กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์กรดอะมิโนที่ได้จากกระบวนการหมักถั่วชนิดต่าง ๆ จากการศึกษาพบว่า ถั่วเน่าจากจังหวัดแพร่ สามารถแยกเชื้อแบคทีเรียได้ 25 ไอโซเลท และเมื่อทำการวิเคราะห์สายพันธุ์แล้วพบว่า มีความใกล้เคียงกับ Lactobacillus sp. มากที่สุด จำนวน 7 ไอโซเลท รองลงมา คือ Bacillus sp. จำนวน 6 ไอโซเลท Micrococcus sp. จำนวน 5 ไอโซเลท Streptococcus sp. จำนวน 4 ไฮโซเลท และ Staphylococcus sp. จำนวน 3 ไอโซเลท และเมื่อนำมาย่อยถั่วเหลืองพบว่า ค่าระดับการย่อยสลายสูงสุดอยู่ที่ 20.70 ? 0.56 เปอร์เซ็นต์ โดยการย่อยด้วยเชื้อ Lactobacillus lactis TN20 และเมื่อนำเชื้อ Lactobacillus lactis TN20 มาทำการหมักถั่วชนิดต่างๆ จำนวน 5 ชนิด คือ ถั่วเหลือง ถั่วแดง ถั่วเขียว ถั่วดำ และถั่วลิสง เพื่อหาปริมาณกรดอะมิโนที่เปลี่ยนแปลงหลังกระบวนการหมัก พบว่าถั่วดำ มีปริมาณกรดอะมิโนทุกชนิดเพิ่มสูงขึ้นหลังกระบวนการหมัก ในส่วนของถั่วเหลืองพบ Lysine มีปริมาณลดลงหลังกระบวนการหมักเช่นเดียวกับถั่วแดง สรุปได้ว่าการผลิตโปรตีนไฮโดรไลเสตจากถั่วชนิดต่างๆ ด้วยกระบวนการหมักด้วยเชื้อ Lactobacillus lactis TN20 ที่แยกได้จากถั่วเน่าพื้นบ้าน เป็นเวลา 72 ชั่วโมง ทำให้ได้ผงโปรตีนไฮโดรไลเสตที่มีกลิ่นที่ดี และมีปริมาณโปรตีน และกรดอะมิโนจำเป็นสูงขึ้นในถั่วทุกชนิด
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 4 — 4. Key elements demonstrated in laboratory environments
ได้สภาวะที่สามารถผลิตได้ในระดับอุตสาหกรรม พร้อมการวิเคราะห์มาตรฐานเพื่อผลิตเป็นอาหาร
สภาวะที่เหมาะสมในการผลิตโปรตีนไฮโดรไลเซทจากโปรตีนสกัดจากถั่วเหลืองที่มีองค์ประกอบทางเคมีเป็นร้อยละโปรตีน ไขมัน เถ้า ความชื้น เยื่อใย และคาร์โบไฮเดรตเท่ากับ 85.31 0.28, 0.11 0.002, 4.14 0.18, 6.74 0.05, 0.08 0.005 และ 3.63 ตามลำดับ แล้วผ่านการย่อยด้วยเอนไซม์ Collupulin MG ที่มีกิจกรรมของเอนไซม์เป็น 318.25 หน่วยต่อกรัมโปรตีน ที่ pH 5-6.5 และอุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส ระยะเวลา 12 ชั่วโมงซึ่งทำให้มีร้อยละการย่อยสลายและร้อยละผลผลิตเป็น 49.18