นวัตกรรมการบริหารจัดการระบบการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวอ้อย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
อ้อยโรงงานจัดเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย จากสถานการณ์การปลูกอ้อยที่ลดลงถึงร้อยละ 9.17 จากปีก่อนหน้า เนื่องจากประสบภัยแล้งรุนแรงทำให้อ้อยมีคุณภาพต่ำ รวมทั้งเกษตรชาวไร่อ้อยขาดความเข้าใจในการบริหารจัดการไร่อ้อยและรับรู้เทคโนโลยีที่เหมาะสมเข้ามาช่วยเพิ่มผลผลิตอ้อย อาทิ การวิเคราะห์ปัจจัยการผลิตทางวิทยาศาสตร์ พันธุ์อ้อยที่เหมาะสม และการพัฒนาเครื่องจักรกลที่เหมาะสมและลดปัญหาคุณภาพอากาศ เป็นต้น รวมทั้งเกษตรกรบางกลุ่มยังคงใช้วิธีการเผาอ้อยในที่โล่งแจ้งก่อนเก็บเกี่ยวเพราะสะดวกดีในช่วงสถานการณ์โรคโควิด-19 แรงงานขาดแคลน จึงทำให้เกษตรกรเกิดปัญหาขาดทุน ราคาอ้อยตกต่ำ และเกิดปัญหามลพิษอากาศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้คณะผู้วิจัยเล็งเห็นความสำคัญปัญหาดังกล่าว โดยมีวัตถุประสงค์ในการศึกษานวัตกรรมการบริหารจัดการระบบการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวอ้อย อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว ซึ่งจากผลการวิเคราะห์ SWOT ทำให้ทราบว่าการผลิตอ้อยโรงงานมีจุดเด่นด้านผลตอบแทนส่วนต่างนอกเหนือจากน้ำหนัก แต่มีจุดด้อยด้านคุณภาพ อ้อยเผาราคาถูก องค์ความรู้การวิเคราะห์ปัจจัยการผลิตทางวิทยาศาสตร์ก่อนปลูก ถึงแม้ว่ามีโอกาสด้สนยุทธศาสตร์ที่ตั้งใกล้โรงงานน้ำตาลภาคตะวันออกก็ตาม สำหรับปัญหาหรืออุปสรรคที่ชาวไร่อ้อยพบคือ เครื่องเก็บเกี่ยวที่ลดการเผาอ้อย ค่าเช่าที่ดิน ราคาอ้อยไม่คงที่ ขาดแรงงาน ปุ๋ย/ยาปราบศัตรูพืชมีราคาแพง และองค์ความรู้การบริหารจัดการน้ำ ดินและปุ๋ย สำหรับผลการศึกษานวัตกรรมการบริหารจัดการระบบการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวอ้อยเพื่อแก้ปัญหาหรืออุปสรรค์ดังกล่าว พบว่า (1) ผลวิเคราะห์ระบบการเพาะปลูออ้อยที่เหมาะสมจากตัวแทนพื้นที่อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว ทำให้เราทราบว่า พื้นที่เพาะปลูกอ้อยอยู่ในสภาวะแห้งแล้ง (ความชื้นในดินต่ำ) ดินไม่เค็ม (EC 159.97 ?S/cm) เป็นกรดเล็กน้อย (pH 6.51) อินทรียวัตถุในดินต่ำ (0.41%) ทำให้จุลินทรีย์ในดินและธาตุไนโตรเจนน้อยตามไปด้วย การสะสมสารพิษในดินต่ำกว่ามาตตรฐานมากทำให้การสะสมสารพิษในต้นอ้อยน้อยตามไปด้วย และไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคอ้อยเกษตรกรชาวไร่อ้อย และสิ่งมีชีวิตในดิน แต่การเพิ่มอินทรียวัตถุในดินจากใบอ้อยอาจใช้เวลาการย่อยสลายนาน (C/N ratio > 100) ควรเร่งการย่อยด้วยน้ำหมักปุ๋ยยูเรียฉีดพ่นลงใบอ้อยร่วมด้วย สำหรับการแก้ปัญหาเรื่องน้ำไม่เพียงพอช่วงฤดูแล้ง เกษตรได้ขุดบ่อดินและบ่อบาดาลกักเก็บน้ำไว้ใช้ตอนฝนทิ้งช่วงนานๆ และผลการวิเคราะห์คุณภาพน้ำจัดอยู่ในระดับดีและเหมาะสมต่อการใช้เพาะปลูกอ้อย(2) ผลการพัฒนาการเก็บเกี่ยวใบอ้อยด้วยเครื่องจักรทดแทนการเผาในที่โล่งแจ้ง ที่มีจุดเด่นใช้งานได้หลากหลาย ขับเคลื่อนเก็บเกี่ยวใบอ้อยได้ในตัว