กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
อ้อยเป็นพืชอุตสาหกรรมที่สำคัญ ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตน้ำตาล ไบโอเอทานอล และพลังงานชีวภาพ แต่ปริมาณผลผลิตอ้อยที่จะป้อนให้กับอุตสาหกรรมดังกล่าวมีความผันผวน ไม่สม่ำเสมอ ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย ดังนั้นเพื่อให้อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลมีเสถียรภาพและยั่งยืน โครงการวิจัยและพัฒนาพันธุ์อ้อยเพื่ออุตสาหกรรมน้ำตาลและอุตสาหกรรมชีวภาพ จึงได้ดำเนินการพัฒนาพันธุ์อ้อย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อคัดเลือกพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์ขอนแก่น 3 หรือ LK92-11 อย่างน้อยร้อยละ 3 ความหวานมากกว่า 13 ซีซีเอส และไว้ตอได้ดี เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ในเขตดินร่วน ร่วนเหนียว และดินเหนียว เขตดินทราย และร่วนทราย ในสภาพอาศัยน้ำฝน และในเขตชลประทาน รวมทั้งพันธุ์ที่มีคุณสมบัติสำหรับใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมชีวภาพ ดำเนินการระหว่างปี 2565-67 โดยใช้วิธีการปรับปรุงพันธุ์แบบมาตรฐาน ได้แก่ การผสมพันธุ์ คัดเลือก และประเมินผลผลิตในอ้อยชุดปีต่างๆ ตามเงื่อนไขและสภาพพื้นที่ ร่วมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่และวิธีการจัดการ ได้แก่ ศึกษาโครงสร้างของยีนที่เกี่ยวข้องกับความหวานและการทนแล้ง ปฏิกิริยาต่อโรคเน่าแดงและแส้ดำ การสะสมน้ำตาล ประสิทธิภาพการใช้น้ำและปุ๋ย รวมทั้งศึกษาศักยภาพการผลิตแก๊สชีวภาพ และไบโอเอทานอล ผลการทดลองปี 2565 พบว่า ในสภาพดินร่วน ร่วนเหนียว และดินเหนียว โคลนอ้อยดีเด่นจำนวน 4 โคลน ได้แก่ NSUT13-106 NSUT13-154 NSUT13-289 และ NSUT13-313 ให้ผลผลิตน้ำตาลสูงกว่าพันธุ์ LK92-11 ร้อยละ 8-36 โดยโคลน NSUT13-313 และ NSUT13-154 ให้ผลผลิตอ้อยสูงกว่าพันธุ์ขอนแก่น 3 ร้อยละ 15 และ 1 ตามลำดับ ในเขตดินทราย และร่วนทราย คัดเลือกอ้อยโคลนดีเด่นขั้นที่ 2 ในชุดปี 2560 และ 2561 ได้ 9 และ 68 โคลน ตามลำดับ และในสภาพชลประทานและน้ำเสริม คัดเลือกอ้อยโคลนดีเด่น 3 โคลน ได้แก่ UT10-023 UT15-060 และ UT15-337 สำหรับในส่วนของอ้อยพลังงานชีวภาพ โคลนดีเด่นที่ให้ผลผลิตสูง ได้แก่ KK07-250 KK07-599 KK12-050 KK12R-186 KK13-203 และ KK13-330 โดยโคลน KK13-203 มีศักยภาพการผลิตแก๊สชีวภาพสูงสุด ส่วนอ้อยพลังงานชีวมวลโคลนดีเด่นที่มีผลผลิตน้ำหนักสดและน้ำหนักแห้งสูง ได้แก่ KK09-0844 KK12R-062 และ KK12R-087 ซึ่งโคลนอ้อยทั้งหมดที่คัดเลือกไว้ จะถูกนำเข้าประเมินศักยภาพการให้ผลผลิตตามขั้นตอนปรับปรุงพันธุ์ต่อไป อนึ่งในการพัฒนาเทคนิคที่รวดเร็วและแม่นยำในการตรวจสอบปฏิกิริยาต่อโรคเน่าแดง ได้จำแนกเชื้อสาเหตุด้วยเทคนิค PCR และทดสอบปฏิกิริยาการเกิดโรคด้วยวิธีปลูกเชื้อบนเส้นกลางใบ (wound pin prick method) และบนลำอ้อย (wound plug method) พบว่าทั้ง 2 วิธี ให้ผลสอดคล้องกัน โดยวิธี wound pin prick สามารถลดระยะเวลาในการทดสอบปฏิกิริยาการเกิดโรคจาก 2 เดือน เหลือเพียง 2 สัปดาห์ เมื่อเทียบกับวิธี wound plug สำหรับในโรคแส้ดำ สามารถแยกเชื้อ Sporisorium scitamineum บริสุทธิ์ และบ่งชี้ชนิดด้วยเทคนิค PCR ได้ จำนวน 8 ไอโซเลต และเมื่อทดสอบการเกิดโรคแส้ดำ โดยการแช่ข้อตาด้วยสารแขวนลอยสปอร์เชื้อ S. scitamineum พบว่า ไอโซเลตที่ 1 มีความรุนแรงในการเกิดโรคมากที่สุด
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 8 — 8. Actual deliverable qualified through test and demonstration
ได้พันธุ์อ้อยที่ผ่านการทดสอบตามขั้นตอนการปรับปรุงพันธุ์พร้อมทั้งข้อมูลตามข้อกำหนดของการปรับปรุงพันธุ์ เพื่อประกอบในการเสนอให้พิจารณาเป็นพันธุ์รับรองของกรมวิชาการเกษตร พร้อมแนะนำเผยแพร่ต่อผู้นำไปใช้ประโยชน์ รวมถึงเทคโนโลยีในการคัดเลือก และประเมินพันธุ์ และฐานข้อมูลเชื้อพันธุกรรม เพื่อการใช้ประโยชน์ของนักปรับปรุงพันธุ์ในการพัฒนาอ้อยพันธุ์ใหม่ในอนาคต ซึ่งอ้อยพันธุ์ใหม่ที่ได้ สามารถช่วยเพิ่มผลผลิต และคุณภาพ ตลอดจนช่วยลดต้นทุนการผลิตอ้อยของเกษตรกรลงได้ และเทคโนโลยีด้านพันธุ์ ถือได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่ถูกและง่ายที่สุดจากนักวิชาการสู่เกษตรกร เพราะหากเกษตรกรเลือกพันธุ์อ้อยที่เหมาะสมสำหรับท้องถิ่น หรือพื้นที่ของตนเอง ก็จะช่วยเพิ่มผลผลิตให้สูงขึ้นได้ ซึ่งจะช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายทั้งระบบ
มีโคลน/พันธุ์อ้อยดีเด่นที่ผ่านการคัดเลือก และประเมินผลผลิตในระดับแปลงทดลองในสถานี/ศูนย์วิจัยในหลายสภาพแวดล้อม รวมทั้งเชื้อพันธุกรรมของอ้อยในสกุล Saccharum และสกุลใกล้เคียง ที่ได้จากการรวบรวมจากแหล่งปลูกที่สำคัญทั่วโลกในการสร้างประชากรลูกผสม รวมทั้งสถานที่ในการประเมินผลผลิตที่ได้รับความร่วมมือจากเกษตรกรชาวไร่อ้อย หน่วยงานภาครัฐ และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 6 — 6. solution (s) demonstrated in relevant environment and in co-operation with relevant stakeholders to gain initial feedback on potential impact
เมื่อสิ้นสุดงานโครงการวิจัยและเสร็จสิ้นการรับรองพันธุ์ สามารถกระจายพันธุ์อ้อยพันธุ์ใหม่ไปยังเกษตรกรชาวไร่อ้อยได้อย่างน้อยร้อยละ 1 เพื่อแก้ปัญหาด้านการขาดแคลนอ้อยพันธุ์ดีในสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งเกษตรกรในพื้นที่จะสามารถมีส่วนร่วมในการดำเนินการและติดตามผลการวิจัยร่วมกับนักวิจัย เพื่อให้เทคโนโลยีด้านพันธุ์ตอบโจทย์ของเกษตรกรและเข้าถึงอ้อยพันธุ์ดีที่เหมาะกับสภาพพื้นที่ปลูกของเกษตรกรมากที่สุด
พัฒนาพันธุ์อ้อยตามขั้นตอนปรับปรุงพันธุ์ตั้งแต่การผสมพันธุ์ คัดลือก จนได้โคลนที่มีศักยภาพในการให้ผลผลิตและความหวานดีเด่นจำนวนหนึ่ง นำไปประเมินผลผลิตในแปลงวิจัยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจะได้นำไปทดสอบร่วมกับแปลงเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และโรงงานน้ำตาลซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง