กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
โครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตพืชไร่อุตสาหกรรมอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับพื้นที่ เฉพาะมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิตอ้อย ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลังและ ปาล์มน้ำมัน โดยการจัดการน้ำ การจัดการธาตุอาหาร การจัดการปุ๋ยเคมีร่วมกับน้ำและการอารักขาพืช 2) พัฒนา เทคนิควิเคราะห์ธาตุอาหารในดินและใบปาล์มน้ำมัน ปริมาณและคุณภาพน้ำมันอย่างรวดเร็ว แม่นยำและประหยัด ด้วยเครื่อง FT-NIR และใช้เทคนิค SCMR ประเมินปริมาณไนโตรเจนในใบอ้อยและมันสำปะหลัง และ 3) ทดสอบ และขยายผลนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีการผลิตที่เหมาะสมกับพันธุ์และเครื่องจักรกลเกษตร เพื่อเพิ่มผลผลิตและ ลดต้นทุนการผลิตอ้อย ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลังและปาล์มน้ำมันในพื้นที่เฉพาะที่มีความแตกต่างกัน ผลการ ดำเนินงาน 4 โครงการย่อยในปี 2565 มีดังนี้ โครงการย่อยที่ 1 การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตอ้อยอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับ พื้นที่เฉพาะ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยใช้เศษซากอ้อยในแปลง อ้อยอายุ 9 เดือน ให้น้ำหนักแห้งใบรวม 1.63 ตันต่อไร่ การเพิ่มมวลชีวภาพและผลผลิตจากการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมพบว่า การตัดอ้อยต่ำจากจุดหักธรรมชาติ 15 เซนติเมตร มวลชีวภาพสูงสุด 1.62 ตันต่อไร่ และการตัดอ้อยที่จุดหัก ธรรมชาติให้ผลผลิตอ้อยและน้ำตาลสูงสุด 11.5 และ 1.97 ตันต่อไร่ ตามลำดับ การผลิตที่เหมาะสมต้องให้ ความสำคัญกับการจัดการน้ำเนื่องจาก หากอ้อยขาดน้ำตลอด 140 วันหลังงอก และการขาดน้ำช่วงครึ่งแรกและ ครึ่งหลังของระยะแตกกอมีผลให้อ้อยตาย 100 และ 33 เปอร์เซ็นต์ ตาม การใส่ปุ๋ยรองพื้น 50 เปอร์เซ็นต์ของ คำแนะนำตามค่าวิเคราะห์ดินหรือให้ปุ๋ยพร้อมระบบน้ำหยด 75 เปอร์เซ็นต์ รักษาระดับผลผลิตได้ใกล้เคียงกับปุ๋ย อัตราแนะนำทางดิน การป้องกันกำจัดศัตรูพืชแบบผสมผสาน การปล่อยแมลงหางหนีบขาวงแหวนหลังพบหนอน กอระบาด ช่วยลดการระบาดของแมลงศัตรูอ้อยได้ โครงการย่อยที่ 2 การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับพื้นที่เฉพาะ การให้น้ำข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสมพันธุ์ นครสวรรค์ 5 แบบน้ำพุ่ง 75 เปอร์เซ็นต์ของค่าคายระเหยน้ำ ให้ผลผลิตสูง 1.03 ตันต่อไร่ ระยะปลูกที่เหมาะสม สำหรับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสมพันธุ์ดีเด่น NSX152067 ในกลุ่มดินเหนียว-ร่วนเหนียวคือ 75?25 เซนติเมตร ผลผลิตสูงสุด 1.03 ตันต่อไร่ และปุ๋ย 15 และ 20 กิโลกรัมไนโตรเจนต่อไร่ ให้ผลผลิต 1.17-1.25 ตันต่อไร่ ปุ๋ย ไนโตรเจนมีผลต่อความสูงต้นและค่า SCMR ของสายพันธุ์แท้ตากฟ้า 5 (พันธุ์พ่อ) และพันธุ์ดีเด่น NSX152067 การจัดการโรคและแมลงศัตรู การคลุกเมล็ดร่วมกับพ่นสารทางใบ 2-4 ครั้ง ช่วยลดความเสียหายช่วงข้าวโพดงอก ถึง 35 วัน หนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดเข้าทำลายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มากระยะเจริญเติบโตทางลำต้น-ใบ และลดลง ระยะก่อนออกดอกและติดฝัก และป้องกันโดยการปล่อยมวนพิฆาตอัตรา 500 ตัวต่อไร่ 1-2 ครั้งต่อฤดูปลูก การ ทดสอบพันธุ์ร่วมกับการจัดการธาตุอาหารพบว่า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสมพันธุ์นครสวรรค์ 5 ที่ทดสอบในจังหวัด นครราชสีมา อุบลราชธานี มหาสารคาม ร้อยเอ็ด และยโสธรให้ผลตอบแทนต่อการลงทุน (BCR) สูงสุด 1.74 2.05 1.68 2.50 และ 2.61 ตามลำดับ เมื่อเทียบกับพันธุ์นครสวรรค์ 4 และพันธุ์การค้า และแนะนำเกษตรกรปลูกได้ เนื่องจากเป็นพันธุ์ที่มีศักยภาพในพื้นที่ การป้องกันกำจัดหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด นครราชสีมา การคลุกเมล็ด ด้วยแอนทรานิลิโพรล 20% เอสซี (กลุ่ม 28) อัตรา 20 ซีซี/เมล็ดพันธุ์ 1 กิโลกรัม ก่อนปลูก และพ่นสไปนีโทแรม 12% SC อัตรา 20 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร ทุก 7 วัน 3-4 ครั้ง/รอบการผลิต พร้อมปล่อยมวนพิฆาต (วิธีทดสอบ) พบว่า เปอร์เซ็นต์การเข้าทำลายและการระบาดลดลงกว่าวิธีของเกษตรกร อุบลราชธานี ใช้สารชีวภัณฑ์บีที 100 ซีซี ต่อ น้ำ 20 ลิตร พ่นทุกวันที่ 7 14 21 และ 28 วันหลังงอกตอนเย็น ควบคู่กับแมลงหางหนีบขาวงแหวนเมื่อข้าวโพด อายุ 10 วัน อัตรา 500 ตัวต่อไร่ และอิมาเบคตินเบนโซเอต อัตรา 10 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นทุกวันที่ 7 14 21 และ 28 วันหลังงอกตอนเย็นลดการทำลายของหนอนได้ แต่ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น เกษตรกรจึงควรเลี้ยงแมลงหาง5 หนีบขาวงแหวนใช้เอง โครงการย่อยที่ 3 การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตมันสำปะหลังอย่างมี ประสิทธิภาพและเหมาะสมเฉพาะพื้นที่ การจัดการปุ๋ยร่วมกับระบบน้ำหยดพบว่า มันสำปะหลังให้ผลผลิตหัวสด 5.95-6.35 ตันต่อไร่ และผลผลิตแป้ง 1.86-1.93 ตันต่อไร่ การใช้ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดินและให้ปุ๋ยไนโตรเจนใน ระบบน้ำหยด 2 ครั้ง (ขอนแก่น) ผลผลิตหัวสด 8.61 ตันต่อไร่ ผลผลิตแป้ง 2.26 ตันต่อไร่ การใช้ SPAD ประเมิน ปริมาณไนโตรเจนในใบหลังใส่ปุ๋ย 15 วัน ใช้สมการความสัมพันธ์ต่างๆ ดังนี้ Nเกษตรศาสตร์ 50=- 0.0102SCMR2+0.9306SCMR-16.39 (R2=0.61**), Nระยอง 11 =-0.0093SCMR2+0.9921SCMR-20.662 (R2=0.67NS) N ระยอง 15 =-0.0482SCMR2+3.8498SCMR-71.925 (R2=0.90**) สำหรับการจัดการธาตุอาหารพืชด้วยวัสดุอินทรีย์ ปุ๋ย อินทรีย์และปุ๋ยเคมีเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตพบว่า ระยอง พันธุ์ระยอง 9 ผลผลิตหัวสด ผลผลิตแป้งและผลผลิตมัน แห้งสูงสุด 7.79 2.07 และ 2.92 ตันต่อไร่ เมื่อใส่ปุ๋ย 16-8-16 กิโลกรัม N-P2O5-K2O ต่อไร่ ร่วมกับไถกลบต้น-ใบมันฯ 3 ตันต่อไร่ การไถกลบต้น-ใบมันฯ 3 ตันต่อไร่ ปลดปล่อย CO2 มากสุด 2.29 ตัน CO2 ต่อไร่ นครราชสีมา การใส่ปุ๋ย 16- 8-16 กิโลกรัม N-P2O5-K2O ต่อไร่ร่วมกับไถกลบต้น-ใบมันฯ 3 ตันต่อไร่ ปลดปล่อย CO2 มากสุด 2.65 ตัน CO2ต่อ ตารางเมตร ระบบปลูกมันสำปะหลังหมุนเวียนพืชตระกูลถั่วปีเว้นปีและแซมพืชตระกูลถั่วทุกปี อินทรียวัตถุ 0.35- 0.36 เปอร์เซ็นต์ สูงกว่าปลูกมันสำปะหลังต่อเนื่อง (0.29 เปอร์เซ็นต์) ระบบปลูกมันสำปะหลังแซมด้วยพืชตระกูลถั่ว ทุกปีพบว่า การใส่ปูนขาว 50 กิโลกรัมต่อไร่ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ 1 ตันต่อไร่ ถั่วลิสงให้ผลผลิตฝักสด 299 กิโลกรัมต่อไร่ การจัดการธาตุอาหารที่เหมาะสมกับอัตราประชากรในพื้นที่ความอุดมสมบูรณ์ต่ำพบปฏิกิริยาสัมพันธ์ระหว่างพันธุ์กับ การจัดการธาตุอาหารและอัตราประชากรต่อการให้ผลผลิตหัวสด ผลผลิตแป้งและผลผลิตมันแห้ง การปลูกมัน สำปะหลังพันธุ์ระยอง 9 มีรายได้และกำไรสุทธิสูงสุด (19,006 และ 12,205 บาทต่อไร่ ตามลำดับ) ที่อัตราประชากร 3,333 ต้นต่อไร่และปุ๋ย 33.33-4-33.33 กิโลกรัม N-P2O-K2O ต่อไร่ โครงการย่อยที่ 4 การวิจัยและพัฒนา เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน อิทธิพลของการให้น้ำร่วมกับปุ๋ยเคมีต่อปาล์ม น้ำมันลูกผสมสุราษฎร์ธานี 7 พบว่า ผลผลิตเฉลี่ย 8 ปี ณ ศูนย์วิจัยพืชไร่อุบลราชธานีและศูนย์วิจัยปาล์มน้ำมันสุ ราษฎร์ธานี ปาล์มน้ำมันที่อาศัยน้ำฝน มีค่า 2.91 และ 3.50 ตันต่อไร่ต่อปี ตามลำดับ และการให้น้ำ 1.2 เท่าของ ค่าระเหยน้ำมีค่า 4.44 และ 4.64 ตันต่อไร่ต่อปี ตามลำดับ และการให้น้ำ 1.2 เท่าของค่าระเหยน้ำร่วมกับปุ๋ยร้อย ละ 125 ของอัตราแนะนำ ให้ผลผลิตสูงสุด 4.67 และ 5.09 ตันต่อไร่ต่อปี ตามลำดับ การปลูกพืชแซมร่วมกับการ จัดการน้ำและธาตุอาหารปาล์มน้ำมันพบว่า ธาตุอาหารในใบต่ำกว่าเกณฑ์เหมาะสม จึงปรับเพิ่มปุ๋ยเคมีจากอัตรา เดิม การใช้คลื่นแสงอินฟาเรดย่านใกล้ (FT-NIRS) ประเมินดิน ใบและน้ำมัน ได้สมการประเมิน pH ดินที่ สัมประสิทธิ์การพิจารณา (R2-val) ค่าความผิดพลาดมาตรฐานของแบบจำลอง (RMSECV) และ Bias มีค่า 0.8622 0.391 และ 0.00374 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ และสมการประเมินอินทรียวัตถุ R2-val RMSECV และ Bias มีค่า 0.8559 0.205 และ -0.00059 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ โดยสมการดังกล่าวใช้ได้ในงานวิจัยและงานทั่วไป สมการ ประเมินไนโตรเจนในใบ R2-val มีค่าสูง 0.9538 และ RMSECV มีค่า 0.0693 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ และใช้ได้ใน ระดับประกันคุณภาพ สมการประเมินน้ำมันเปลือกผลสด R2-cal และ RMSECV มีค่า 0.983 และ 1.61 ตามลำดับ เมื่อทดสอบสมการ R2-val และ RPD มีค่า 0.981 และ 7.3 ซึ่งความใช้ได้อยู่ในระดับประกันคุณภาพ สมการ ประเมินน้ำมันเปลือกผลแห้ง R2-cal และ RMSECV มีค่า 0.963 และ 2.29 เมื่อทดสอบสมการ R2-val และ RPD มีค่า 0.959 และ 4.95 สมการประเมินน้ำมันเปลือกผลแห้งบด R2-cal และ RMSECV มีค่า 0.975 และ 1.87 เมื่อ ทดสอบสมการ R2-val และ RPD มีค่า 0.971 และ 5.93 ซึ่งความใช้ได้อยู่ในระดับทั่วไป การเลี้ยงชันโรงในสวน ปาล์มน้ำมัน ความหวานน้ำผึ้งชันโรงมีค่า 73.0-73.5 เปอร์เซ็นต์ การทดสอบพันธุ์ปาล์มน้ำมันพบว่า ปาล์มน้ำมัน ลูกผสมสุราษฎร์ธานี 8 อายุ 5 ปี ผลผลิตสูงสุด 2.72 ตันต่อไร่ และพบว่า ปาล์มน้ำมันลูกผสมของกรมวิชาการ เกษตรและพันธุ์ทางการค้าที่ปรับปรุงพันธุ์ในไทยมีการปรับตัวและให้ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์ปาล์มน้ำมันที่นำเข้าจาก ต่างประเทศ
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 8 — 8. Actual deliverable qualified through test and demonstration
