กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางของการให้อาหารเสริมร่วมกับอาหารข้นในสภาพการเลี้ยงดูของเกษตรกรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโคเนื้อในจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยวางแผนการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์ (Completely randomized design; CRD) แบ่งออกเป็น 3 ทรีตเมนต์ ได้แก่ T1= ให้อาหารข้น 16% CP : เสริมกากมันสำปะหลังหมัก (100:0), T2= ให้อาหารข้น 16% CP : เสริมกากมันสำปะหลังหมัก (50:50), T3= ให้อาหารข้น 16% CP : เสริมกากมันสำปะหลังหมัก (30:70) ผลการศึกษาพบว่า ลักษณะทางกายภาพของกากมันสำปะหลังหมักมีลักษณะที่ค่อนข้างดี คือส่วนใหญ่มีสีน้ำตาลเข้ม กลิ่นหอม ผิวสัมผัส แน่น ไม่ลื่น และไม่เป็นเมือก อัตราการเจริญเติบโต/ตัว/วัน ปริมาณการกินได้ทั้งหมด ปริมาณการกินได้ของอาหารหยาบ ปริมาณการกินได้ของอาหารข้น ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ ในโคเนื้อที่ได้รับอาหารทดลองทั้ง 3 ทรีตเมนต์ ในขณะที่อัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อ มีค่าสูงที่สุดในโคเนื้อที่ได้รับอาหารข้นร่วมกับอาหารหมักในสัดส่วน 30:70 แต่ในโคเนื้อที่ได้รับอาหารข้นร่วมกับอาหารหมักในสัดส่วน 100:0 และ 50:50 ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ โคเนื้อที่ได้รับอาหารทั้ง 3 ทรีตเมนต์ ทำให้ค่า Blood Urea Nitogen (BUN) เฉลี่ย และค่าฮีมาโตคริต (Hematocrit) ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ ความสามารถในการย่อยได้ของวัตถุแห้ง อินทรีย์วัตถุ โปรตีนหยาบ และไขมันของโคเนื้อที่ได้รับอาหารทั้ง 3 ทรีตเมนต์ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ ในขณะที่ความสามารถในการย่อยได้ของเยื่อใย Neutral Detergent Fiber (NDF) และ Acid Detergent Fiber (ADF) มีค่าสูงที่สุดในโคเนื้อที่ได้รับอาหารข้นร่วมกับอาหารหมักในสัดส่วน 100:0 แต่ในโคเนื้อที่ได้รับอาหารข้นร่วมกับอาหารหมักในสัดส่วน 50:50 และ 30:70 ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ จากการศึกษาครั้งนี้สรุปได้ว่า การให้อาหารข้นร่วมกับอาหารหมักควรให้ในสัดส่วน 50:50 เนื่องจากทำให้ประสิทธิภาพการใช้อาหารดี และปริมาณการกินได้เมื่อคิดในหน่วยเปอร์เซ็นต์น้ำหนักตัวสูงที่สุด
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 7 — 7. Final development version of the deliverable demonstrated in operational
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 5 — 5. proposed solution(s) validated, now by relevant stakeholders in the area