การพัฒนาผลิตภัณฑ์เวชสำอางและเครื่องสำอางเสริมแต่งความงามของผิว
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตข้าวก่ำบางพระเพื่อการแปรรูปอาหารสุขภาพและเวชสำอางสู่ตลาดเออีซีสุธัญญา พรหมสมบูรณ์1 กรรณิการ์ พิมพ์รส2 มาโนช รัตนคุณ2 ศิริวดี บุญมโหตม์2บทคัดย่อโครงการวิจัยเรื่อง การพัฒนาผลิตภัณฑ์เวชสำอางและเครื่องสำอางเสริมแต่งความงามของผิว ใช้ข้าวก่ำบางพระ เป็นวัตถุดิบในการศึกษา นำส่วนรำข้าวมาศึกษาองค์ประกอบเคมี ตัวทำละลายที่เหมาะสมในการสกัดน้ำมันรำข้าว การผลิตผงสีแอนโทไซยานินจากรำข้าวเพื่อใช้เป็นส่วนผสมในสูตรตำรับเครื่องสำอาง และทดสอบคุณลักษณะของผลิตภัณฑ์ ผลการศึกษาพบว่า กระบวนการสีข้าวได้ส่วนรำข้าวร้อยละ 8 โดยในรำข้าวมีโปรตีนเป็นองค์ประกอบร้อยละ 12.85 มีแกมมาออไรซานอล 3,878.75 mg/kg พบกรดอะมิโน 18 ชนิด สารแอนโท ไซยานิน 28.17 mg/kg มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ 1,253.83 มิลลิกรัมต่อรำ 100 กรัม เทียบกับสารมาตรฐานกรดแอสคอร์บิก เมื่อนำรำมาสกัดโปรตีนบริสุทธิ์พบว่ามีความเข้มข้นของโปรตีนอยู่ร้อยละ 37.30 โดยโปรตีนดังกล่าวมีขนาดระหว่าง 5-40 KDa เมื่อศึกษาแบบแผนโปรตีนด้วยเทคนิค SDS-PAGE ผลการศึกษาตัวทำละลายที่เหมาะสมในการสกัดน้ำมันรำข้าว พบว่ารำข้าวที่สกัดด้วยไอโซโพรพานอล มีปริมาณสารสำคัญสูงกว่าน้ำมันรำข้าวที่สกัดด้วยเฮกเซน โดยน้ำมันรำข้าวที่สกัดด้วยไอโซโพรพานอลมีฤทธิ์ ต้านอนุมูลอิสระ 247.73 mg eq trolox/100g มีสารแกมมาออไรซานอล และแกมมาโทโคไตรอีนอลเท่ากับ 15,817.90 และ 144.09 mg/kg ตามลำดับ มีวิตามินอีทั้งหมดในรูปโทโคไตรอีนอล 154.02 mg/kg มีแอนโท ไซยานินเท่ากับ 2.77 mg/kg ในขณะที่น้ำมันรำข้าวที่สกัดด้วยเฮกเซน มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระเท่ากับ 189.80 mg eq trolox/100g มีแกมมาออไรซานอล และแกมมาโทโคไตรอีนอลเท่ากับ 14,225.26 และ52.29 mg/kg ตามลำดับ มีวิตามินอีทั้งหมดในรูปโทโคไตรอีนอล 60.68 mg/kg มีแอนโทไซยานินเท่ากับ 1.31 mg/kg น้ำมัน รำข้าวที่สกัดได้มีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ผลการสกัดแอนโทไซยานินจากรำข้าว เพื่อผลิตผงสี พบว่า น้ำที่ปรับพีเอชเท่ากับ 3.5 ด้วยกรดไฮโดรคลอริก 1% เป็นตัวทำละลายที่สกัดสารสีแอนโท ไซยานินจากรำข้าวได้มากที่สุด โดยสภาวะที่เหมาะสมในการทำแห้งแบบพ่นฝอยเพื่อให้ได้ผงสีคืออัตราการ feed 15ml/min ที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส ผสมสารช่วยทำแห้ง ร้อยละ 7 ได้ผงสีร้อยละ 7.7 ผลการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผสมสารสกัดจากรำข้าว ได้ผลิตภัณฑ์ต้นแบบ 3 ชนิด ได้แก่ เซรั่มข้าว ครีมบำรุงผิวสูตรกลางคืน และลิบบาล์ม ผลิตภัณฑ์ทดลอง 2 ชนิดคือ ลิควิดลิบ และ บลัชออน ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมีค่าพีเอชเท่ากับ 5.5 มีความคงตัวดีไม่แยกชั้น ผลการตรวจสอบจุลินทรีย์ทั้งหมดและจำนวนยีสต์และรารวม อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ผลการทดสอบความเป็นพิษต่อเซลล์ของผลิตภัณฑ์ พบว่า ครีมบำรุงผิว ไม่ยับยั้งเซลล์มะเร็งผิวหนัง และเซลล์ปกติ มีอัตราการมีชีวิตรอดของเซลล์ร้อยละ 96 ที่ความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์ 125 ?g/ml มีค่า IC50 เท่ากับ 554.5 ?g/ml ในขณะที่ผลการทดสอบซีรัม มีอัตราการมีชีวิต ของเซลล์ร้อยละ 91 ที่ความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์ 15.63 ?g/ml มีค่า IC50 เท่ากับ 333.4 ?g/ml ผลการทดสอบการแพ้การระคายเคืองผิวของซีรั่ม และครีมบำรุงที่มีต่อผิวหนัง โดยวิธี patch test และการตรวจวัดเม็ดสีผิวเมลานินและรอยแดงก่อนและหลังทาผลิตภัณฑ์ พบว่า ไม่เกิดการแพ้ ไม่ระคายเคืองผิว ผลการประเมินประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์โดยการวัดค่าความชุ่มชื้นผิว พบว่าหลังทาผลิตภัณฑ์ทั้งสองชนิดมีความชุ่มชื้นผิวคงอยู่ได้ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง ผลการตรวจวัดค่าสีผิวก่อนและหลังทาผลิตภัณฑ์ที่เวลา 2, 4 และ 6 ชั่วโมง ไม่พบการเปลี่ยนแปลงค่าสีผิว ส่วนการทดสอบค่าการป้องกันแสงแดดของผลิตภัณฑ์ซีรั่มบำรุงผิวด้วยเครื่อง ultraviolet transmittance analyzer พบว่ามีค่าการป้องกันแสงแดด (SPF) เท่ากับ 3.5หมายเหตุ : 1 หัวหน้าโครงการ 2 ผู้ร่วมวิจัย