อ้อย : ได้แนวทางแก้ปัญหาการเผาใบอ้อย เพื่อยกระดับผลผลิต คุณภาพความหวาน และความสามารถในการไว้ตอของอ้อย ทำให้ผลผลิตอ้อยเพิ่มขึ้น ลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 สร้างความสามารถในการแข่งขันในการผลิตอ้อยของประเทศไทย ได้แนว ทางการผลิตอ้อยระบบ Zero waste โดยใช้แนวทางการอนุรักษ์ดินและน้ำ ได้เทคโนโลยีการจัดการปุ๋ยร่วมกับระบบให้น้ำอย่างเหมาะสมเฉพาะพื้นที่เพื่อเพิ่มผลิตภาพอ้อยโรงงาน คำแนะนำเทคนิคการให้น้ำในพื้นที่ที่แตกต่างกัน อัตราปุ๋ยไนโตรเจนที่เหมาะสมสำหรับใช้ร่วมกับระบบน้ำ เพื่อเพิ่มผลผลิตและคุณภาพอ้อยโรงงาน ลดแรงงาน เพิ่มประสิทธิภาพการดูดใช้ธาตุอาหาร รวมถึงการประเมินปริมาณธาตุไนโตรเจนในใบอย่างรวดเร็ว ใช้ทรัพยากรน้ำอย่างคุ้มค่า ภายใต้แนวคิดการเกษตรแบบแม่นยำและยั่งยืน พร้อมถ่ายทอดและขยายผลเทคโนโลยีที่ได้สู่เกษตรกรกลุ่มเป้าหมายและมีการนำผลงานไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ : ได้เทคโนโลยีการจัดการระบบให้น้ำ การจัดการปุ๋ยไนโตรเจน การจัดการระยะปลูกแต่ละฤดูในสภาพไร่และพื้นที่นา การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสมพันธุ์ใหม่ และการป้องกันกำจัดโรคแมลงศัตรูพืช เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เทคโนโลยีได้ผ่านการนำไปทดสอบร่วมกับกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ บางส่วนของเทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสมได้ขยายผลให้เกษตรกรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนการผลิต ผลิตเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เอง และมีการใช้สารเคมีอย่างถูกวิธีในการป้องกันกำจัดหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด มันสำปะหลัง : ได้เทคโนโลยีการจัดการปุ๋ยร่วมกับระบบน้ำอย่างเหมาะสมเฉพาะพื้นที่ ปริมาณการใช้ปุ๋ยไนโตรเจนร่วมกับระบบน้ำที่เหมาะสม การปรับปรุงดินด้วยระบบปลูกมันสำปะหลังร่วมกับพืชตระกูลถั่ว การจัดการธาตุอาหารพืชของปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ และการไถกลบซากพืชในแปลงปลูกมันสำปะหลัง และแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการดูดใช้ธาตุอาหาร เพื่อเพิ่มผลผลิตและคุณภาพของการผลิตมันสำปะหลัง นำไปสู่การเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ลดต้นทุนการผลผลิตและมุ่งเน้นการผลิตที่รับผิดชอบต่อธรรมชาติ ใช้ทรัพยากรน้ำอย่างคุ้มค่า ปาล์มน้ำมัน : ได้เทคโนโลยีการจัดการน้ำร่วมกับธาตุอาหาร ะการจัดการธาตุอาหารตามการประเมินผลวิเคราะห์ดินและใบปาล์มน้ำมันสำหรับพื้นที่เฉพาะ การปรับปรุงสภาพดินและจัดการธาตุอาหารของพื้นที่ดินกรดจัด การปลูกพืชแซมและเลี้ยงชันโรงในสวนปาล์มน้ำมัน เทคนิคการวิเคราะห์ธาตุในดินและใบปาล์มน้ำมัน สมบัติของดิน ปริมาณและคุณภาพน้ำมัน ซึ่งเป็นเทคนิคที่รวดเร็ว สะดวก ประหยัด สำหรับให้คำแนะนำในเทคโนโลยีการผลิตปาล์มน้ำมันสำหรับเกษตรกร การประเมินเปอร์เซ็นต์น้ำมันต่อทะลายจากรูปแบบความสัมพันธ์ของความแน่นเนื้อและความหนาเปลือกของทะลายปาล์มน้ำมัน
