แนวทางการพัฒนาประสิทธิภาพ และ ผลิตภาพ เพื่อยกระดับมูลค่าเพิ่มของกระบวนการผลิตอุตสาหกรรมการเกษตร "อ้อย" ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้ทำการศึกษาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงแนวทางการพัฒนาประสิทธิภาพ และ ผลิตภาพ เพื่อยกระดับมูลค่าเพิ่มของกระบวนการผลิตอุตสาหกรรมการเกษตร “อ้อย” ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยผู้วิจัยมุ่งหวังให้เกิดการเพิ่มผลผลิต พัฒนาคุณภาพ ลดต้นทุน การสร้างมูลค่า รวมทั้งการพัฒนาการผลิต เพื่อสร้างเครือข่ายและสามารถนำข้อมูลที่ได้ไปส่งเสริมให้กับเกษตรกร ดังนี้ 1. การพัฒนาประสิทธิภาพและผลิตภาพของพืชเกษตรกรอ้อยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่า ต้องให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐานในการปลูกอ้อย ปัจจัยทั้ง 3 เป็นปัจจัยพื้นฐานที่มีความสำคัญที่จะส่งผลต่อประสิทธิภาพและผลิตภาพของพืชเกษตรอ้อย คือ ปัจจัยสภาพดินในแปลงปลูก ปัจจัยสภาพน้ำ และปัจจัยเรื่องพันธ์อ้อย และมีการใช้เทคโนโลยีเครื่องจักรกลเข้ามาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลิตภาพของพืชเศรษฐกิจอ้อย เกษตรกรต้องมีความชำนาญ มีประสบการณ์ และมีการบริหารจัดการที่ดี เพื่อที่จะการได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและโรงงานอุตสาหกรรมการผลิตน้ำตาล 2.การยกระดับและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่พืชเศรษฐกิจอ้อยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่า ต้องมีการให้ความรู้และส่งเสริมการแปรรูปให้กับเกษตรกร เช่น การทำน้ำไซรัปน้ำตาลอ้อยอินทรีย์ น้ำอ้อยคั้นสด แผ่นไม้อัดจากกากอ้อยส่งออกต่างประเทศ อาหารเลี้ยงสัตว์และปุ๋ยหมักเพื่อจำหน่าย เป็นต้น เพื่อเพิ่มมูลค่าอ้อยและต้องมีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายโดยแก้ระบบกฎหมายเกี่ยวกับพืชอ้อยและมาตรการต่างๆ ในส่วนการผลิตโรงงานน้ำตาลต้องมีการส่งเสริมการตัดอ้อยสดด้วยรถตัดอ้อยให้เช่าราคาถูก และชาวไร่สามารถเพิ่มมูลค่าจากแปลงอ้อย ได้จากสิ่งที่เหลือจากการผลิตน้ำตาล 3. แนวทางการลดต้นทุนในกระบวนการผลิตจนถึงกระบวนการจัดจำหน่าย พบว่า การลดต้นทุนหลักๆ ที่ใช้เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยคำนึงถึง 1) ต้นทุนในกระบวนการเตรียมพื้นที่เพาะปลูก 2) กระบวนการผลิตหรือการปลูกต้องทำให้ถูกต้องและถูกเวลา 3) แนวทางการลดต้นทุนคือการใช้เครื่องจักรหรือใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในทุกกระบวนการผลิตของพืชเกษตรอ้อย 4) โรงงานอ้อยและน้ำตาลควรจัดทำโซนนิ่งหรือกำหนดขอบเขตบริเวณในการปลูกหรือรับซื้ออ้อยจากเกษตรกรชาวไร่อ้อยใช้ชัดเจน 5) การใช้วิธีการแบบผู้รับเหมาช่วง 6) การลดต้นทุนลดปัจจัยการผลิตด้วยการรวมกลุ่มเกษตรกรเป็นเกษตรแปลงใหญ่ 7) การได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชน 8) การตัดสินเลือกใช้รูปแบบการซื้อขายอ้อยที่เหมาะสม และ 9) การทำบัญชีค่าใช้จ่ายในกระบวนการปลูกอ้อย เพื่อใช้ในเรียนรู้กระบวนการปลูกอ้อยตั้งแต่ต้นจนถึงกระบวนการจำหน่ายอ้อยเข้าสู่โรงงาน 4. ปัญหาและอุปสรรคในกระบวนการพัฒนาและยกระดับพืชเศรษฐกิจอ้อยทั้งระบบ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่า มีปัญหาในด้านการเพาะปลูก คือ ปัญหาสภาพดิน ความไม่อุดมสมบูรณ์ดิน ปัญหาในเรื่องของปัจจัยการผลิตคือต้นทุน แรงงาน เครื่องจักร และปัญหาการขาดพันธ์อ้อยที่ต้านทานโรค ส่วนปัญหาด้านการบำรุงรักษามีปัญหาเกี่ยวกับวัชพืชและปัญหาเรื่องโรคระบาด ที่เป็นเรื่องบั่นทอนกำลังไจเกษตรกรเป็นอย่างมาก เรื่องปัญหาด้านการเก็บเกี่ยวมีปัญหาเกี่ยวกับการขาดแรงงาน ปัญหาการเผาไร่อ้อย และปัญหาในการติดคิว ที่มีความล่าช้ารวมทั้งยังอาจทำให้อ้อยเสียหายได้ราคาต่ำ และปัญหาด้านการจัดจำหน่าย ที่มีความเสียเปรียบในระบบรูปแบบการขายที่มีหลายรูปแบบและทำให้ได้กำไรน้อยลง 5. การรวมกลุ่มและสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการและเกษตรกรชาวไร่อ้อย พบว่า การรวมกลุ่มในรูปแบบสมาคมส่วนใหญ่เป็นชาวไร่อ้อยที่มีพื้นที่ปลูกอ้อยจำนวนมาก หัวหน้ากลุ่มชาวไร่อ้อยเป็นผู้ติดต่อกับโรงงานและรับจัดสรรปริมาณอ้อยที่จะส่งให้โรงงานในแต่ละฤดูหีบ โควตาที่ได้รับถ้าเกินกำลังปริมาณที่ตนผลิตได้ ก็จะนำส่วนเกินนี้ไปจัดสรรและทำสัญญากับชาวไร่อ้อยขนาดเล็กที่ตนรู้จัก ให้ครบตามจำนวนโควตาที่ได้รับจากโรงงานและดูแลควบคุมชาวไร่อ้อยรายเล็กแต่ละราย เพื่อให้ผลิตอ้อยได้ตามปริมาณที่ได้รับการจัดสรร จึงทำให้ผลการติดตามการดำเนินงาน.เกษตรกรมีการนำความรู้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในกระบวนการและขั้นตอนการปลูกอ้อยในส่วนที่มีปัญหาก่อนหน้าที่จะเข้าร่วมอบรมให้ความรู้ ในการแลกเปลี่ยนความรู้ในเรื่องต่าง ๆ ทั้งในเรื่องกระบวนการและขั้นตอนการปลูกอ้อย และเทคโนโลยีเครื่องทุ่นแรง ทำให้กระบวนการหรือขั้นตอนการงานบางขั้นตอนประหยัดเวลาและประหยัดต้นทุนมากขึ้น