และสามารถเข้าร่องอ้อยที่แคบได้ เป็นต้น โดยผลทดสอบการทำงานของเครื่องเก็บเกี่ยวใบอ้อยแบบใช้รถลากและนำเข้าสู่การถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อย โดยใช้เกียร์เดินหน้าความเร็วรถ 3 กิโลเมตร/ชั่วโมง ความเร็วรอบของเครื่องยนต์ 3,000 รอบ/นาที ความเร็วรอบของเพลาลูกสาง 1,000 รอบ/นาที ทำงานจริง 1.406 ไร่/ชั่วโมง ขนาดของร่องอ้อย 0.80 เมตร สามารถสางใบอ้อยได้เรียบและมีใบอ้อยที่สางแล้วตัดไม่ขาดอยู่เพียงเล็กน้อย โดยมีอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ระยะทาง 50 เมตรของรถลากใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 เท่ากับ 210 มิลลิเมตร (4.2 ลิตร/กิโลเมตร) น้อยกว่าเครื่องสางใบอ้อยที่อัตราการสิ้นเปลือง 375 ลิตร (7.5 ลิตร/กิโลเมตร) ทั้งนี้ผลจากการพัฒนาการเก็บเกี่ยวใบอ้อยด้วยเครื่องจักรทดแทนการเผาในที่โล่งแจ้ง ถูกนำไปเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของเกษตรกรชาวไร่อ้อยในอำเภอวังน้ำเย็น และการติดตามผลในการ บริหารจัดการระบบการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวใบอ้อย ในการช่วยลดปัญหาด้านฝุ่นละอองจากการเผาในที่โล่งแจ้งและช่วยรักษาทรัพยากรดิน ดังนั้น นวัตกรรมระบบการบริหารจัดการไร่อ้อยที่เหมาะเฉพาะพื้นที่อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว โดยเตรียมความพร้อมด้านเงินทุน แรงงาน การเตรียมดินปลูกอ้อยใหม่ เริ่มจากการไถ่ระเบิดดินดานก่อนปลูก (ทำให้เปิดหน้าดินน้อย ลดการสูญเสียความชื้น และเมื่อมีฝนจะทำให้น้ำไหลผ่านชั้นดินดานไปได้ดีช่วยให้ดินมีความชุ่มชื้นมากขึ้น) พันธุ์อ้อยขอนแก่น 3 เหมาะสมกับพื้นที่ (ให้ผลผลิตอ้อยเฉลี่ย 12 - 22 ตันต่อไร่ ความหวาน 12 - 13 CCS มีอายุเก็บเกี่ยวที่ 12 เดือน การเจริญเติบโตเร็ว สามารถไว้ตอได้ดี) การปลูกเน้นการปลูกอ้อยข้ามแล้ง (ลดต้นทุน/ประหยัดแรงงานใช้เครื่องปลูก) การใส่ปุ๋ย ใส่ปุ๋ยคอกและปุ๋ยอินทรีย์โรงงานอ้อย (กากอ้อย) ปรับโครงสร้างดินเพิ่มอินทรียวัตถุร้อยละ 1.2 – 2.5 ปุ๋ยเคมีใส่ตามค่าการวิเคราะห์ดินให้มี NPK ที่อ้อยต้องการคือ 21–21–40 กิโลกรัม/ไร่ และความเป็นกรด-ด่างของดิน 5.5 – 7.5 ไม่เผาใบอ้อยใช้เครื่องสางใบอ้อยๆ ถูกตัดสดมีการคลุมหน้าดินในแปลงรักษาความชื้นในดิน วัชพืชไม่สามารถขึ้นได้ ฉีดพ่นปุ๋ยยูเรีย (25 กิโลกรัม/200 ลิตร/พื้นที่ 4-5 ไร่) 3 ครั้ง (ครั้งแรกหลังตัดอ้อย อ้อยอายุ 45 วัน และย่างเข้าสู่ต้นฤดูฝนพฤษภาคม-มิถุนายน) ซึ่งช่วยย่อยสลายใบอ้อยคลุมดินและช่วยบำรุงตออ้อย การบำรุงรักษาหมั่นตรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ หากพบอ้อยเป็นโรคใบขาวให้ขุดออกและทำลายทิ้ง ทั้งนี้การไม่เผาไร่อ้อยและใช้เครื่องสางใบอ้อยคาดว่าจะให้ตอมากกว่า 3 ปีขึ้นไป ให้ผลผลิตสูงถึง 15 ตันต่อไร่ และใช้ต้นทุนเพียง 1,300 บาท/ปี ในขณะที่ต้นทุนอ้อยใหม่ทั่วไปประมาณ 6,000 – 6500 บาท/ปี ซึ่งนำไปสู่ความสำเร็จจากการวางแผนการผลิตและบริหารจัดการที่ดีเพื่อชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน