การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงต่อผลผลิตอ้อยของประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงต่อผลผลิตอ้อยของประเทศไทย ระยะเวลาดำเนินงาน 3 ปี ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2561 ถึงกันยายน พ.ศ. 2564 โดยทำการสำรวจและเก็บรวบรวมข้อมูล เพื่อวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลสภาพภูมิอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยารายวัน ได้แก่ อุณหภูมิสูงสุด - ต่ำสุด ความเร็วลม ความชื้นสัมพัทธ์ รังสีดวงอาทิตย์ ข้อมูลการจำลองสภาพภูมิอากาศในอนาคตจากแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ PRECIS และข้อมูลปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อคาดการณ์ผลผลิตอ้อยล่วงหน้าในปี พ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030) และ 2603 (ค.ศ. 2060) โดยแบบจำลอง Aqua Crop เวอร์ชั่น 5 ทำนายผลผลิตภายใต้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตามสภาพเงื่อนไขของการใช้พลังงานของโลกที่ต่างกัน แบบ Special Report Emissions Scenarios (SRES) คือ การจำลองการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอนาคต มี 2 รูปแบบที่ให้ความสำคัญ คือ A2 การพัฒนาที่เน้นความร่วมมือระดับภูมิภาคโดยให้ความสำคัญกับการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นหลัก และ B2 การพัฒนาโดยให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน เป็นประเด็นศึกษาและทำการเปรียบเทียบ ผลการทำนายผลผลิตอ้อยในปี พ.ศ. 2573 และ 2603 เมื่อเทียบกับผลผลิตในปีฐาน (พ.ศ. 2562, 2563 และ 2564 มีค่าเฉลี่ยผลผลิต 8.63 ตันต่อไร่ต่อปี) พบว่าปริมาณผลผลิตอ้อย ปีพ.ศ. 2573 ทั้งในรูปแบบ A2 และ B2 มีแนวโน้มลดลงจากปีฐานเป็นช่วงแรก คือมีผลผลิตลดเหลือ 8.45 และ 8.58 ตันต่อไร่ต่อปี แต่ในปีพ.ศ. 2603 นั้นมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นเป็นช่วงที่สองได้ผลผลิตเฉลี่ย 9.01 และ 8.79 ตันต่อไร่ต่อปี ตามลำดับ เมื่อนำข้อมูลจากการทำนายรายปีมาวิเคราะห์ความแตกต่างทางสถิติแบบ Paired Sample T-test แบ่งเป็น 2 กลุ่ม แบบ A2 และ B2 อย่างละ 9 คู่ รวม 18 คู่ ผลที่ได้คือมี 14 คู่ ที่แสดงความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 95 เปอร์เซ็นต์ สามารถสรุปได้ว่าปริมาณผลผลิตอ้อยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต โดยพบว่าการใช้แบบจำลองที่จะให้เกษตรกรเลือกใช้ควรให้น้ำหนักในการจัดการแบบ A2 มากกว่า B2 เพราะต้องคำนึงถึงผลผลิตที่เกษตรกรได้รับและต้นทุนที่อาจจะเพิ่มขึ้น เป็นสำคัญ อย่างไรก็ตามหากไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจาก ภัยแล้ง น้ำท่วม แผ่นดินถล่ม การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ การเปลี่ยนแปลงปริมาณก๊าซเรือนกระจก หรือการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินซึ่งอาจมีผลกระทบต่อผลผลิตที่คาดการณ์ล่วงหน้า ที่ได้อนุมานไว้ในแบบจำลอง