อิทธิพลของการเสริมน้ำมันกระบกในอาหารข้นเพื่อเพิ่มสมรรถภาพการเจริญเติบโตของลูกโค
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยเรื่องอิทธิพลของการเสริมน้ำมันกระบกในอาหารข้นเพื่อเพิ่มสมรรถภาพการเจริญเติบโตของลูกโคมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการกินได้ การย่อยได้ และอัตราการเจริญเติบโตของลูกโคในกลุ่มที่ได้รับการเสริมน้ำมันกระบกเปรียบเทียบบกลุ่มลูกโคที่ได้รับน้ำมันถั่วเหลือง โดยใช้ลูกโคจำนวน 20 ตัว ตัวผู้ 10 ตัว ตัวเมีย 10 ตัว มีน้ำหนักเฉลี่ย 160 ?18 kg โดยทำการแบ่งลูกวัวออกเป็น 2 กลุ่มเท่าๆกัน โดยแต่ละกลุ่มจะมีทั้งลูกโคเพศผู้และเพศเมีย โดยกลุ่มที่ 1 จะได้รับน้ำมันกระบก 5.0 เปอร์เซ็นต์ในอาหารผสม ลูกโคกลุ่มที่ 2 ได้รับน้ำมันถั่วเหลือง 5.0 เปอร์เซ็นต์ในอาหารผสมครบส่วน โดยใช้แผนการทดลองแบบสุ่มบล็อกสมบูรณ์ Randomize Complete Block Design (RCBD) โดยใช้เพศเป็น Block ทำการศึกษาเป็นเวลา 90 วัน พบว่าลูกโคที่ได้รับน้ำมันถั่วเหลืองมีอัตราการกินได้ น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น เปอร์เซ็นต์น้ำหนักตัวและอัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ยต่อวันสูงกว่ากลุ่มที่ได้รับน้ำมันกระบกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) นอกจากนี้ค่าความเป็นกรดด่างในกระเพาะรูเมนในลูกโคกลุ่มที่ได้รับน้ำมันถั่วเหลืองมีแนวโน้มเพิ่มสูงกว่ากลุ่มที่ได้รับน้ำมันกระบก (P=0.052) แต่พบว่ากลุ่มที่ได้รับน้ำมันกระบกมีจำนวนประชากรของโปรโตซัวน้อยกว่ากลุ่มที่ได้รับน้ำมันถั่วเหลืองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) แต่พบว่ากลุ่มที่ได้รับน้ำมันกระบกมีค่าของกรดโพพิออนิกสูงกว่ากลุ่มที่ได้รับน้ำมันถั่วเหลืองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) นอกจากนี้ยังพบว่าลูกโคเพศผู้มีอัตราการกินได้และน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นและกรดไขมันโพพิออนิกสูงกว่าลูกโคเพศเมีย แต่มีประชากรของโปรโตซัวต่ำกว่าลูกโคเพศเมียอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) อย่างไรก็ตามการเสริมน้ำมันทั้งสองชนิดไม่มีผลต่อการย่อยได้ของลูกโค