กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมการตัดสินใจของเกษตรกรชาวไร่อ้อย การตอบสนองต่อนโยบายของภาครัฐ รวมถึงแนวทางการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีทดแทนการเผาอ้อย เพื่อนำไปสู่การออกแบบนโยบายแรงจูงใจที่เหมาะสมในการลดการเผาอ้อยของเกษตรกร โดยมีวิธีการศึกษาทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ สำหรับผลของการใช้นโยบายทางการเงินผ่านการหาราคา (ค่าปรับ) ต่ำสุดที่เกษตรกรยอมรับได้ (Minimum Acceptable Price: MAP) เพื่อเปลี่ยนไปขายอ้อยสด กับมูลค่าของเงินอุดหนุนของภาครัฐที่จูงใจให้เกษตรกรยินดีขายอ้อยสด (Willingness to Accept: WTA) ผลการศึกษาพบว่า นโยบายการอุดหนุนราคารับซื้ออ้อยสด ตามนโยบายรัฐบาลที่อัตรา 120 บาทต่อตัน จะส่งผลต่อการตัดสินใจขายอ้อยสด ประมาณ 88.77% ของเกษตรกรกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด และถ้าหากพิจารณาเป้าหมายของรัฐบาลที่ต้องการขายอ้อยสดให้ได้มากกว่า 90% จำเป็นต้องใช้เงินอุดหนุนเพิ่มเป็น 150 บาทต่อตัน หรือคิดเป็นงบประมาณภาครัฐที่ต้องใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ประมาณ 2,100 ล้านบาทต่อฤดูกาล ส่วนนโยบายการหักราคาขายอ้อยเผาเป็นวิธีการหาค่าปรับต่ำสุดที่เกษตรกรยอมรับได้ (Minimum Acceptable Price: MAP) เพื่อเปลี่ยนไปขายอ้อยสด โดยผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่ามาตรการเดิม คือ หักราคาขายอ้อยเผา ที่ 30 บาทต่อตัน จะได้รับความร่วมมือในการขายอ้อยสด ประมาณ 82.17% ของกลุ่มตัวอย่าง แต่ถ้าหากรัฐบาลต้องการที่จะดำเนินนโยบายให้สัมฤทธิ์ผลตามเป้าหมายที่ 90% รัฐบาลจำเป็นต้องพิจารณาหักเงินเพิ่มขึ้นเป็น 50 บาทต่อตัน แต่จะทำให้เหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่เผาก่อนการเก็บเกี่ยวเพียง 10% เท่านั้น นั่นหมายความว่า รัฐบาลจะได้เงินค่าปรับโดยอ้างอิงจากผลผลิตในฤดูกาลที่ผ่านมา เป็นเงิน 378.85 ล้านบาท ทางด้านผลจากการสำรวจมูลค่าความเต็มใจจ่าย (Willingness to Pay: WTP) เพื่อเทคโนโลยีทดแทนการเผาอ้อยของเกษตรกรไร้อ้อย โดยใช้คำถามแบบปลายปิดสองชั้น (Double Bounded Close-Ended) และการประมาณค่าความเต็มใจจ่ายเฉลี่ยด้วยแบบจำลอง Probit พบว่าปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความเต็มใจจ่ายเพื่อเทคโนโลยีมีความแตกต่างกันไปตามแต่ละเทคโนโลยี และในส่วนของมูลค่าความเต็มใจจ่ายเฉลี่ย (MWTP) พบว่า ความเต็มใจจ่ายเฉลี่ยของรถตัดอ้อยขนาดใหญ่ มีมูลค่าเท่ากับ 201.45 บาทต่อตัน ซึ่งสูงกว่าค่าบริการเฉลี่ยที่เกษตรกรในตัวอย่างเผชิญ ในทางตรงกันข้าม มูลค่าความเต็มใจจ่ายเฉลี่ยของรถตัดอ้อยแบบมีกล่อง และเครื่องสางใบอ้อยรวมแรงงานมีมูลค่าเท่ากับ 35.74 และ 219.57 บาทต่อตัน ตามลำดับ ซึ่งต่ำกว่าค่าบริการเฉลี่ยที่เกษตรกรในตัวอย่างเผชิญ
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 6 — 6. solution (s) demonstrated in relevant environment and in co-operation with relevant stakeholders to gain initial feedback on potential impact
ผลการศึกษานำไปประยุกต์ใช้ในสิ่งแวดล้อมอื่น และดำเนินการกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้ข้อเสนอแนะเบื้องต้นเพื่อให้เกิดผลกระทบที่เป็นไปได้ กล่าวคือ ได้รูปแบบการวัดมูลค่าความเต็มใจจ่ายในเทคโนโลยีการเกษตร อันนำไปประยุกต์ใช้ในเทคโนโลยีการเกษตรประเภทอื่น ๆ บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงที่ได้จากการเก็บข้อมูลและดำเนินการร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง
การวิเคราะห์ปัญหาและกำหนดความพร้อมของความรู้และเทคโนโลยีทางด้านสังคมที่มีตอนนี้ พอจะทราบลักษณะของเทคโนโลยีที่เกษตรกรสามารถนำมาใช้ในการเก็บเกี่ยวแทนการเผาอ้อย เพื่อลดมลพิษทางอากาศที่เกิดจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5)