การตอบสนองของการเกิดกระบวนการไบโอไฮโดรจีเนชั่นและการหมักย่อยในกระเพาะหมัก ต่อการเสริมน้ำมันที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 และกรดไขมัน โอเมก้า 6 อยู่สูง ร่วมกับน้ำมันปลา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ การศึกษาครั้งนี้ประกอบด้วย 5 การทดลอง ดังนี้ การทดลองที่ 1 การศึกษาผลของการเสริมน้ำมันที่แหล่งของกรดไขมันโอเมก้า 3 ในโคเจาะกระเพาะ โดยแบ่งกลุ่มทดลองเป็น 4 กลุ่มได้แก่ 1) กลุ่มควบคุม 2) กลุ่มเสริมน้ำมันลินสีด (LSO) ที่ระดับ 3 เปอร์เซ็นต์ของวัตถุแห้งทั้งหมด 3) กลุ่มเสริมน้ำมันลินสีดร่วมกับน้ำมันปลา (LSO+FO) ที่อัตราส่วน 1 ต่อ 1 โดยน้ำหนัก ที่ระดับ 3 เปอร์เซ็นต์ของวัตถุแห้งทั้งหมด 4) กลุ่มเสริมไขมันไหลผ่านจากน้ำมันลินสีด (Ca-LSO) ที่ระดับ 3 เปอร์เซ็นต์ของวัตถุแห้งทั้งหมด ผลการทดลองพบว่าการเสริม LSO+FO สามารถเพิ่มระดับ t11-C18:1 และ C22:6n-3 ได้ ซึ่งในขณะเดียวกันระดับของ C18:0 ได้มีระดับที่ลดลง อย่างไรก็ตามพบว่าในชั่วโมงที่ 4 และ 6 หลังจากการให้อาหารปริมาณสัดส่วนของ acetic acid มีระดับที่ลดลง การทดลองที่ 2 การศึกษาผลของการเสริมน้ำมันที่แหล่งของกรดไขมันโอเมก้า 6 ในโคเจาะกระเพาะ โดยแบ่งกลุ่มทดลองเป็น 4 กลุ่มได้แก่ 1) กลุ่มควบคุม 2) กลุ่มเสริมน้ำมันถั่วเหลือง (SBO) ที่ระดับ3 เปอร์เซ็นต์ของวัตถุแห้งทั้งหมด 3)กลุ่มเสริมน้ำมันปลา (FO) ที่ระดับ 3 เปอร์เซ็นต์ของวัตถุแห้งทั้งหมด 4) กลุ่มเสริมน้ำมันถั่วเหลืองร่วมกับน้ำมันปลาที่อัตราส่วน 1 ต่อ 1 โดยน้ำหนักที่ระดับ 3 เปอร์เซ็นต์ของวัตถุแห้งทั้งหมดพบว่า การเสริม FO และ SBO+FO มีผลให้ปริมาณของ C18:0 ลดลงส่วนปริมาณของ t11-C18:2 และ c9, t11-C18:2 เพิ่มขึ้นอีกทั้งการเสริม SBO และ SBO+FO ทำให้สัดส่วนของ acetic acid ณ ชั่วโมงที่ 2 หลังจากการให้อาหารลดลงร่วมทั้งความเป็นกรดด่างภายในกระเพาะหมัก การทดลองที่ 3 การศึกษาถึงการเสริมสัดส่วนของ LSO ต่อ FO ในสัดส่วนต่าง ๆ ในโคเจาะกระเพาะ โดยแบ่งการทดลองเป็น 3 กลุ่มได้แก่ 1) สัดส่วนของ LSO ต่อ FO ที่อัตราส่วน 2 ต่อ 1 โดยน้ำหนัก 2) สัดส่วนของ LSO ต่อ FO ที่อัตราส่วน 1 ต่อ 1 โดยน้ำหนัก 3) สัดส่วนของ LSO ต่อ FO ที่อัตราส่วน 1 ต่อ 2 โดยน้ำหนัก ทั้งหมดทำการเสริมที่ระดับ 3 เปอร์เซ็นต์ของวัตถุแห้งทั้งหมดผลการทดลองพบว่าการเสริม LSO+FO ที่สัดส่วนของ LSO ต่อ FO ที่อัตราส่วน 1 ต่อ 1 โดยน้ำหนักสามารถเพิ่มปริมาณของ C20:5n-3 และ C22:6n-3 ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) รวมทั้งสามารถเพิ่มปริมาณของ t11-C18:1 ได้ อย่างไรก็ตาม ได้พบผลเชิงลบทางด้านการย่อยสลายของเยื่อใยที่ไม่ละลายในกรด (P<0.05) การทดลองที่ 4 การศึกษาถึงการเสริมสัดส่วนของ SBO ต่อ FO ในสัดส่วนต่าง ๆ ในโคเจาะกระเพาะ โดยแบ่งการทดลองเป็น 3 กลุ่มได้แก่ 1) สัดส่วนของ SBO ต่อ FO ที่อัตราส่วน 2 ต่อ 1 โดยน้ำหนัก 2) สัดส่วนของ SBO ต่อ FO ที่อัตราส่วน 1 ต่อ 1 โดยน้ำหนัก 3) สัดส่วนของ SBO ต่อ FO ที่อัตราส่วน 1 ต่อ 2 โดยน้ำหนัก ทั้งหมดทำการเสริมที่ระดับ 3 เปอร์เซ็นต์ของวัตถุแห้งทั้งหมด ผลการทดลองพบว่า การเสริม SBO+FO อัตราส่วน 1 ต่อ 1 โดยน้ำหนักสามารถเพิ่มความเข้มข้นของ t11-C18:1 ภายในกระเพาะหมักได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) ณ ชั่วโมงที่ 2 และ 6 หลังจากทำการให้อาหาร รวมทั้งปริมาณของ C20:5n-3 และ C22:6n-3 ได้มีปริมาณเพิ่มขึ้นเช่นกัน (P<0.05) ส่วนการเสริม SBO+FO อัตราส่วน 1 ต่อ 2 โดยน้ำหนัก พบว่า ณ ชั่วโมงที่ 4 หลังจากการให้อาหาร สัดส่วนของ acetic acid ลดลง อย่างไรก็ตาม ไม่พบว่าการเสริมน้ำมันทุกสัดส่วนมีผลต่อการย่อยสลายวัตถุแห้ง โปรตีน เยื่อใยที่ไม่ละลายในสารฟอกที่เป็นกลาง และเยื่อใยที่ไม่ละลายในสารฟอกที่เป็นกรดภายในกระเพาะหมัก การทดลองที่ 5 การศึกษาที่ระดับของน้ำมันผสมในโคเจาะกระเพาะ โดยการทดลองจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม โดยทุกกลุ่มจะได้รับน้ำมันผสมที่มีสัดส่วนของ SBO+LSO+FO ที่สัดส่วน 1 ต่อ 1 ต่อ 1 โดยน้ำหนัก โดยกลุ่มที่ 1 จะทำการเสริมที่ระดับ 2 เปอร์เซ็นต์ของวัตถุแห้งทั้งหมด กลุ่มที่ 2 ทำการการเสริมที่ระดับ 3 เปอร์เซ็นต์ของวัตถุแห้งทั้งหมดและกลุ่มที่ 3 ทำการเสริมที่ระดับ 4 เปอร์เซ็นต์ของวัตถุแห้งทั้งหมด จากการทดลองพบว่าการเสริมน้ำมันผสมที่ระดับ 4 เปอร์เซ็นต์ของวัตถุแห้งทั้งหมดมีผลให้ระดับของ t11-C18:1, C20:5-3 และ C22:6n-3 ภายในกระเพาะหมักเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) ณ ทุกช่วงเวลาหลังจากทำการให้อาหาร รวมทั้งปริมาณสัดส่วนของ propionic acid และ ปริมาณของแอมโมเนียไนโตรเจนภายในกระเพาะหมักได้เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน จากการศึกษาครั้งนี้จึงสรุปได้ชัดเจนว่าสามารถเพิ่มกรดไขมัน หรือสารตั้งต้นของกรดไขมันที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้บริโภค โดยการเสริมน้ำมันผสม 1:1:1 SBO+LSO+FO ที่ระดับ 4% of total feed DM คำสำคัญ: กรดไขมันโอเมก้า 3, กรดไขมันคอนจูเกตลิโนเลอิค, น้ำมันปลา, น้ำมันลินสีด, น้ำมันถั่วเหลือง, ไบโอไฮโดรจีเนชั่น, โคเจาะกระเพาะ