Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2556

การพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากน้ำมันรำข้าวก่ำไทย

บุษบัน ศิริธัญญาลักษณ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2556

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

โครงการย่อยที่ 1 นอกจากข้าวขาวแล้ว ในเขตพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทยยังมีข้าวสีดำ ข้าวสีม่วงและขาวสีแดงซึ่งลักษณะสีภายนอกนั้นขึ้นอยู่กับการสะสมสีบนเยื่อหุ้มข้าวและรำข้าว สำหรับข้าวสีม่วงนั้นเรียกว่า “ข้าวก่ำ” ซึ่งมีการเพาะปลูกมากในเขตพื้นที่สูงหรือในเขตยอดดอย การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแคปซูลน้ำมันรำข้าวก่ำชนิดเคลือบเอนเทอริกที่มีปริมาณแกมม่า-โอไรซานอล โทโคเฟอรอลและโทโคไตรอีนอลสูง โดยคัดเลือกน้ำมันรำข้าวก่ำที่มีปริมาณโทโคเฟอรอลและโทโคไตรอีนอลสูงซึ่งวิเคราะห์ด้วยเทคนิคโครมาโทกราฟีของเหลวสมรรถนะสูงโดยใช้ตัวตรวจวัดชนิดฟลูออเรสเซนต์ซึ่งได้ทำการดัดแปลงวิธีวิเคราะห์ขึ้น ปริมาณแกมม่า-โอไรซานอล ชนิดและปริมาณกรดไขมัน ปริมาณสารประกอบฟีนอลิกทั้งหมด ปริมาณสารประกอบฟลาโวนอยด์ทั้งหมดและปริมาณสารประกอบแอนโธไซยานินทั้งหมดจากตัวอย่างน้ำมันรำข้าวบึ้ง น้ำมันรำข้าวก่ำต่อ นำมันรำข้าวก่ำลืมผัว น้ำมันรำข้าวก่ำดอยสะเก็ด น้ำมันรำข้าวก่ำเชียงรายและน้ำมันรำข้าวก่ำพะเยา เปรียบเทียบกับน้ำมันรำข้าวขาว (เหนียวสันป่าตองและข้าวขาวดอกมะลิ 105) จากการวิเคราะห์ปริมาณสารสำคัญพบว่าน้ำมันรำข้าวก่ำมีปริมาณสารประกอบฟีนอลิกทั้งหมด ปริมาณสารประกอบฟลาโวนอยด์ทั้งหมดและปริมาณสารประกอบแอนโธไซยานินทั้งหมดสูงกว่าน้ำมันรำข้าวขาว นอกจากนี้ยังพบว่าน้ำมันรำข้าวก่ำมีปริมาณ โทโคไตรอีนอล โทโคเฟอรอลและแกมม่า-โอไรซานอลสูงกว่าน้ำมันรำข้าวขาวประมาณสองเท่า ซึ่งพบว่าน้ำมันรำข้าวก่ำลืมผัวมีปริมาณสารสำคัญดังกล่าวสูงสุด ดังนั้นจึงคัดเลือกน้ำมันรำข้าวก่ำลืมผัวมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์แคปซูลชนิดเคลือบเอนเทอริกเพื่อนำส่งสารสำคัญไปยังลำไส้เล็ก ซึ่งได้เตรียมน้ำมันรำข้าวก่ำลืมผัวให้เป็นผงแห้งโดยการใช้ silicified microcrystalline cellulose ในอัตราส่วนของน้ำมันรำข้าวต่อตัวดูดซับเท่ากับ 3:1 โดยน้ำหนัก ซึ่งสามารถดูดซับสารสกัดได้ผงแห้งที่สามารถนำไปเตรียมแกรนูลสำหรับการบรรจุลงในแคปซูลชนิดเคลือบเอนเทอริกต่อไป จากการทดสอบการปลดปล่อยสารสำคัญในสภาวะจำลองของกระเพาะอาหารเป็นเวลา 2 ชั่วโมงพบว่ามีการปลดปล่อยแกมม่า-โทโคไตรอีนอล แกมม่า-โทโคเฟอรอล แอลฟ่า-โทโคเฟอรอลและแกมม่า-โอไรซานอลน้อยกว่าร้อยละ 10 โดยที่พบว่ามีการปลดปล่อยแกมม่า-โทโคไตรอีนอล แกมม่า-โทโคเฟอรอล แอลฟ่า-โทโคเฟอรอลและแกมม่า-โอไรซานอลมากกว่าร้อยละ 90 หลังจากทดสอบในสภาวะจำลองของลำไส้เล็กภายในเวลา 1 ชั่วโมงและมีการปลดปล่อยสารสำคัญจนเกือบสมบูรณ์ (มากกว่าร้อยละ 95) ภายในเวลา 2 ชั่วโมงในสภาวะจำลองของลำไส้เล็ก