชนิด DPPH ได๎ร๎อยละ 50 (IC50) ต่าสุด (124.52 ? 17.12 mg TE/100 g น้าหนักแห๎ง) แสดงวำ มะแขวํนจากบ๎านนาตอง จังหวัดแพรํ มีสารประกอบที่สามารถยับยั้งอนุมูลอิสระที่ปริมาณ หรือความเข๎มข๎นต่ากวำมะแขวํนจากแหลํงผลิตอื่นๆ สํวนคำฤทธิ์การต๎านอนุมูลอิสระชนิด ABTS+ ไมํแตกตำงกันในทางสถิติ (p>0.05) โดยมีคำระหวำงน๎อยมาก (trace) จนถึง 31.48 ? 1.27 และ 26.37 ? 0.27 mg TE/100 g น้าหนักแห๎ง ตามลาดับ เมล็ดมะแขวํนจาก 5 แหลํงผลิต สามารถสกัดน้ามันได๎มากกวำสํวนเปลือกหุ๎มเมล็ด และผลรวม อยำงมีนัยสาคัญทางสถิติ (p<0.05) โดยมีปริมาณน้ามันระหวำงร๎อยละ 19.85 ? 0.36 ถึง 35.59 ? 1.54 โดยน้าหนักแห๎ง ยกเว๎นเมล็ดมะแขวํนจากแหลํงผลิตจังหวัดนำน 1 น้ามันเมล็ดมะแขวํนที่สกัดได๎มีสีเหลืองคํอนข๎างใสมากกวำเนื้อเยื่อเปลือกหุ๎มเมล็ดมะแขวํน และผลรวม เมื่อเปรียบเทียบปริมาณไขมันจากแหลํงผลิต และชิ้นสํวนเนื้อเยื่อมะแขวํนที่ตำงกัน พบวำ เมล็ดมะแขวํนจากตาบลป่าแป๋ จังหวัดเชียงใหมํ สามารถสกัดปริมาณไขมันได๎สูงสุด (35.59 ? 1.54 % โดยน้าหนักแห๎ง) อยำงมีนัยสาคัญทางสถิติ (p<0.05) รองลงมาได๎แกํ เมล็ดมะแขวํนจากบ๎านป่าแดง และบ๎านนาตอง อาเภอเมือง จังหวัดแพรํ (28.34 + 1.44% และ 28.40 ? 2.96% โดยน้าหนักแห๎ง ตามลาดับ) ผลการศึกษาวิธีการที่เหมาะสมในการสกัดชิ้นสํวนมะแขวํนด๎วยเอทานอลเข๎มข๎นร๎อยละ 80 ในอัตราสํวนและอุณหภูมิตำงๆ พบวำ สารสกัดมะแขวํนจากเปลือกหุ๎มเมล็ดมะแขวํน (pulp) มีปริมาณสารฟีนอลิค ฟลาโวนอยด์ และฤทธิ์การต๎านอนุมูลอิสระ (Antioxidant activity) ชนิด DPPH สูงกวำสารสกัดจากเมล็ดมะแขวํน และผลรวมมะแขวํน แตํสารสกัดจากผลรวมมะแขวํนสามารถต๎านอนุมูลอิสระชนิด ABTS+ ได๎มากกวำ การใช๎อัตราสํวนของเนื้อเยื่อมะแขวํนและเอทานอล และ/หรือการสกัดที่อุณหภูมิสูง (50 oซ.) ทาให๎ได๎สารสกัดที่ต๎านต๎านอนุมูลอิสระชนิด ABTS+ ได๎สูง