การคัดเลือกระยะปลูกและสายพันธุ์ถั่วลิสงที่เหมาะสมต่อการผลิตเมล็ด และต้นถั่วลิสงแห้งอาหารสัตว์บนพื้นที่นาของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์ของการวิจัยนี้คือเพื่อคัดเลือกระยะปลูกและสายพันธุ์ถั่วลิสงที่ให้ทั้งผลผลิตเมล็ดสูง และส่วนลำต้นใบดกและมีคุณค่าทางโภชนะเหมาะสมสำหรับใช้เลี้ยงสัตว์เคี้ยวเอื้อง และประเมินความพึงพอใจของเกษตรกรและความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของถั่วลิสงสายพันธุ์ใหม่เมื่อเปรียบเทียบกับถั่วสายพันธุ์เดิมภายใต้สภาพการจัดการระยะปลูกแตกต่างกันในแปลงนาของเกษตรกรพื้นที่จังหวัดสกลนครและกาฬสินธุ์ในช่วงฤดูแล้ง (ธันวาคม 63 - เมษายน 64) วางแผนการทดลองแบบสปลิทพลอท (split plot) in RCBD ประกอบด้วย 4 ซ้ำ ปัจจัยหลัก คือ 1. ระยะปลูกกว้าง (ปลูก 2 แถว) และ 2. ระยะปลูกแคบ (ปลูก 3 แถว) และปัจจัยรองประกอบด้วยถั่วลิสง 4 พันธุ์/สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์ใหม่ จำนวน 2 สายพันธุ์ คือ KUP13W027 และ KUP11200-1 และพันธุ์เปรียบเทียบ (ไทนาน 9 และขอนแก่น 5) การเก็บข้อมูลถั่วลิสงด้วยการวัดการเจริญเติบโต ผลผลิตและองค์ประกอบผลผลิต คุณค่าทางโภชนะใบและต้นถั่วลิสง ประเมินความต้านทานโรคยอดไหม้และใบจุด ความพึงพอใจของเกษตรกรที่มีต่อถั่วลิสง และความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ จากผลการทดลองพบว่าการปลูกถั่วลิสงสายพันธุ์ KUP13W027 ร่วมกับระยะแคบ ให้ผลผลิตฝัก และเมล็ดแห้ง (514.70 และ 333.74 กิโลกรัม/ไร่) มากกว่าพันธุ์ไทนาน 9 และขอนแก่น 5 ซึ่งเป็นพันธุ์เปรียบเทียบ นอกจากนี้ การปลูกถั่วลิสงสายพันธุ์ KUP13W027 ร่วมกับระยะแคบ ยังให้ผลผลิตใบรวมต้นแห้ง (1,563 กิโลกรัม/ไร่) มากกว่าพันธุ์เปรียบเทียบ ส่วนน้ำหนักเมล็ด 100 เมล็ดที่ได้จากสายพันธุ์ KUP13W027 ภายใต้ทั้งสองระยะปลูกและทั้งในพื้นที่จังหวัดสกลนครและกาฬสินธุ์ มีขนาดเมล็ดที่เหมะสมอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของอุตสาหกรรม (35-60 กรัม/100 เมล็ด) ในด้านคุณค่าทางโภชนะของถั่วลิสง ระยะปลูกไม่ทำให้คุณค่าทางโภชนะแตกต่างกัน ขณะที่พันธุ์/สายพันธุ์ถั่วลิสง ส่งผลต่อปริมาณความชื้น วัตถุแห้ง และ NDF ใบถั่วลิสงมีคุณค่าทางโภชนะดีกว่าต้น โดยเฉพาะโปรตีนหยาบ ADF และเถ้า เมื่อเปรียบเทียบคุณภาพของถั่วลิสงแห้งตามการแบ่งชั้นคุณภาพพืชแห้งตามปริมาณโปรตีนหยาบ พบว่าใบถั่วลิสงแห้งอยู่ในระดับคุณภาพดีจนถึงดีมาก ขณะที่ส่วนต้นแห้งอยู่ระดับปานกลางจนถึงคุณภาพดีทั้งในพื้นที่จังหวัดสกลนครและกาฬสินธุ์ การทดลองครั้งนี้ไม่พบการระบาดของโรคยอดไหม้ แต่หากมีความเสี่ยงของการระบาดของโรคยอดไหม้ ควรหลีกเลี่ยงการปลูกถั่วลิสงพันธุ์อ่อนแอต่อโรคฯ ดังนั้น การปลูก KUP13W027 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ต้านทานโรคฯ ระดับปานกลาง ร่วมกับระยะแคบจะช่วยลดความเสี่ยงจากการสูญเสียผลผลิต และมีผลตอบแทนที่ได้ต่ำกว่าพันธุ์ไทนาน 9 เล็กน้อย ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ หากมีโรคฯ ระบาดเกิดขึ้น ผลตอบแทนที่ได้จากสายพันธุ์ KUP13W027 จะมากกว่าทุกๆพันธุ์/สายพันธุ์ที่ทดสอบ ด้วยเหตุนี้ การปลูกสายพันธุ์ KUP13W027 ร่วมกับระยะปลูกแคบมีความเหมาะสมกับการใช้เป็นถั่วลิสงเอนกประสงค์ ซึ่งไม่เพียงให้ทั้งผลผลิตเมล็ดดีและผลผลิตชีวมวลส่วนใบรวมต้นมาก แต่ยังสามารถต้านทานโรคยอดไหม้ได้