ผลงานวิจัยครั้งนี้แสดงให้เห็นศักยภาพของผลิตภัณฑ์แคปซูลน้ำมันรำข้าวก่ำลืมผัวชนิดเคลือบ เอนเทอริกที่มีปริมาณโทโคไตรอีนอล โทโคเฟอรอลและแกมม่า-โอไรซานอลสูงในการนำมาประยุกต์ใช้เป็นโภชนเภสัชภัณฑ์ โครงการย่อยที่ 2 งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาผลของปัจจัยด้านต่างๆ ที่มีต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ไอศกรีมดัดแปลงข้าวก่ำเสริมน้ำมันรำข้าวก่ำสกัด การศึกษาผลของอัตราส่วน (โดยน้ำหนัก) ระหว่างข้าวก่ำต่อน้ำ 3 ระดับ คือ 1:2, 1:4 และ 1:10 ต่อสมบัติของน้ำข้าวก่ำ พบว่าการลดสัดส่วนของน้ำในอัตราส่วน ทำให้ปริมาณโปรตีน ไขมัน ของแข็งทั้งหมด เถ้า และสารประกอบฟีนอล มีค่าสูงขึ้น ในขณะที่สารแอนโทไซยานินมีปริมาณลดลง ส่วนสมบัติการต้านออกซิเดชันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่วนผสมพื้นฐานไอศกรีมดัดแปลงข้าวก่ำที่เหมาะสม ประกอบด้วย น้ำข้าวก่ำ (เตรียมโดยใช้อัตราส่วนระหว่างข้าวก่ำต่อน้ำ เท่ากับ 1:4 โดยน้ำหนัก) ร้อยละ 55 กะทิร้อยละ 30 และน้ำตาลร้อยละ 15 (โดยน้ำหนัก) ชนิดและปริมาณสารเพิ่มความคงตัวที่เติมลงในส่วนผสมไอศกรีมพื้นฐาน ส่งผลต่อสมบัติของไอศกรีมดัดแปลงข้าวก่ำที่ได้ การเติมเจลาตินที่ระดับความเข้มข้นร้อยละ 0.3 (โดยน้ำหนัก) ทำให้ได้ไอศกรีมดัดแปลงข้าวก่ำที่มีคุณภาพโดยรวมเหมาะสมที่สุด การเติมน้ำมันรำข้าวก่ำในปริมาณร้อยละ 10 (โดยน้ำหนัก) ในส่วนผสมพื้นฐานที่มีการเติมเจลาตินร้อยละ 0.3 (โดยน้ำหนัก) ทำให้ได้ไอศกรีมดัดแปลงข้าวก่ำที่มีสมบัติโดยรวมดีที่สุด การศึกษาการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ไอศกรีมดัดแปลงข้าวก่ำเสริมน้ำมันรำข้าวก่ำ ที่อุณหภูมิ -10 และ -20 องศาเซลเซียส เป็นระยะเวลา 90 วัน พบว่าคุณภาพโดยรวมของไอศกรีมดัดแปลงข้าวก่ำเสริมน้ำมันรำข้าวก่ำลดลงตามระยะเวลาการเก็บรักษา ในทั้งสองอุณหภูมิ การเก็บรักษาที่อุณหภูมิ -20 องศาเซลเซียส ช่วยรักษาคุณภาพของไอศกรีมดัดแปลงข้าวก่ำเสริมน้ำมันรำข้าวก่ำได้ดีกว่า อย่างไรก็ตามไอศกรีมดัดแปลงข้าวก่ำเสริมน้ำมันรำข้าวก่ำที่เก็บรักษาไว้เป็นระยะเวลานาน 90 วัน มีคุณภาพทางด้านจุลินทรีย์เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ไอศกรีมในประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 222 พ.ศ. 2544 และจากการประเมินคุณลักษณะทางด้านประสาทสัมผัสของไอศกรีมชุดควบคุม และไอศกรีมที่เติมน้ำมันรำข้าวก่ำร้อยละ 10 (โดยน้ำหนัก) ในระหว่างการเก็บรักษา พบว่าระยะเวลาการเก็บรักษาและอุณหภูมิการเก็บรักษาไม่มีผลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ต่อคุณลักษณะทางประสาทสัมผัสในทุกคุณลักษณะ โดยคะแนนเฉลี่ยในคุณลักษณะ ด้านสี ลักษณะปรากฏ ความแน่นแข็ง ความเรียบเนียน รสหวาน กลิ่นรสไอศกรีม และคะแนนการยอมรับโดยรวมของไอศกรีมชุดควบคุม อยู่ในช่วง 6.0 8 – 6.83 ชอบน้อยที่สุด และไอศกรีมข้าวก่ำที่เติมน้ำมันรำข้าวก่ำร้อยละ 10 (โดยน้ำหนัก) อยู่ในช่วง 6.25-7.25 ชอบน้อยที่สุดถึงชอบปานกลาง

