การพัฒนาโลชันบำรุงผิวขาวเสริมสารต้านอนุมูลอิสระสูตรนาโนอิมัลชันจากสารสกัดเปลือกหุ้มเมล็ดมะขาม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของตัวทําละลาย (น้ำเอทานอล และเมทานอลความเข้มข้นร้อยละ 25 50 และ 75) และวิธีการสกัด คือ การสกัดด้วยคลื่นอัลตราซาวน์ (นาน 10 20 และ 30 นาที) การสกัดด้วยวิธีการกวน และการสกัดด้วยวิธีการแช่ในตัวทําละลาย ต่อคุณภาพการต้านออกซิเดชันของสารสกัดเปลือกหุ้มเมล็ดมะขาม โดยการตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารประกอบฟีนอล (total phenolic compounds) สารประกอบฟลาโวนอยด์ (flavonoids) โปรแอนโทไซยานิดิน (proanthocyanidins) ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ DPPH และฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสในสารสกัดเปลือกหุ้มเมล็ดมะขาม นอกจากนี้ยังได้พัฒนาสูตรตํารับโลชันบํารุงผิวขาวสูตรนาโนอิมัลชันที่มีการเติมสารสกัดเปลือกหุ้มเมล็ดมะขามที่ระดับความเข้มข้นร้อยละ 0 0.05 0.1 และ 0.25 และตรวจ วิเคราะห์คุณภาพการต้านออกซิเดชันและความคงตัวของผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาได้ ผลการศึกษาพบว่า โปรแอนโทไซยานิดิน เป็นสารต้านออกซิเดชันที่พบมากที่สุดในสารสกัดเปลือกหุ้มเมล็ดมะขามและสารสกัดที่ได้จากตัวทําละลายเอทานอลความเข้มข้นร้อยละ 75 มีปริมาณของสารโปรแอนโทไซยานิดินและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ DPPH สูงที่สุด สารสกัดที่ได้จากการสกัดด้วยวิธีการแช่ในตัวละลายที่อุณหภูมิห้อง นาน 48 ชั่วโมง และวิธีการสกัดด้วยคลื่นอัลตราซาวน์ นาน 30 นาที มีปริมาณสารโปรแอนโทไซยานิดิน สารประกอบฟีนอล และฟลาโวนอยด์มากกว่าสารสกัดที่ได้จากการสกัดด้วยวิธีการอื่น และสารสกัดดังกล่าวยังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ DPPH และฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสสูงกว่าสารสกัดที่ได้จากการสกัดด้วยวิธีการอื่นและสารมาตรฐานอ้างอิง กรดแอสคอร์บิก (4-8 เท่า) และกรดโคจิก (5-7 เท่า) ตามลําดับ ดังนั้นจึงนําสารสกัดที่ได้จากวิธีการสกัดด้วยคลื่นอัลตราซาวน์ นาน 30 นาที ในตัวทําละลายเอทานอลความเข้มข้นร้อยละ 75 ไปใช้เป็นสารออกฤทธิ์ในสูตรตํารับโลชันบํารุงผิวขาวสูตรนาโนอิมัลชันต่อไป ผลการศึกษาการพัฒนาสูตรตํารับโลชันบํารุงผิวพบว่าโลชันบํารุงผิวที่พัฒนาได้มีขนาดอนุภาคระดับนาโน คือ 460-613 นาโนเมตร และมีค่าดัชนีการกระจายขนาดอนุภาคและค่าประจุอนุภาคต่ำโลชันบํารุงผิวสูตรตํารับที่เติมสารสกัดร้อยละ 0.1 มีคุณภาพการต้านออกซิเดชัน ความคงตัวเมื่อวัดด้วยวิธี heating-cooling cycles 6 รอบ และการเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้องนาน 3 เดือน และคะแนนการทดสอบทางประสาทสัมผัสสูงกว่าสูตรตํารับอื่น นอกจากนั้นงานวิจัยนี้ยังได้ศึกษาต้นทุนการผลิตโลชันบํารุงผิวในขวดบรรจุและการถ่ายทอดเทคโนโลยีงานวิจัย ผลที่ได้จากการศึกษาในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการใช้สารสกัดเปลือกหุ้มเมล็ดมะขามเป็นแหล่งของสารต้านออกซิเดชันในสูตร ตํารับเครื่องสําอางต้านริ้วรอยและบํารุงผิวขาว