กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
จังหวัดสระแก้วมีการเพาะปลูกอ้อยเป็นพืชเศรษฐกิจหลักในเขตภาคตะวันออกของประเทศไทย หนึ่งในปัญหาสำคัญของการปลูกอ้อยคือการเผาใบอ้อยเพื่อลดแรงงานที่ทำการตัดใบอ้อย ส่งผลให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจคือราคาของอ้อยถูกลดลง และส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมคือมลพิษทางอากาศ ซึ่งใบอ้อยเป็นพืชที่มีศักยภาพในการส่งเสริมให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนโดยนำวัสดุเหลือทิ้งจากการเพาะปลูกมาใช้เป็นทรัพยากรสำหรับผลิตพลังงานทดแทนได้ จากปัญหาเบื้องต้นจึงมีการวิจัยโดยมีวัตถุประสงค์ประกอบด้วย 1) เพื่อศึกษาศักยภาพการผลิตพลังงานทางเลือกจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร 2) เพื่อจัดทำต้นแบบการผลิตพลังงานทางเลือก คือ ก๊าซชีวภาพจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรสำหรับชุมชน และ3) เพื่อวิเคราะห์ต้นทุนและความคุ้มค่าของโครงการผลิตพลังงานทางเลือกจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร สำหรับชุมชนการวิจัยในครั้งนี้มีกลุ่มประชากรคือเป็นเกษตรกรที่อาศัยและเพาะปลูกอ้อยโรงงานในอําเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้วและสมาคมชาวไร่อ้อย อำเภอวังน้ำเย็น พันธ์อ้อยที่ศึกษาคืออ้อยพันธุ์ขอนแก่น 3 ผลการวิจัยมีดังนี้คือ ศักยภาพการผลิตก๊าซชีวภาพโดยการหมักร่วมระหว่างใบอ้อยที่ผ่านการปรับสภาพทางกายภาพและมูลวัวโดยมีการเดินระบบผลิตก๊าซชีวภาพกระทั่งได้สภาวะที่เหมาะสมคืออัตราส่วนของใบอ้อยต่อมูลวัว 1:1 จากการทดสอบศักยภาพการผลิตแก๊สชีวภาพพบว่า เปอร์เซ็นต์มีเทนสูงสุด มีค่า 65.11% ? 0.30% ปริมาณก๊าซชีวภาพรวมสะสมทั้งหมดสูงสุด คือ 1,978 ? 3.54 มิลลิลิตร และปริมาณมิลลิลิตรมีเทนสะสมทั้งหมด1,148 ? 5.00 มิลลิลิตร การจัดทำต้นแบบการผลิตพลังงานทางเลือกคือการออกแบบสร้างระบบบ่อหมักแบบบ่อปิด (Covered Lagoon) โดยก่อนการนำใบอ้อยเข้าระบบต้องมีการบดเพื่อลดขนาดจะทำให้จุลินทรีย์ในระบบจะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถผลิตก๊าซชีวภาพเพื่อทดแทนการใช้ก๊าซหุงต้มในครัวเรือนได้เป็นอย่างดี เมื่อคำนวณความเป็นไปได้ทางเศรษฐศาสตร์พบว่าก๊าซชีวภาพสามารถทดแทนก๊าซหุงต้มได้จำนวน 2 ถังต่อเดือน ทำให้สามารถประหยัดได้ถึง 600 บาทต่อเดือน
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 5 — 5. Key elements demonstrated in relevant environments
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 3 — 3. initial testing of proposed solution(s) together with relevant stakeholders