การพัฒนาผลิตภัณฑ์สารเสริมเพิ่มประสิทธิภาพการเจริญเติบโต คุณภาพซากและ คุณภาพเนื้อในการผลิตโคขุนคุณภาพสูง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การทดลองในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการพัฒนาผลิตภัณฑ์สารเสริมอาหารสัตว์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเจริญเติบโต คุณภาพซาก และคุณภาพเนื้อในการผลิตโคขุนคุณภาพสูง ประกอบด้วย 3 การทดลอง ได้แก่ การทดลองที่ 1 มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการเสริมผลิตภัณฑ์ บีเทน-ไบโอติน-โครเมียมพิโคลิเนต พิโคลิเนต (betaine-biotin-chromium, BBC) และสัดส่วนอาหารยาบต่อาหารข้น โดยใช้เทคนิคการผลิตแก๊สในหลอดทดลองต่อจลศาสตร์การผลิตแก๊ส การผลิตชีวมวลของจุลินทรีย์ และกระบวนการหมักในกระเพาะหมัก โดยวางแผนการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์ มีการจัดทรีทเมนต์แบบแฟคทอเรียล แบ่งปัจจัยการศึกษาออกเป็น 2 ปัจจัย ปัจจัยที่ 1 คือ อัตราส่วนของอาหารข้นต่ออาหารหยาบ (C:R) ที่ 3 ระดับ (50C:50R, 60C:40R, 70C:30R) และปัจจัยที่ 2 คือปริมาณการเสริมผลิตภัณฑ์ บีเทน-ไบโอติน-โครเมียมพิโคลิเนต พิโคลิเนต ที่มี 4 ระดับ (0 กรัมต่อกิโลกรัมวัตถุแห้ง; 3 กรัมต่อกิโลกรัมวัตถุแห้ง; 6 กรัมต่อกิโลกรัมวัตถุแห้ง; 9 กรัมต่อกิโลกรัมวัตถุแห้ง) บันทึกการผลิตแก๊สที่ 1, 2, 4, 6, 8, 12, 16, 24, และ 48 ชั่วโมง ทำการวัดจลนศาสตร์การผลิตแก๊ส การย่อยได้อย่างแท้จริงของอินทรียวัตถุ การผลิตชีวมวลของจุลินทรีย์ และประสิทธิภาพของการผลิตชีวมวลของจุลินทรีย์ แอมโมเนียไนโตรเจน และกรดไขมันระเหยง่ายทั้งหมด ถูกวิเคราะห์ในของเหลวในรูเมน ผลการศึกษาพบว่า จลนศาสตร์ของการผลิตแก๊ส (a และ b) ไม่แตกต่างกันระหว่างทรีทเมนต์ แต่ค่าอัตราการเกิดแก๊ส (c) เพิ่มขึ้นเมื่ออัตราส่วนอาหารข้นต่ออาหารหยาบในอาหารเพิ่มขึ้น (P 0.05) แต่ปริมาณการกินได้ของโปรตีน และไขมันสูงขึ้น (P 0.05) โดยอัตราส่วนอาหารข้นต่ออาหารหยาบ หรือการเสริมผลิตภัณฑ์ บีเทน-ไบโอติน-โครเมียมพิโคลิเนต พิโคลิเนต ค่าความเป็นกรดด่างในรูเมน และแอมโมเนียไนโตรเจนไม่แตกต่างกัน (P > 0.05) ในระหว่างทรีทเมนต์ กรดไขมันระเหยง่ายทั้งหมดสูงขึ้น (P 0.05) ในกลุ่มทดลองซึ่งสูงกว่ากลุ่มควบคุม (P > 0.05) โดยสรุปการเสริมผลิตภัณฑ์ บีเทน-ไบโอติน-โครเมียมพิโคลิเนต พิโคลิเนต แสดงให้เห็นว่าการเสริมผลิตภัณฑ์ บีเทน-ไบโอติน-โครเมียมพิโคลิเนต พิโคลิเนต ทำให้การเจริญเติบโตของโคเนื้อเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม โดยเพิ่มการใช้ประโยชน์ได้ของกลูโคส ความไวของอินซูลิน และประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ของพลังงานและโปรตีน การทดลองที่ 3 มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการเสริมผลิตภัณฑ์ บีเทน-ไบโอติน-โครเมียมพิโคลิเนต พิโคลิเนต ต่อ สมรรถนะการเจริญเติบโต เมแทบอไลซ์ในกระแสเลือด ลักษณะซาก และคุณภาพเนื้อในโคเนื้อขุนลูกผสมวากิว ใช้โคเนื้อ 18 ตัว ลูกผสมวากิวบราห์มัน น้ำหนักเริ่มต้นเฉลี่ย 596?46 กิโลกรัม อายุเฉลี่ย 36?3 เดือน ได้รับการเสริมผลิตภัณฑ์บีเทน ไบโอติน และโครเมียม 3 ระดับ เป็นเวลา 98 วัน ช่วงท้ายของการขุน สัตว์ทดลองถูกเลี้ยงด้วยอาหารและเสริมบีเทน ไบโอติน และโครเมียม ที่ 0, 3 และ 6 กรัมต่อกิโลกรัมวัตถุแห้ง วางแผนการทดลองสุ่มสมบูรณ์ในบล็อกโดยแต่ละกลุ่มมีโค 6 ตัว ปริมาณการกินได้และการย่อยได้ระหว่างทรีทเมนต์ไม่แตกต่างกันทางสถิติ (P > 0.05) อัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ยต่อวันในโคที่ได้รับการเสริมผลิตภัณฑ์ บีเทน-ไบโอติน-โครเมียมพิโคลิเนต พิโคลิเนต ที่ 6 กรัมต่อกิโลกรัมวัตถุแห้ง (0.79 กิโลกรัมต่อวัน) มีแนวโน้มสูงขึ้น (P = 0.07) เมื่อเทียบกับกลุ่มที่เสริมผลิตภัณฑ์ บีเทน-ไบโอติน-โครเมียมพิโคลิเนต พิโคลิเนต ที่ 0 และ 3 กรัมต่อกิโลกรัมวัตถุแห้ง (0.52 และ 0.63 กิโลกรัมต่อวัน ตามลำดับ) เมแทบอไลต์ในกระแสเลือดไม่แตกต่างกัน (P > 0.05) ระหว่างทรีทเมนต์ ความเข้มข้นของครีเอทินีนในโคที่เสริมผลิตภัณฑ์บีเทน-ไบโอติน-โครเมียมพิโคลิเนต พิโคลิเนต ที่ 6 กรัมต่อกิโลกรัมวัตถุแห้ง สูงกว่า (P 0.05) ความหนาไขมันสันหลัง มีแนวโน้มสูงขึ้น (P = 0.07) ในโคเนื้อที่เสริมผลิตภัณฑ์บีเทน-ไบโอติน-โครเมียมพิโคลิเนต พิโคลิเนต ที่ 6 กรัมต่อกิโลกรัม วัตถุแห้ง อย่างไรก็ตาม คะแนนไขมันแทรกเพิ่มขึ้นเล็กน้อยแต่ไม่แตกต่างกันทางสถิติ ในทางกลับกัน ปริมาณไขมันในกล้ามเนื้อของ Longissimus dorsi สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P < 0.05) ในโคที่เสริมผลิตภัณฑ์บีเทน-ไบโอติน-โครเมียมพิโคลิเนต พิโคลิเนต ที่ 6 กรัมต่อกิโลกรัมวัตถุแห้ง (39.8 เปอร์เซ็นต์) กว่าโคที่เสริมผลิตภัณฑ์บีเทน ไบโอติน และโครเมียมที่ 0 กรัมต่อกิโลกรัมวัตถุแห้ง (28.2 เปอร์เซ็นต์) และที่ 3 กรัมต่อกิโลกรัมวัตถุแห้ง (29.1 เปอร์เซ็นต์) กรดไขมันในกล้ามเนื้อไม่ได้รับอิทธิพลจากการเสริมผลิตภัณฑ์บีเทน-ไบโอติน-โครเมียมพิโคลิเนต พิโคลิเนต โดยสังเกตถึงความแตกต่างของกรดไขมันมันในกล้ามเนื้อและไขมันสันหลัง จากผลการทดลองการเสริมผลิตภัณฑ์บีเทน-ไบโอติน-โครเมียมพิโคลิเนต พิโคลิเนต ที่ 6 กรัมต่อกิโลกรัมวัตถุแห้ง ช่วยปรับปรุงการใช้ประโยชน์ของโภชนะ อัตราการเจริญเติบโต และคุณภาพเนื้อสัตว์ดีขึ้น ในการวิจัยครั้งนี้ ได้ผลิตภัณฑ์สารเสริมอาหารสัตว์ ที่ประกอบด้วย บีเทน-ไบโอติน-โครเมียมพิโคลิเนต พิโคลิเนต และระดับที่เหมาะสมในการนำไปใช้เสริมในโคขุนคุณภาพสูง ที่ระดับ 6 กรัม/กิโลกรัม อาหาร พบว่า สามารถเพิ่มสมรรถนะการเจริญเติบโต และ เพิ่มคุณภาพเนื้อ