การผลิตวัตถุเติมอาหารที่อุดมด้วยแกมม่า-โอไรซานอล โทโคเฟอรอลและโทโคไตรอีนอลจากรำข้าวก่ำด้วยเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสำหรับส่งเสริมการสร้างกระดูก
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
อุบัติการณ์ของภาวะกระดูกพรุนในประเทศไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องอันเนื่องมาจากการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ งานวิจัยครั้งนี้จึงทำการพัฒนาผลิตภัณฑ์ป้องกันกระดูกพรุนจากโทโคไตรอีนอลและโทโคเฟอรอลที่ได้จากรำข้าว นอกจากข้าวขาวแล้ว ในเขตพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทยยังมีข้าวสีดำ ข้าวสีม่วงและขาวสีแดงซึ่งลักษณะสีภายนอกนั้นขึ้นอยู่กับการสะสมสีบนเยื่อหุ้มข้าวและรำข้าว สำหรับข้าวสีม่วงนั้นเรียกว่า “ข้าวก่ำ” ซึ่งมีการเพาะปลูกมากในเขตพื้นที่สูงหรือในเขตยอดดอย นำรำข้าวก่ำมาสกัดน้ำมันรำข้าวก่ำด้วยเทคนิคการบีบเย็นและการสกัดด้วยคาร์บอนไดออกไซด์วิกฤตยิ่งยวด พบว่าน้ำมันรำข้าวก่ำที่เตรียมด้วยเทคนิคการบีบเย็นมีปริมาณโทโคไตรอีนอล โทโคเฟอรอลและแกมม่า-โอไรซานอลสูงกว่าน้ำมันรำข้าวก่ำที่เตรียมด้วยเทคนิคการสกัดด้วยคาร์บอนไดออกไซด์วิกฤตยิ่งยวด จึงเลือกน้ำมันรำข้าวก่ำที่เตรียมด้วยเทคนิคการบีบเย็นมาศึกษาในเซลล์เพาะเลี้ยง น้ำมันรำข้าวก่ำสามารถกระตุ้นกิจกรรมของเอนไซม์อัลคาไลฟอสฟาเทสได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ทั้งยั้งสามารถกระตุ้นการผลิต osteocalcin (OC) และ osteoprotegerin (OPG) นอกจากนั้นยังสามารถยับยั้งการผลิต receptor activator of nuclear factor kappa ligand (RANKL) โดยที่ไม่มีความพิษต่อเซลล์เพาะเลี้ยงทั้ง primary human osteoblast (HOBs) และเซลล์กระดูกเพาะเลี้ยง MG-63 น้ำมันรำข้าวก่ำยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบที่ดีเมื่อทดสอบด้วยการยับยั้งการผลิตไนตริกออกไซด์ในเซลล์เพาะเลี้ยง RAW264.7 ที่ถูกกระตุ้นด้วยไลโปพอลิแซคคาไรด์และอินเทอร์ฟีรอน-แกมม่า นอกจากนั้นยังสามารถยับยั้งการผลิต pro-inflammatory cytokine IL-6 และกระตุ้นการผลิต anti-inflammatory cytokine IL-10 เซลล์กระดูกเพาะเลี้ยง MG-63 ที่ถูกกระตุ้นด้วยอินเทอร์ฟีรอน-แกมม่า น้ำมันรำข้าวเหนียวดำซึ่งมีปริมาณแกมม่า-โอไรซานอลสูงสุดและมีองค์ประกอบของเดลต้า-โทโคไตรอีนอล แกมม่า-โทโคไตรอีนอล แอลฟ่า-โทโคไตรอีนอล เดลต้า-โทโคเฟอรอล แกมม่า-โทโคเฟอรอลและแอลฟ่า-โทโคเฟอรอลในสัดส่วนเท่ากับ 2.7 : 40.9 : 6.8 : 3.4 : 30.5 : 15.7 ตามลำดับ แสดงฤทธิ์กระตุ้นการสร้างกระดูกและยับยั้งการสลายกระดูกได้ดีที่สุด การทดสอบกับการจับกับตัวรับเอสโตรเจนชนิดแอลฟ่าและบีตาโดยการสร้างแบบจำลองโมเลกุล เมื่อพิจารณาจากค่า CDOCKER energy เฉลี่ย พบว่ากรดเฟอรูลิกซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการสลายตัวของแกมม่า-โอไรซานอลสามารถในการชอบจับกับตัวรับเอสโตรเจนชนิดแอลฟ่าและบีต้าได้ดีที่สุด ผลการทดลองครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าน้ำมันรำข้าวก่ำมีฤทธิ์กระตุ้นการสร้างกระดูก ยับยั้งการสลายกระดูกและมีฤทธิ์ต้านการอักเสบที่ดี ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าน้ำมันรำข้าวก่ำที่มีองค์ประกอบของโทโคไตรอีนอล โทโคเฟอรอลและแกมม่า-โอไรซานอลในสัดส่วนและปริมาณที่เหมาะสมมีศักยภาพในการนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ป้องกันกระดูกพรุน ซึ่งต่อไปจะทำการพัฒนาระบบคอมพอซิทชีวภาพเพื่อนำส่งน้ำมันรำข้าวก่ำไปสู่กระดูกและทำการประเมินคุณภาพและควบคุมคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (dietary supplements) ที่กำหนดใน USP38 NF33 ต่อไป