การประเมินสารพฤกษเคมีและกิจกรรมการต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดของเมล็ดงอกและต้นอ่อนของข้าวขาวดอกมะลิ 105 ข้าวไรซ์เบอร์รี่ และข้าวโดยการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงร่วมด้วยในการสกัด
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มุ่งหวังการใช้ประโยชน์จากสารสกัดข้าวในด้านกิจกรรมการต้านอนุมูลอิสระซึ่งเกิดจากสารประกอบฟีนอลและฟลาโวนอยด์ โดยตัวอย่างของการศึกษา คือ เมล็ดงอกและต้นอ่อนของข้าวขาวดอกมะลิ 105 ซึ่งเป็นข้าวขาวพันธุ์ดั้งเดิมของประเทศไทย ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ซึ่งเป็นข้าวไทยสีเข้มที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง และข้าวสาลี ซึ่งเป็นที่นิยมปลูกเป็นต้นอ่อนและคั้นน้ำรับประทานในต่างประเทศ โดยแปรผันอายุของการงอกที่เวลาต่าง ๆ ได้แก่ เมล็ดที่ไม่ผ่านการงอก เมล็ดงอกอายุ 3 วัน ต้นอ่อนข้าวอายุ 5 7 และ 13 วัน ทำการสกัดข้าวโดยใช้เมทานอลร่วมกับคลื่นเหนือเสียงความถี่สูง ผลการทดลองพบว่าการงอกเพิ่มระดับสารประกอบฟีนอลและ ฟลาโวนอยด์รวม ส่งผลให้กิจกรรมการต้านอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้นเมื่อวิเคราะห์โดยทั้งวิธี 2,2’-azino-bis (3-ethylbenz-thiazoline-6-sulphonic acid cation radical scavenging activity, 2,2-diphenyl-1-picrylhydrazyl radical scavenging activity, Ferric reducing antioxidant power และ Thiobarbituric acid reactive substances โดยต้นอ่อนข้าวสาลีมีปริมาณสารประกอบฟีนอล ฟลาโวนอยด์ และกิจกรรมการต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุดและคงที่ตั้งแต่วันที่ 7 ในขณะที่ที่ต้นอ่อนข้าวไรซ์เบอร์รี่ อายุ 13 วัน มีปริมาณสารประกอบฟีนอลและฟลาโวนอยด์ ตลอดจนกิจกรรมการต้านอนุมูลอิสระสูงรองลงมา และต้นอ่อนข้าวขาวดอกมะลิ 105 ที่อายุ 13 วัน มีปริมาณสารประกอบฟีนอล ฟลาโวนอยด์ และกิจกรรมการต้านอนุมูลอิสระต่ำที่สุด งานวิจัยนี้ชี้ให้เห็นถึงแนวทางในการบริโภคต้นอ่อนข้าวเป็นอาหารเสริมสุขภาพหรือการนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพในระดับอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นช่องทางหนึ่งของการเพิ่มมูลค่าข้าวที่เป็นพืชเศรษฐกิจของ ประเทศไทย