ปัจจัยที่มีผลต่อการคัดแยกถั่วลิสงเพื่อลดการปนเปื้อนอฟลาทอกซินด้วยลักษณะทางกายภาพ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
จากการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติทางกายภาพกับอฟลาทอกชินในถั่วลิสงกับถั่วลิสง เพื่อ หาดวามสัมพันธ์และหาปัจจัยที่มีผลต่อปริมาณอฟลาทอกซิน โดยใช้สมบัติทางกายภาพ คือ ความเป็น ทรงกลม (Sphericity) พื้นที่ภาพฉาย (Projected area) ความเร็วปลาย (Terminal velocity) ความ หนาแน่น (True density) GMD (Geometric Mean Diameter) และความขึ้น (Moisture content) และ ตรวจวัดปริมาณอฟลาทอกซินโดย ด้วยชุดทดสอบ DOA-Afatoxin ELISA Test Kit พบว่าความเร็ว ปลาย (Terminal velocity) และความหนาแน่น (True density ) สามารถแยกเมล็ดดีและเมล็ดเสียออก จากกันได้และเมื่อคัดแยกเมล็ดถั่วลิสงโดยใช้คุณสมบัติความเร็วปลายกับ ถั่ว 4 กลุ่ม ได้แก่ ถั่วดักขาย ตามท้องตลาด ถั่วลิสงคัดบรรจุถุง ถั่วลิสงที่ถูกเก็บรักษาอุณหภูมิห้อง 6 เดือน และถั่วลิสงทอดที่ตัก ขายตามท้องตลาด สามารถแยกถั่วได้ 3 ระดับ คือจมเร็ว จมช้า และลอย นำถั่วทั้ง 3 ระดับมาตรวจ ปริมาณอะฟลาทอกชิน พบว่า มีระดับอฟลาทอกชินแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) และ เมื่อทำการศึกษาวิธีการคัดแยกเมล็ดถั่วลิสงด้วยคุณสมบัติความเร็วปลายกับสารละลายเกลือความ เข้มข้น 0 , 4 ,8 ,12 และ 16 % ( wv ) พบว่าการแยกเมล็ดถั่วลิสงที่สอยตัวในสารละลายเกลือ 4 % ( ความหนาแน่น 1.025 g/cm3 ) ออกเป็นวิธีที่ช่วยลดการปนเปื้อนอฟลาทอกซินได้ และเมื่อนำข้อมูลที่ใต้ จากการทดลองข้างตันมาประดิษฐ์เครื่องคัดแยกถั่วลิสงอัดโนมัติระบบฟลูอิดไดซ่ ทำให้สามารถแยกถั่ว ได้ 3 กลุ่มตามความหนาแน่น เมื่อทดสอบกับถั่วที่มีปริมาณอฟลาทอกชิน 2.80 - 26.30 พีพีบี พบว่าถั่ว ลิสงที่แยกได้แบ่งออกได้เป็นกลุ่ม 100% กลุ่ม 47.21% และกลุ่มอฟลาทอกซินสูง ซึ่งกลุ่มอฟลาทอกซิ นสูงที่แยกออกไปทำให้บริมาณอฟลาทอกชินโดยรวมของถั่วลดลง