กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
อุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันเป็นอุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศไทยการพัฒนาวิจัยเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ชีวมวลจากปาล์มน้ำมัน มีความสำคัญต่อความยั่งยืนของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันของประเทศไทยเป็นอย่างยิ่งโครงการวิจัยนี้มุ่งเน้นการประเมินฤทธิ์ชีวภาพทางการแพทย์ที่สำคัญได้แก่ ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์ต้านแบคทีเรียก่อโรค และฤทธิ์ต้านการอักเสบของสารสกัดกึ่งบริสุทธิ์ ของสารสกัดจากน้ำส้มควันไม้ที่ผลิตด้วยการเผากะลาปาล์มน้ำมันด้วยอุณหภูมิต่างกัน เพื่อนำไปใช้เพื่อการพัฒนาเภสัชภัณฑ์มูลค่าสูงต่อไปในอนาคต จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่า สารสกัดน้ำส้มควันไม้ที่สกัดด้วยตัวทำละลายละลายสภาพขั้วต่ำ จากน้ำส้มควันไม้ที่ผลิตด้วยอุณหภูมิ 500-700oC สามารถดักจับอนุมูลอิสระ DPPH ได้ดีที่สุดระหว่าง 95-98% ซึ่งสูงกว่าสารควบคุม BHT (92%), ดักจับอนุมูลอิสระไฮดรอกซีล ได้ดีที่สุดระหว่าง 93-98% ซึ่งสูงกว่าสารควบคุม BHT และ Ascorbic acid ดักจับอนุมูลลิปิดเปอร์ออกซิเดชัน ได้ดีที่สุดระหว่าง 99-100% ที่ สูงกว่าสารควบคุม BHT (85%) ดักจับกำจัด Fe2+ ได้ดีที่สุดโดยพบปริมาณ Fe3+ สูงที่สุด ระหว่าง 0.15-0.16 mM ที่ความเข้มข้น 0.10 ug/ml ซึ่งสูงกว่าสารควบคุม BHT และ Ascorbic acid อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%ดักจับอนุมูลอิสระซูเปอร์ออกไซด์ ได้ดีที่สุดระหว่าง 98-99% ที่ความเข้มข้น 0.2 ug/ml ซึ่งสูงกว่าสารควบคุม BHT และ Ascorbic acid อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95%โดยแสดงระดับความเป็นพิษต่อเซลล์แมคโครฟาจ มีค่า IC50 ของความเป็นพิษของสารสกัด เท่ากับ 500 ug/mL นอกจากนั้น สารสกัดน้ำส้มควันไม้ที่ความเข้มข้น 12.5-50 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร สามารถกระตุ้นเซลล์แมคโครฟาจที่ถูกกระตุ้นด้วยไลโปโพลีแซคคาร์ไรด์ ให้มีระดับการแสดงออกในระดับ mRNA ของ iNOS และ COX-2 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ จากผลการทดลองสามารถสรุปได้ว่าสารสกัดจากน้ำส้มควันไม้มีศักยภาพสูง สามารถพัฒนาสู่เวชภัณฑ์ทางการแพทย์ที่มีมูลค่าสูงต่อไปได้ในอนาคต