โครงการวิจัยและพัฒนาการเพิ่มคุณค่าโภชนะมันสำปะหลังร่วมกับการนำใช้เศษเหลือทางการเกษตรเป็นอาหารสัตว์เคี้ยวเอื้อง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัดถุประสงค์เพื่อการศึกษาการเสริมระดับไปรตีนในอาหารข้น ร่วมกับระดับการเสริมยูเรียทรีทในข้าวใพดหมักเป็นแหล่งอาหารหยาบต่อกระบวนการหมัก ของกระเพาะรูเมนต่อประชากรของจุลินทรีย์ในกระเพาะรูเมน ความสามารถในการย่อยได้ของ โภชนะตลอดจนประสิทธิภาพในการผลิตน้ำนมแ ละองค์ประกอบน้ำนมในโครีดนม การ ทดลองครั้งนี้ใช้โครีดนมลูกผสมระดับสายเลือด 75 เปอร์เซ็นต์จำนวน 16 ตัว โดยทำการ แบ่งกลุ่ม ใครีดนมออกเป็น 4 กลุ่มๆละ 4 ตัว ไดขมีปัจจัยหลักทดสอบ 2 ปัจจัยได้แก่ปัจจัยที่ 1 คือระดับไปรตื่นในอาหารข้น 14 และ 18 เปอร์เซ็นต์ ปัจจัชที่สองคือ ข้าวไพดหมักขุเรีย 2 และ เปอร์เซ็นต์ โดยมีทรีทเมนต์ที่ทดสอบทั้งหมด 4 ทรึทเมนต์ได้แก่ ทรีตเมนต์ที่ 1: อาหารข้นที่ มีโปรดีน 14 เปอร์เซ็นด์ + ข้าวโพดหมักทรีทยูเรีย 2 เปอร์เชื่นต์: ทรืดเมน นต์ที่ 2: อาห หารขั้นที่มี โปรตีน 14 เปอร์เซ็นต์ + ข้าวโพดหมักทรีทยูเรีย ร เปอร์เซ็นต์: ทรีตเมนต์ที่ 3: อาหารขันที่มี โปรตีน 18 เปอร์เซ็นต์ + ข้าวโพดหมักทรีทยุเรีย 2 เปอร์เซ็นต์: ทรีตเมนต์ที่ 4: อาหารขันที่มี โปรตีน 18 เปอร์เซ็นต์ + ข้าวโพดหมักทรีทขูเรีย 5 เปอร์เซ็นต์ ามลำดับ นอกจากนี้โครีดนม ทุกตัวได้รับอาหารข้นตามสัดส่วนอาหารขัน /กิไลกรัม ต่อผลผลิตน้ำนม 2 กิไลกรัม ร่วมกับ ข้าวโพดหมักยูเรียเป็นแหล่งอาหารหยาบอย่างกินเต็มที่ ผลการวิจัยพบว่าอิทธิพลของระดับโปรตีนในอาหารขันที่แตกต่างกันและระดับยูเรีย หมักในข้าวโพดไม่มีผลแตกต่างกันทางสถิติต่อปริมาณการกินได้อิสระของใครีคนม ขณะที่มีผลแตกต่างกันในทางสถิติต่อความสามารถในการย่อยได้ของโภชนะในอาหารที่สัตว์ ได้รับ นอกจากนี้กระบวนการหมักในกระเพาะหมักได้แก่อุณหภูมิและ สภาวะความเป็น กรด-ต่างของเหลวในกระเพาะหมัก พบว่าไม่แตกต่างกันทางสถิติ อย่างไรก็ดามระดับความ เข้มขันของแอมโมเนีย-ไน โตรเจนในของเหลวในกระเพาะหมัก ความเข้มข้นของระดับยูเรีย และระดับกลูใคสในกระแสเลือดพบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) เมื่อใครีคนมได้รับอาหารขันที่มี โปรตีนและระดับยูเรียหมักในข้าวไพดที่แตกต่างกับ นอกจากนี้ความเข้มข้นของกรดไขมันที่ระเหขได้ง่ายในของเหลวในกระเพาะหมัก โดขเฉพาะอย่างยิ่งกรดอะซิติก (C2) และ โพรพิออนิก (C3) พบว่าแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติ เมื่อใครีดนมได้รับไปรตีนในอาหารขันที่แตกต่างกันและ ระดับเรียในอาหารขันที่ แดกต่างกัน สำหรับประชากรจุลินทรีย์ในกระเพาะหมักได้แก่ แบคที่เรีย โปรโดซัว และ ซูโอสปอร์ของเชื้อรา พบว่าแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ การให้ผลผลิตน้ำนมและ องค์ประกอบน้ำ ผมพบว่าแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยพบว่าผลผลิต และองค์ประกอบน้ำนมสูงสุดเมื่อใครีคนมได้รับอาหารข้นโปรตีน 18 เปอร์เซ็นต์ ร่วมกับ ข้าวโพดหมักยูเรีย 5 เปอร์เซ็นต์เป็นอาหาร มากกว่านี้ผลตอบแทนทางค้านเศรษฐกิจพบว่า ใครีดนมที่ได้รับอาหารขันโปรตีน 18 เปอร์เซ็นด์ร่วมกับข้าวไพดหมักยูเรีย 5 เปอร์เซ็นต์ ให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจดีที่สุด ดังนั้นผลการทคลองครั้งนี้สามารถสรุปได้ว่าระดับ ไปรตีนในอาหารข้นและระดับชูเรียหมักในข้าวโพดมีผลต่อประสิทธิภาพกระบวนการหมัก และการให้ผลผลิตใน โครีดนม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครีดนมที่ได้รับการเสริมอาหารขันที่มี โปรตื่น 18 เปอร์เซ็นต์ ร่วมกับข้าวโพดหมักเรีย 5 เปอร์เชื่นต์ สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ กระบวนการหมัก การให้ผลผลิตน้ำนม องค์ประกอบน้ำนมและผลตอบแทนทาง ด้านเศรษฐกิจสูงสุด