การจัดการโลจิสติกส์และอุปสงค์ใบอ้อยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาอุปทานและอุปสงค์ใบอ้อยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2) เพื่อศึกษารูปแบบการจัดการเก็บใบอ้อยและต้นทุนการเก็บใบอ้อยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ 3) เพื่อวิเคราะห์และพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของการเก็บใบอ้อยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผลการศึกษาพบว่า ในปีการผลิต 2564/65 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีปริมาณอ้อยสด 30,064,536.46 ตัน ดังนั้นปริมาณอุปทานใบอ้อยที่ประมาณการได้เท่ากับ 3,006,453.65 ตัน อย่างไรก็ตามโรงไฟฟ้าชีวมวลส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ใบอ้อยเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตไฟฟ้าชีวมวล มีอุปสงค์ใบอ้อยรวมเท่ากับ 282,500 ตัน หรือคิดเป็นร้อยละ 9.40 ของปริมาณอุปทานใบอ้อยทั้งหมดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งยังมีปริมาณใบอ้อยที่ไม่ถูกนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อีก 2,723,953.64 ตัน ต้นทุนการเก็บรวบรวมใบอ้อยแตกต่างกันไปตามลักษณะก้อนใบอ้อย โดยต้นทุนของการเก็บใบอ้อยแบบก้อนกลมเท่ากับ 798.80 บาทต่อตัน ประกอบด้วยต้นทุนผันแปร 496.52 บาทต่อตัน และต้นทุนคงที่ 302.28 บาทต่อตัน ราคาขายเท่ากับ 1,000 บาทต่อตัน ดังนั้นจะมีกำไรสุทธิเท่ากับ 201.20 บาทต่อตัน จุดคุ้มทุนของธุรกิจเก็บใบอ้อยแบบก้อนกลม คือ 600.38 ตันต่อปี สำหรับต้นทุนของการเก็บใบอ้อยแบบก้อนสี่เหลี่ยมต่อตันมีค่าเท่ากับ 676.22 บาทต่อตัน ประกอบด้วยต้นทุนผันแปร 443.64 บาทต่อตัน และต้นทุนคงที่ 232.58 บาทต่อตัน ราคาขายเท่ากับ 1,000 บาทต่อตัน ดังนั้นจะมีกำไรสุทธิเท่ากับ 323.78 บาทต่อตัน จุดคุ้มทุนของธุรกิจเก็บใบอ้อยแบบก้อนสี่เหลี่ยม คือ 937.76 ตันต่อปี ระบบโลจิสติกส์การเก็บใบอ้อยด้วยอัลกอริธึมที่พัฒนาขึ้นสามารถลดระยะทางในส่วนการขนส่งลงจากเดิมขั้นตอนละ 12.49 กิโลเมตร สำหรับเครื่องจักรแต่ละประเภท และลดการใช้พลังงานจากการขนถ่ายในการกวาด อัด คีบ และขนส่งได้ 62.45 749.40 374.70 และ 374.70 บาท ตามลำดับ และได้พัฒนาซอฟแวร์ในรูปแบบ Mobile App (Android) คือ “ฉลาดจัดการใบอ้อย app” ให้ผู้ประกอบการใช้เป็นเครื่องมือในการวางแผนจัดลำดับการทำงานในการเก็บใบอ้อยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการดำเนินงานได้