ผลกระทบจากการเพิ่มระดับโอโซนในบรรยากาศจากสภาวะโลกร้อนต่อคุณภาพของโปรตีนและไขมันชนิดสำคัญของถั่วเหลืองพันธุ์พื้นเมืองไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์ของการวิจัยในครั้งนี้เพื่อให้ทราบว่าถั่วเหลือง Glycine max (L.) Merill ) พันธุ์ เชียงใหม่ 60 มีการตอบสนองต่อระดับโอโซนที่แตกต่งกันอย่างไร ในการศึกษาได้ทำการ ปลูกถั่ว เหลืองในตู้ทตลองระบบเปิดต้านบนในฤดูกาลปลูก 2 รอบการปลูก ตั้งแต่ เตือนธันวาคม 2553 มีนาคม 2554 และ ธันวาคม 2554 -มีนาคม 2555ในพื้นที่วิจัยคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวตล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร อ.เมือง จ.พิษณุโลก ในการศึกษาได้ ประยุกต์ใช้ตู้ทตลองระบบเปิดต้านบนครอบแปลงถั่วเหลืองตั้งแต่ระยะต้นกล้าจนถึงระยะเก็บเกี่ยว ภายใต้ระดับโอโซนที่แตกต่างกัน คือ ชุตทตลอง CF ควบคุมให้ระตับโอโชนมีระดับต่ำกว่า ธรรมชาติ (12 +0.61 ppb)ชุดทตลอง NCFกำหนตให้เป็นชุดควบคุมเนื่องจากควบคุมให้มี ระตับโอโซนเท่ากับระตับในธรรมชาติ (33 + 1.6 ppb) และ ชุตทตลอง CF+O3 ควบคุมให้มีระตับ โอโชนสูงกว่าระตับปกติ (64 : 3.2 ppb)ผลการทตลองตั้งแต่ ระยะการเจริญเติบโตทางการแพร่ ขยายพันธุ์ (R1, R3 และ R5) และสุดท้ายในระยะเก็บเกี่ยว (R8) ผลการวิจัยบ่งชี้ว่าผลกระทบของ โอโชนที่เพิ่มขึ้นได้ส่งผลในเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P < 0.05) ที่เต่นชัดที่สุด ต่อรงควัตถุ ผลผลิตและสารอาหารบางชนิต ในการศึกษพบว่ารงควัตถุชนิต คลอโรฟิลล์ เอ และ คลอโรฟิลล์ ขี่ มีการตอบสนองในเชิงสบชัตเจนกว่า แคโรที่นอุย โดยแสตงออกในถั่วเหลืองทั้ง 2 รุ่น คือ รุ่น 1 และรุ่นที่ 2ผลกระทบเชิงลบที่มีต่อผลผลิตพบในพารามิเตอร์ จำนวนฝัก/ต้นเท่านั้น และ พบในถั่วเหลืองทั้ง 2 รุ่นเช่นเตียวกัน นอกจากนี้ยังพบว่าระดับโอโซนที่เพิ่มขึ้นส่งผลต่อการลดลงของ ปริมาณโปรตีน และ กลุ่ม เถ้า เยื่อใย ความชื้นในเมล็ตอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยพบว่าโปรตีน ลดลงประมาณ 12 และ 17 % ในถั่วเหลืองรุ่น 1 และ รุ่น 2 ตามลำตับ อย่างไรก็ตามพบผลการศึกษาลตลงประมาณ 12 และ 17 % ในถั่วเหลืองรุ่น 1 และ รุ่น 2 ตามลำตับ อย่างไรก็ตามพบผลการศึกษา ในทางตรงข้ามเมื่อผลการศึกษาระบุว่าโอโชนในระตับสูงกว่าธรรมชาติส่งผลทำให้สารอาหารสำคัญ บางชนิดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P <0.05) นั่นคือ ไขมันเพิ่มขึ้น 15 9 (ทั้ง 2 รุ่น) กรดอะมิ โนไลูชีน เพิ่มขึ้น 5.4 9 (พบเฉพาะรุ่นที่ 1 ) กรตไขมันไสโนเลอิกเพิ่มขึ้น 45.4 และ 28.4 %6 (โนรุ่น 1-2 ตามลำตับ) และกรดไขมันไลโนเลนิกเพิ่มขึ้น 13.2 และ 29.5 %6 (ในรุ่น 1-2 ตามลำตับ) จาก ผลการศึกษาในครั้งนี้สรุปได้อย่างขัดเจนว่า ริมาณความเข้มข้นของโอโขนที่เพิ่มขึ้นสูงกว่าระดับ ธรรมชาตินั้น สามารถยับยั้งผลผลิต และลตคุณภาพสารอาหารสำคัญในเมล็ตถั่วเหลืองคือโปรตีน แต่ กลับส่งผลต่อการเพิ่มปริมาณไขมัน และกรดไขมันบางชนิตในเมล็ตถั่วเหลืองได้ และแสดงผลต่อเนื่อง ในการปลูก 2 รุ่น