คำสำคัญ

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารข้าวก่ำpurple riceTocotrienolไอศกรีมTocopherolGamma-oryzanolFood supplementIce-creamแกมม่า-โอไรซานอลโทโคเฟอรอลโทโคไทรอีนอล

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

คุณภาพของข้าวพื้นเมืองมีสี ภายใต้ของประเทศไทย

เทวี ทองแดง คาร์ริลา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี พ.ศ. 2552

การเพิ่มมูลค่าข้าวพื้นเมืองจังหวัดสุรินทร์โดยการประยุกต์ใช้ข้าวกล้องงอกในผลิตภัณฑ์ขนมไทยและเครื่องสำอาง

ภัทราภรณ์ แก้วกูล มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ พ.ศ. 2558

การ identification และ การ quantity สารต้านอนุมูลอิสระในข้าวมีสี และผลกระทบจากกระบวนการทำอาหารด้วยการวิเคราะห์จาก high performance liquid chromatography

นางวนิดา ชิติสรรค์กุล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2554

Diversity, utilization and cultural significance of purple rice in northeastern Thailand

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พ.ศ. 2561

โครงการวิจัย การทดสอบและพัฒนาพันธุ์ข้าวโพดหวานที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ในเขตภาคเหนือของประเทศไทย

กิตติ สัจจาวัฒนา มหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. 2558

โครงการ ความหลากหลายของคุณภาพทางด้านโภชนาการในข้าวสีพันธุ์พื้นเมืองของไทย

ชนากานต์ เทโบลต์ พรมอุทัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2558

Variation of grain nutritional quality among Thai purple rice genotypes grown at two different altitudes

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2558

การศึกษาสมบัติของแป้งที่ผลิตจากถั่วแดงในประเทศไทย และศักยภาพในการนาไปใช้ประโยชน์

ยุพร พืชกมุทร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2556

การวิเคราะห์และเปรียบเทียบยีสต์บีตากลูแคนจากลูกแป้งข้าวหมากในภาคกลางของประเทศไทย

สมเกียรติ พรพิสุทธิมาศ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. 2558

การวิเคราะห์สารกลุ่มฟลาโวนอยด์ในข้าวสี่พันธุ์ไทย

สุกัญญา วงศ์พรชัย ภาควิชาเคมี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2552