อ้อย : มีองค์ความรู้ ผลกระทบของการเผาใบก่อนเก็บเกี่ยว ความต้องการน้ำของอ้อย ระบบน้ำหยด การให้ปุ๋ยทางน้ำแบบประหยัด การจัดการปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน การอนุรักษ์ทรัพยากรดินและทรัพยากรน้ำ การใช้ประโยชน์ใบอ้อยคลุมดิน ช่วยยับยั้งวัชพืช ลดการแย่งธาตุอาหาร พิสูจน์ความเป็นไปได้ของแนวคิดและปรับใช้เพื่อลดการสูญเสียปริมาณ-คุณภาพผลผลิต คงคุณภาพผลผลิตอ้อย เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตน้ำตาลของโรงงาน พร้อมทดสอบเทคโนโลยีจากงานวิจัยพื้นฐาน ด้านการใช้เครื่อง จักรกลเกษตร การจัดการศัตรูพืช และการใช้พันธุ์อ้อยให้เหมาะสมกับพื้นที่ เพื่อให้ได้เทคโนโลยีการผลิตอ้อยที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับพื้นที่ที่มีความแตกต่างกัน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ : มีองค์ความรู้ด้านพันธุ์ การจัดการปุ๋ยไนโตรเจน ระบบการให้น้ำ การจัดการระยะปลูกในแต่ละฤดู การจัดการด้านโรคและแมลงศัตรูข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ การกำจัดหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุด การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสม พิสูจน์ความเป็นไปได้ของแนวคิดและปรับใช้เทคโนโลยีการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง : มีองค์ความรู้ด้านการจัดการปุ๋ยมันสำปะหลังตามค่าวิเคราะห์ดินร่วมกับการประเมินการสูญเสียธาตุอาหารจากพื้นที่ปลูกในรูปผลผลิต การเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน ความต้องการน้ำของมันสำปะหลัง ระบบน้ำหยดที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลังที่เหมาะสมอย่างยั่งยืนในแต่ละพื้นที่ที่มีความเฉพาะ พิสูจน์ความเป็นไปได้ของแนวคิดและปรับใช้เทคโนโลยีการผลิตมันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน : มีองค์ความรู้ด้านการจัดการน้ำทั้งปริมาณน้ำ-ระบบให้น้ำตามความต้องการของปาล์มน้ำมันและความเหมาะสมของพื้นที่และทรัพยากรน้ำ การจัดการธาตุอาหารตามการประเมินผลวิเคราะห์ดินและใบปาล์มน้ำมัน และการแสดงผลการขาดธาตุอาหารที่ใบ สรีรวิทยาของปาล์มน้ำมันเมื่อกระทบความเครียดจากปัจจัยการผลิตและสภาพภูมิอากาศและวิธีการลดความเสียหายของปาล์มน้ำมัน ความพร้อมของบุคลากร โรงงานสกัดน้ำมันขนาดเล็ก ห้องปฏิบัติการในการวิเคราะห์ธาตุอาหารในดินและใบ และห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ปริมาณน้ำมัน-คุณภาพน้ำมัน การวิเคราะห์สมบัติทางกายภาพและเคมีของน้ำมันปาล์ม รวมถึงเครื่องมือวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ ๆที่จำเป็นต้องใช้ในการปฏิบัติงานวิจัย เช่น FT-NIR, NMR, SPAD-502, COLORIMETER, LI-COR 6800, SPECTROPHOTOMETER, DENSITOMETER ฯ
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 8 — 8. proposed solution(s) as well as a plan for societal adaptation complete and qualified
อ้อย : แนวทางการแก้ปัญหา ผ่านการทดสอบเทคโนโลยีการผลิตในพื้นที่นำร่องเพื่อยืนยันผลกระทบตามที่คาดว่าจะเกิดขึ้น โดยความพร้อมขององค์ความรู้และเทคโนโลยีได้แก่ การจัดการธาตุอาหาร การจัดการปุ๋ยพร้อมระบบให้น้ำ การจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและตรงตามความต้องการของอ้อยและสมบัติทางกายภาพของดิน ผลกระทบของการเผาใบอ้อย การอนุรักษ์น้ำในดิน โดยนำไปปรับใช้ได้อย่างเหมาะสม สามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ลดต้นทุนการผลิต และมุ่งเน้นการผลิตที่รับผิดชอบต่อธรรมชาติ ใช้ทรัพยากรน้ำอย่างคุ้มค่าตามนโยบายของภาครัฐซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อชาวไร่อ้อยและสังคมโดยรวม เมื่อสิ้นสุดงานวิจัยสามารถแก้ปัญหาที่มีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ : แนะนำและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเมล็ดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสมพันธุ์ใหม่ สู่เครือข่ายผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ในแหล่งปลูกสำคัญ เพื่อการลดต้นทุนการผลิต และสามารถพึ่งพาตนเองได้ รวมทั้งเทคโนโลยีการจัดการปุ๋ยไนโตรเจนและระบบการให้น้ำ การจัดการระยะปลูก และการป้องกันกำจัดศัตรูข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตให้เกษตรกรได้รับผลตอบแทนคุ้มค่าต่อการลงทุน เกษตรกรในยอมรับพันธุ์และเทคโนโลยีการป้องกันกำจัดหนอนกระทู้ข้าวโพดลายจุดในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง มันสำปะหลัง : นำผลการศึกษาไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่อื่น และดำเนินการร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เทคโนโลยีเกิดประสิทธิผลสมบูรณ์แบบและสามารถนำไปสู่การเรียนรู้ร่วมกันได้ เพื่อให้เกิดการยอมรับเทคโนโลยีของเกษตรกรผู้ผลิตมันสำปะหลัง ผู้สนใจสามารถใช้ปุ๋ยในระบบน้ำได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ องค์ความรู้ที่ได้ไปทดสอบใช้ในแปลงเกษตรกร สามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ เกิดความยั่งยืน โดยดำเนินการผ่านเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร สมาคมและผู้ประกอบการการผลิตมันสำปะหลังและแป้งมัน ลดต้นทุนการผลผลิตและมุ่งเน้นการผลิตที่รับผิดชอบต่อธรรมชาติ ใช้ทรัพยากรน้ำอย่างคุ้มค่าตามนโนบายของภาครัฐ ปาล์มน้ำมัน : กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน เกษตรกรแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน กลุ่ม RSPO สามารถพัฒนาการปลูกปาล์มน้ำมันเป็นแบบเกษตรแม่นยำสูง ซึ่งเป็นการพัฒนาของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันทั้งระบบ ส่งผลให้ไทยมีผลผลิตทะลายเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 15 เปอร์เซ็นต์ และผลผลิตน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้น 156,000 ตัน รายได้เพิ่มขึ้น 7,723 ล้านบาท ของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันปาล์มดิบ โครงการนี้ได้ดำเนินการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาการผลิตปาล์มน้ำมัน และมีกลุ่มเกษตรกร ผู้ประกอบการ องค์กรภาครัฐ ผู้นำเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์ ตรวจสอบแนวทางการแก้ปัญหาโดยการวิจัยร่วมกับเกษตรและผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อขยายผลองค์ความรู้และเทคโนโลยี
