การยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยเพื่อพัฒนาความมั่นคงของน้ำมันปาล์มตลอดห่วงโซ่การผลิต
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการวิจัยเรื่อง “การยกระบดับคุณภาพและความปลอดภัยเพื่อพัฒนาความมั่นคงของน้ำมันปาล์ม มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาคุณภาพและความปลอดภัยให้กับน้ำมันปาล์ม โดยเลือกศึกษาในน้ำมันปาล์มเนื่องจากมีข้อมูลพลการปนเปื้อนสาร MCPDE และ GE ปริมาณมาก โดยมีกิจกรรมวิจัยวิจัย 2 ส่วน ประกอบด้วย กิจกรรมส่วนที่ 1 คือ การควบคุมคุณภาพและกระบวนการจัดการเบื้องต้นสำหรับน้ำมันปาล์มดิบเพื่อลดการเกิดสารอันตรายกลุ่ม MCPDE ในน้ำมันปาล์มผ่านกรรมวิธี พบว่าจากการสุ่มเก็บน้ำมันปาล์มดิบมาวิเคราะห์คุณภาพ จำวน 18 ตัวอย่าง มีปริมาณกรดไขมันอิสระ (5.08?1.96%) ค่า DOBI (2.06?0.56) แคโรทีนอยด์ (506.09?11.32 พีพีเอ็ม) โมโน-และไดกลีเซอไรด์ (7.61?1.80%) ซึ่งมีคุณภาพเฉลี่ยอยู่ในเกณฑ์ใกล้เคียงกับน้ำมันปาล์มดิบคุณภาพมาตรฐานเกรด 2 ของประเทศมาเลเซีย อย่างไรก็ตาม พบมีปริมาณโมโน-และไดกลีเซอไรด์ และกรดไขมันอิสระสูงกว่า แต่มีค่า DBOI และแคโรทีนอยด์ต่ำกว่า ทั้งนี้อาจจะเนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกปาล์มน้ำมันอยู่ห่างจากโรงสกัด ทำให้ต้องใช้เวลาในการขนส่ง ทำให้คุณภาพของผลปาล์มก่อนสกัดน้ำมันด้อยลงได้ ส่วนการใช้ดินฟอกสีธรรมชาติมีประสิทธิภาพในการลดค่าสีของน้ำมันปาล์มดิบต่ำกว่าดินฟอกสีกระตุ้น แต่มีแนวโน้มทำให้ปริมาณแคโรทีนอยด์และคลอไรด์ในน้ำมันหลักฟอกสีเหลือค้างสูงกว่าและต่ำกว่าตามลำดับ ซึ่งน้ำมันที่ฟอกสีด้วยดินฟอกสีกระตุ้นหลังการกำจัดกลิ่นมีสีเหลืองอ่อนกว่าน้ำมันที่ฟอกสีด้วยดินฟอกสีธรรมชาติ อย่างไรก็ตามปริมาณสาร 3-MCPDE ในน้ำมันผ่านกรรมวิธีทั้งสองไม่ต่างกันและไม่เกินปริมาณที่ EU กำหนด ผลการทดลองสะท้อนว่าการใช้อุณหภูมิกำจัดกลิ่นที่ต่ำกว่าปกติ (? 240 ๐C) สามารถลดการก่อตัวของสาร 3-MCPD ในน้ำมันปาล์มผ่านกรรมวิธีได้ และในกิจกรรมส่วนที่ 2 ได้พัฒนาวิธีการตรวจวิเคราะห์สาร 3-MCPD และ GE ในน้ำมันปาล์มและตัวอย่างอาหารที่ทอดด้วยน้ำมันปาล์ม ได้ถูกพัมนาขึ้นตามวิธีมาตรฐาน AOCS Cd 29a-13 2013 โดยใช้เทคนิค GCMS ได้ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (Correlation coefficient, r) อยู่ในเกณฑ์การยอมรับได้ที่ 0.999 ที่ช่วงความเข้มข้นของสารมาตรฐาน 3-MCPD 0.10 – 2.50 mg/L และ GE 0.20 – 3.50 mg/L มีค่า LOD ของสาร 3-MCPD และ GE ที่ 0.029 และ 0.090 mg/L ตามลำดับ มีค่า LOQ ของสาร 3-MCPD และ GE ที่ 0.065 และ 0.217 mg/L ตามลำดับ โดยมี %Recovery ของการทดสอบอยู่ในช่วง 70 – 110% มี Retention time precision ของสาร 3-MCPD และ GE ที่ตรวจวิเคราะห์ได้ด้วย GCMS ที่ %RSD ในช่วง 0.047-0.056% ส่วน %RSD ของ Precision of concentration มีค่า 2.42-2.77% ผลตรวจวิเคราะห์ตัวอย่าง พบว่า น้ำมันปาล์มที่ผ่านกระบวนการมีการปนเปื้องสาร 3-MCPD อยู่ในช่วง 4.170 -6.994 mg/kg และ GE อยู่ในช่วง 9.016 – 9.998 mg/kg ซึ่งมีค่าเกินข้อกำหนดของสหภาพยุโรป และเมื่อเปรียบเทียบผลตรวจวิเคราะห์กับห้องปฏิบัติการมาตรฐานจากประเทศมาเลเซีย พบว่า ค่าที่ตรวจวิเคราะห์มี %RSD หรือค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานสัมพัทธ์อยู่ระหว่าง 9.435 – 38.432% ซึ่งค่าตรวจวิเคราะห์ที่มีค่าเบี่ยงเบนเกิน 25% คือ ตัวอย่างกล้วยทอดและปาท่องโก๋ วิธีนี้มีความจำเพาะเจาะจงต่อการวิเคราะห์และมีผลการทวนสอบประสิทธิภาพที่ได้ตามมาตรฐาน สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการได้ แนวปฏิบัติและองค์ความรู้จากชุดโครงการวิจัยนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งให้กับหน่วยงานภาครัฐเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาเป็นหลักปฏิบัติที่ดีให้กับผู้เกี่ยวข้องในห่วงโซ่การผลิตของน้ำมันปาล์มรวมถึงผู้บริโภค เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดหรือกฎหมายสากลได้ รวมถึงสามารถใช้เป็นข้อมูลกำหนดเป็นค่ายอมรับสูงสุดของสาร MCPDE และ GE ในน้ำมันปาล์มและอาหารของประเทศไทยเองได้ เพื่อยกระดับความปลอดภัยให้กับคนไทย คำสำคัญ: น้ำมันปาล์ม, คุณภาพ, ความปลอดภัย, วิธีวิเคราะห์, 3-MCPD, GE