การศึกษาเปรียบเทียบและกลไกการป้องกันการก่อมะเร็งของสารสกัดแกมม่า-โอไรซานอลที่สกัดจากข้าวไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบปริมาณแกมม่า-โอไรซานอลและ กลไกการป้องกันการก่อมะเร็งของสารสกัดแกมม่า-โอไรซานอลจากข้าวสายพันธุ์ไทย ซึ่ง ประเมินด้วยฤทธ์ิต้านออกซิเดชัน ฤทธ์ิต้านการอักเสบ การกระตุ้นเอนไซม์กำจัดสารพิษและ สารก่อมะเร็งและการกระตุ้นเอนไซม์ต่อต้านออกซิเดชัน ตัวอย่างข้าวขาว 5 สายพันธุ์ ข้าวแดง 3 สายพันธุ์และข้าวก่ำ 5 สายพันธุ์ถูกคัดเลือกในเขตพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย นํ้ามันข้าว ถูกเตรียมจากการสกัดแบบต่อเนื่องด้วยตัวทำละลายผสมระหว่างเฮกเซนและเอธิลอะซิเตต จากนั้นนำนํ้ามันข้าวที่ได้มาทำให้บริสุทธ์ิด้วยเทคนิคโครมาโทกราฟีแบบคอลัมน์จะได้สารสกัด แกมม่า-โอไรซานอล วิเคราะห์ปริมาณแกมม่า-โอไรซานอลด้วยเทคนิคโครมาโทกราฟี ของเหลวสมรรถนะสูง พบว่าสารสกัดแกมม่า-โอไรซานอลจากข้าวไทยมีปริมาณแกมม่าโอไร ซานอลอยู่ในช่วงระหว่างร้อยละ 0.77 - 14.05 โดยนํ้าหนัก คัดเลือกสารสกัดแกมม่า-โอไรซา นอลที่มีปริมาณแกมม่า-โอไรซานอลมากกว่าร้อยละ 5 โดยนํ้าหนักในแต่ละกลุ่มข้าว ซึ่งได้แก่ ข้าวซิวแม่จัน ข้าวแดงสุโขทัย 1 ข้าวก่ำบึ้ง ข้าวดำสุโขทัย 1 และข้าวก่ำต่อมาปรับมาตรฐานโดย ให้มีปริมาณส่วนประกอบหลักของแกมม่า-โอไรซานอลเป็นร้อยละ 10 โดยน้ำหนักต่อปริมาตร ของสารสกัดก่อนนำมาศึกษากลไกการป้องกันการก่อมะเร็ง สารสกัดแกมม่า-โอไรซานอลจาก ข้าวไทยทั้งหมดแสดงฤทธ์ิต้านออกซิเดชันในระดับปานกลางเมื่อประเมินด้วยวิธีการขจัดอนุมูล อิสระซุปเปอร์ออกไซด์และไนตริกออกไซด์ ในขณะที่แสดงฤทธ์ิยับยั้งการเกิดลิปิดเปอร์ ออกซิเดชันที่ดีมาก สารสกัดแกมม่า-โอไรซานอลจากข้าวก่ำบึ้งและข้าวก่ำต่อแสดงฤทธ์ิยับยั้ง การเกิดลิปิดเปอร์ออกซิเดชันสูงสุด ความเข้มข้นที่สามารถยับยั้งการเกิดลิปิดเปอร์ออกซิเดชัน ได้ร้อยละ 50 (IC50) เท่ากับ 32.32 ? 0.78 และ 33.67 ? 0.66 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร นอกจากนั้นสารสกัดแกมม่า-โอไรซานอลจากข้าวก่ำบึ้ง ข้าวดำสุโขทัย 1 ข้าวก่ำต่อและข้าวแดง สุโขทัย 1 ที่ความเข้มข้น 10 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตรยังสามารถยับยั้งการทำลายดีเอ็นเอจาก ปฏิกิริยาเฟนตันเมื่อเปรียบเทียบกับสารมาตรฐานเควอซิทินและอีพิแกลโล คาเทชิน แกลเลท (EGCG) ที่สามารถยับยั้งการทำลายดีเอ็นเอจากปฏิกิริยาเฟนตันที่ความเข้มข้นน้อยกว่า 5 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร สารสกัดแกมม่า-โอไรซานอลทั้งหมดยังแสดงฤทธ์ิต้านการอักเสบที่ดี ผ่านการยับยั้งการสร้างเอนไซม์ไซโคลออกซิจิเนส-2 (COX-2) และทูเมอร์ เนโครซิส แฟค เตอร์-อัลฟ่า (TNF-?) ในเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง (HT-29) ที่ถูกกระตุ้นด้วยไลโปพอลี แซคคาร์ไรด์และอินเทอร์เฟอรอน-แกมม่าโดยที่ไม่มีความเป็นพิษต่อเซลล์ที่ใช้ทดสอบ สารสกัด แกมม่า-โอไรซานอลจากข้าวก่ำบึ้งแสดงฤทธ์ิยับยั้งการสร้างเอนไซม์ไซโคลออกซิจิเนส-2 และ ทูเมอร์ เนโครซิส แฟคเตอร์-อัลฟ่าสูงสุด ตามมาด้วยสารสกัดแกมม่า-โอไรซานอลจากข้าวก่ำ ต่อ ข้าวดำสุโขทัย-1 ข้าวแดงสุโขทัย ข้าวซิวแม่จันและแกมม่า-โอไรซานอลเปรียบเทียบ ตามลำดับ นอกจากนี้สารสกัดแกมม่า-โอไรซานอลจากข้าวก่ำบึ้ง ข้าวดำสุโขทัย-1 ข้าวก่ำต่อ และข้าวแดงสุโขทัย 1 สามารถกระตุ้นเอนไซม์ซัลโฟทรานสเฟอเรสและเอนไซม์ฮีมออกซิจีเนส- 1 ได้อีกด้วย ผลการศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า สารสกัดแกมม่า-โอไรซานอลจากข้าวไทยแสดง ความสามารถในการป้องกันการก่อมะเร็งผ่านกลไกการขจัดอนุมูลอิสระ การกระตุ้นเอนไซม์ กำจัดสารพิษและสารก่อมะเร็ง การกระตุ้นเอนไซม์ต่อต้านออกซิเดชันและกลไกต้านการ อักเสบ จากการศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าสารสกัดแกมม่า-โอไรซานอลจากข้าวไทยมี ศักยภาพในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพเพื่อป้องกันการก่อมะเร็งได้