อ้อย : ประเทศไทยมีพื้นที่อ้อยไฟไหม้ร้อยละ 61 เนื่องจากขาดแคลนแรงงาน ความง่ายในการเก็บเกี่ยว เครื่องจักรกลเกษตรที่ไม่เพียงพอ ส่งผลกระทบต่อผลผลิตและคุณภาพอ้อย ประสิทธิภาพหรือความสามารถในการไว้อ้อยตอรุ่นถัดไป รวมถึงปัญหาหลักต่อสภาพแวดล้อมโดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของฝุ่น PM2.5 ซึ่งมีผลต่อสุขภาพของเกษตรกรและประชาชนทั้งประเทศ จึงมีการศึกษา วิจัย ทดสอบแนวทางการพัฒนาหรือแก้ปัญหาที่กำหนดขึ้นร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อให้เกิดผลกระทบที่เป็นไปได้ ซึ่งเกษตรกรในเครือข่ายโรงงานน้ำตาลพร้อมรับเทคโนโลยี สำหรับการใช้ปุ๋ยในระบบปลูกอ้อยปัจจุบัน เป็นการหว่านหรือฝังกลบ และมีเกษตรกรบางกลุ่มมีแนวคิดใส่ปุ๋ยพร้อมระบบให้น้ำ เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ย แต่ยังขาดแนวทางการปฏิบัติที่ทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด จึงได้ศึกษาวิธีการปฏิบัติที่ตรงตามสมบัติของดินและความต้องการของอ้อย พร้อมทดสอบวิธีการพัฒนา/แก้ปัญหาร่วมกับเกษตรกรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อให้เทคโนโลยีตอบโจทย์เกษตรกรมากที่สุด เมื่อผลงานวิจัยสิ้นสุดเกษตรกรพร้อมนำเทคโนโลยีไปใช้จริงในการพัฒนาการผลิตอ้อย ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ : มีเทคโนโลยีบางส่วนที่อยู่ระหว่างทดสอบและพร้อมนำเสนอให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น การผลิตเมล็ดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสมพันธุ์นครสวรรค์ 4 และนครสวรรค์ 5 นำไปใช้ และสามารถถ่ายทอด ให้แก่เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์การเกษตร ผู้ประกอบการและผู้สนใจทั่วไป รวมถึงการจัดการปุ๋ยเคมีและปุ๋ยชีวภาพในการผลิตข้าวโพด สามารถทดสอบร่วมกับเกษตรกรผู้ผลิตข้าวโพดในแต่ละแหล่งปลูกที่สำคัญในพื้นที่เฉพาะ มันสำปะหลัง : ศึกษา วิจัย ทดสอบแนวทางการพัฒนาหรือแก้ปัญหาที่กำหนดขึ้นร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง ภายใต้แนวคิดการจัดการปุ๋ยที่เหมาะสมตามระยะการเจริญเติบโตของมันสำปะหลัง การศึกษาจำนวนครั้งและอัตราปุ๋ยที่เหมาะสมในการให้พร้อมระบบให้น้ำในพื้นที่ที่แตกต่างกัน เพิ่มประสิทธิภาพการดูดใช้ธาตุอาหาร ซึ่งมีผลโดยตรงกับผลผลิตและคุณภาพมันสำปะหลัง การทดลองภายใต้โครงการมีการดำเนินงานในแหล่งผลิตมันสำปะหลัง และเชื่อมโยงกับเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร ปาล์มน้ำมัน : พัฒนาเทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตปาล์มน้ำมันร่วมกับกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน เกษตรแปลงใหญ่ปาล์มน้ำมัน กลุ่มการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน (RSPO) กลุ่มเกษตรกรภายใต้โครงการเพิ่มศักยภาพการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนด้วยนวัตกรรมปาล์มน้ำมัน ในพื้นที่ต่าง ๆ ที่มีศักยภาพการผลิตปาล์มน้ำมัน โดยการจัดการธาตุอาหารตามการประเมินจากผลวิเคราะห์ดินและใบ การฟื้นฟูสภาพดินโดยใช้ผลวิเคราะห์สมบัติทางกายภาพและเคมี เทคโนโลยีการจัดการน้ำในการเพิ่มศักยภาพของพันธุ์น้ำมันให้มีผลผลิตและโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม เพื่อรองรับยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มปี 2560-2579 ที่มีเป้าหมายยกระดับผลผลิตเฉลี่ยของประเทศเป็น 3.5 ตันต่อไร่ต่อปี และอัตราการสกัดน้ำมันเป็น 23 เปอร์เซ็นต์ ขยายผลงานวิจัยนวัตกรรมด้านปาล์มน้ำมันไปสู่กลุ่มผู้ประกอบการ องค์กรภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับการแข่งขันอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันในอนาคต