รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2558
การพัฒนาเวชสำอางชะลอความชราจากรำข้าวขวัญสุพรรณเพื่อเพิ่มมูลค่าข้าวพื้นเมือง
ปิลันธนา เลิศสถิตธนกร มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา พ.ศ. 2558 ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
รำข้าวเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการสีข้าวซึ่งประกอบด้วยสารออกฤทธิ์สำคัญในปริมาณสูงโดยสารดังกล่าวมีประโยชน์ต่อร่างกายเนื่องจากมีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ และอนุมูลอิสระเป็นสาเหตุสำคัญของความชราของผิวหนัง งานวิจัยนี้จึงมีจุดมุ่งหมายที่จะศึกษาองค์ประกอบเคมีในสารสกัดรำข้าวขวัญสุพรรณสี่สายพันธุ์ซึ่งเป็นข้าวอินทรีย์ และพัฒนาตำรับเวชสำอางจากสารสกัดรำข้าวสายพันธุ์ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงสุด วิธีการวิจัยเริ่มจากสกัดรำข้าวมะลิแดง มะลิดำ ขาวตาเคลือบ และเหลืองอ่อนโดยการหมักใน 95% เอทานอล วิเคราะห์หาองค์ประกอบทางเคมีในสารสกัดรำข้าวด้วยวิธี gas chromatography- mass spectrometry ศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดด้วยวิธี DPPH scavenging assay และคัดเลือกสารสกัดรำข้าวสายพันธุ์ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงสุดมาตั้งตำรับเวชสำอาง ผลการวิจัยพบว่าการสกัดรำข้าวด้วยการหมักในเอทานอลได้ร้อยละผลผลิตระหว่าง 4.12-7.50 โดยองค์ประกอบหลักในสารสกัดรำข้าวทุกสายพันธุ์คือกรดไขมันจำเป็น ได้แก่ กรดปาล์มมิติก กรดโอเลอิก กรดไลโนเลอิก และเอสเทอร์ของกรดไขมันดังกล่าว ค่าความเข้มข้นที่ยับยั้งอนุมูลอิสระ DPPH ได้ 50 % ของสารสกัดรำข้าวมะลิแดง มะลิดำ ขาวตาเคลือบ และเหลืองอ่อนมีค่าเท่ากับ 0.59, 3.18, 3.45 และ 3.60 mg/ml ตามลำดับ จึงเลือกสารสกัดรำข้าวมะลิแดงมาตั้งตำรับเป็นซีรั่มห้าตำรับและคัดเลือกเพียงตำรับเดียวซึ่งมีความคงตัวทางกายภาพดีที่สุดเมื่อทดสอบด้วยการเก็บในที่ร้อนสลับเย็น ขอความร่วมมือจากอาสาสมัครหญิงอายุ 25-55 ปีจำนวน 30 คนในการศึกษาการระคายเคืองผิวของตำรับซีรั่มสารสกัดรำข้าวมะลิแดงที่เลือกไว้และตำรับซีรั่มเบสด้วยวิธี Patch test จากนั้นศึกษาประสิทธิภาพของซีรั่มทั้งสองตำรับในการเพิ่มความยืดหยุ่นผิว เพิ่มความชุ่มชื้นของผิว และลดเลือนริ้วรอยของผิว ในอาสาสมัครนาน 28 วัน ผลการศึกษาพบว่าซีรั่มสารสกัดรำข้าวมะลิแดงและซีรั่มเบสไม่ก่อให้เกิดความระคายเคืองผิว และสามารถเพิ่มความชุ่มชื้นของผิวหนังได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในวันที่ 14 และ 21 เช่นเดียวกับซีรั่มเบส อย่างไรก็ตามซีรั่มสารสกัดรำข้าวมะลิแดงสามารถทำให้ริ้วรอยของผิวหนังลดลงตั้งแต่วันที่ 14 และเมื่อถึงวันที่ 28 ผิวหนังเรียบเนียนสม่ำเสมออย่างชัดเจน การวิจัยนี้สรุปได้ว่าควรพัฒนาตำรับซีรั่มให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นโดยเพิ่มความเข้มข้นของสารสกัดรำข้าวมะลิแดง อีกทั้งควรศึกษาประสิทธิภาพการชะลอความชราของผิวหนังในด้านอื่นๆเพิ่มเติม เช่น ประสิทธิภาพการทำให้ผิวขาว เพื่อให้ซีรั่มสารสกัดรำข้าวมะลิแดงมีศักยภาพที่จะพัฒนาสู่การพาณิชย์ต่อไปในอนาคต
คำสำคัญ
4พ.ศ.เครือข่ายRice branข้าวพื้นเมืองเช่นรำข้าวLocal riceเป็นต้น50ไอโซฟลาโวนอำเภอ2557?-oryzanol2541อ.เมือง2553) จากรายงานการวิจัยของ LaokuldilokAnti-aging cosmeceuticset al. (2011) พบว่าสารสำคัญในรำข้าวได้แก่ ?-oryzanolก่อเกิดเป็นข้าวขวัญสุพรรณสายพันธุ์ต่างๆข้าวที่ได้มีความต้านทานโรคและให้ผลผลิตสูงข้าวที่บริโภคในประเทศไทยเกือบทั้งหมดได้จากการเพาะปลูกของเกษตรกรไทยจ.สุพรรณบุรี(จังหวัดสุพรรณบุรีจึงไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมตั้งอยู่ในเขตทั้งๆที่พันธุ์ข้าวพื้นเมืองนั้นมีคุณค่าทางโภชนาการสูงทั้งสิ้นปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีการทำนาแบบพื้นบ้านมาเป็นการทำนาด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ซึ่งเน้นการใช้ปุ๋ยเคมีจำนวนมากเพื่อเพิ่มผลผลิตข้าวปัจจุบันมูลนิธิข้าวขวัญได้รวบรวมพันธุ์ข้าวพื้นเมืองของจังหวัดสุพรรณบุรีซึ่งมีความหลากหลายทางชีวภาพ(ปิลันธนาพัฒนาพันธุ์ข้าวและพืชพื้นบ้านพันธุ์ขาวตาเคลือบพันธุ์ข้าวเหลืองอ่อนพันธุ์มะลิแดงภารกิจหลักของมูลนิธิคือการดำเนินงานด้านการพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสมกับท้องถิ่นมูลนิธิข้าวขวัญมูลนิธิข้าวขวัญเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อปีรวมทั้งเครือข่ายเกษตรทั่วประเทศไทยอีกกว่ารวมทั้งแสวงหาทางเลือกในการทำการเกษตรโดยไม่ใช้สารเคมีร่วมกับกลุ่มเกษตรกรและทำการปรับปรุงสายพันธุ์ข้าวพื้นเมืองโดยใช้การเพาะปลูกตามระบบเกษตรอินทรีย์คือปลูกโดยเตรียมดินปรกติและไม่ใช้ปุ๋ยเคมีและเน้นการปลูกข้าวเชิงเดี่ยวโดยใช้พันธุ์ข้าวหลักไม่กี่สายพันธุ์และมีพื้นที่ปฏิบัติงานในเขตวิตามินเอ และพฤกษเคมี (phytochemicals) ต่าง ๆ เช่น โพลีฟีนอลเวชสำอางชะลอความชราส่งผลให้พันธุ์ข้าวพื้นเมืองจำนวนมากหายไปจากท้องนาอาจกล่าวได้ว่าข้าวเป็นพืชที่มีความสำคัญกับสังคมไทยมาตั้งแต่อดีตกาลอาหารหลักที่คนไทยบริโภคประจำวันคือข้าว
งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าวล้านนาพาร์บอยล์เสริมสารสำคัญสำหรับผู้สูงอายุโดยเทคโนโลยีการแทรกซึมภายใต้สุญญากาศ
เรวัตร พงษ์พิสุทธินันท์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2560 นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ข้าวล้านนา สำหรับผู้สูงวัยจากข้าวสีในพื้นที่ภาคเหนือ
นิรมล อุตมอ่าง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2560 การพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าวไรซ์เบอร์รี่เสริมโภชนาการแบบกึ่งสำเร็จรูปที่มีแอนโธไซยานินสูงเพื่อสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ
มะลิ นาชัยสินธุ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2559 การพัฒนาซุปกึ่งสำเร็จรูปทางโภชนาการจากฟลาวมันเทศสำหรับผู้สูงอายุ
กมลวรรณ แจ้งชัด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2554 การพัฒนาเนื้อสัมผัสของข้าวสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะกลืนลำบาก
นิรมล อุตมอ่าง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2560 การพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวเพื่อส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุในจังหวัดชัยภูมิ
ดาศรินทร์พัชร์ สุธรรมดี สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2566 การวิจัยคุณลักษณะจำเพาะต่อการแปรรูปของข้าว 84 พันธุ์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ: ผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพมูลค่าเพิ่มจากข้าวสายพันธุ์เด่นของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
น้ำฝน ลำดับวงศ์ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2555 อาหารเสริมสำหรับผู้สูงอายุจากข้าวไรซ์เบอร์รี่เสริมธัญพืช และพรีไบโอติก
ศุภศิษฏ์ อรุณรุ่งสวัสดิ์ มหาวิทยาลัยคริสเตียน พ.ศ. 2560 การพัฒนาข้าวก่ำเพื่อการป้องกันและรักษาโรคเรื้อรัง
ธีระ ชีโวนรินทร์ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2555 การใช้ประโยชน์จากข้าวสายพันธุ์ท้องถิ่นภาคเหนือเพื่อเป็นวัตถุเติมอาหาร สารช่วยทางเภสัชกรรม และอาหารเสริมสุขภาพปรับสมดุลระบบทางเดินอาหารและป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ ในรูปแบบแป้งข้าวต้านทานการย่อย ส่วนสกัดข้าวที่ผ่านการเปลี่ยนรูปทางชีวภาพและผลิตภัณฑ์คล้ายโยเกิร์ตหมักจากข้าว
บุษบัน ศิริธัญญาลักษณ์ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) พ.ศ. 2555