การวิเคราะห์ช่องว่างและความสอดคล้องของนโยบายด้านการเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และสร้างเสถียรภาพราคาอ้อย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
อ้อยเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนโยบายมีบทบาทที่สำคัญ เนื่องจากมีนโยบายที่เกี่ยวข้องกับอ้อยหลายนโยบาย อาจพบปัญหาช่องว่างและความไม่สอดคล้องของนโยบาย โดยเฉพาะประเด็นด้านการเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และรักษาเสถียรภาพราคาอ้อย ทำให้ประสิทธิผลของนโยบายลดลงได้ การวิจัยนี้ศึกษาช่องว่างและความสอดคล้องดังกล่าว โครงสร้างและสถาบันที่เกี่ยวข้อง และผลิตข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย โดยใช้แนวทางวิจัยเชิงคุณภาพ วิธีการวิจัยประกอบด้วย การวิเคราะห์นโยบายแบบบนลงล่างเพื่อหาความสอดคล้องในระดับวัตถุประสงค์ และการวิเคราะห์นโยบายแบบล่างขึ้นบนเพื่อหาช่องว่างและความสอดคล้องในระดับการนำนโยบายไปปฏิบัติ โดยเก็บข้อมูลจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้แก่ เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร สมาคมชาวไร่อ้อย โรงงานน้ำตาลทราย และบุคคลอื่นๆรวม 280 คน ในพื้นที่ปลูกอ้อยทั่วประเทศ ใช้วิธีการเก็บข้อมูลโดยสัมภาษณ์เชิงลึก อภิปรายกลุ่ม และจัดประชุมรวบรวมความคิดเห็น ผลการศึกษาพบว่ามีนโยบายระดับเหนือชาติที่เกี่ยวข้อง 3 นโยบาย นโยบายด้านอ้อยของไทยไม่สอดคล้องกับความตกลงภายใต้องค์การการค้าโลกในประเด็นของการอุดหนุน ส่วนกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนนั้นยังเป็นช่องว่างของประเด็นนโยบาย สำหรับนโยบายในระดับชาติมี 23 นโยบาย ซึ่งส่วนใหญ่ระบุถึงโซนนิ่ง นโยบายที่ไม่สอดคล้องในระดับวัตถุประสงค์ได้แก่ พรบ. อ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527 ซึ่งไม่อนุญาตให้นำน้ำอ้อยไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆได้โดยตรง จึงไม่สอดคล้องกับประเด็นรักษาเสถียรภาพราคาอ้อย ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมขึ้นทะเบียนพาราควอตในบัญชีวัตถุอันตรายประเภทที่ 4 และมาตรการแก้ไขปัญหาอ้อยไฟไหม้ ไม่สอดคล้องกับประเด็นลดต้นทุน มาตรการพยุงราคาและประกันรายได้สินค้าเกษตร และยุทธศาสตร์มันสำปะหลังระยะ 20 ปี (2560-2579) เป็นการส่งเสริมพืชแข่งขันมีผลต่อการเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และรักษาเสถียรภาพราคาอ้อย บริบทความเปราะบางที่มีผลกระทบต่อการดำรงชีพของเกษตรกรที่สำคัญได้แก่ ภัยแล้ง ราคาอ้อยตกต่ำ มาตรการทางการค้า และมาตรการภาครัฐ การมีช่องว่างหรือความไม่สอดคล้องของนโยบายยิ่งทำให้การรับรู้ผลกระทบดังกล่าวเพิ่มขึ้น การปฏิบัติและการส่งเสริมเพื่อเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และรักษาเสถียรภาพราคาอ้อยที่สำคัญได้แก่ การตัดอ้อยสดและไว้ใบ ผลการวิเคราะห์ในระดับการนำนโยบายไปปฏิบัติพบว่า การสนับสนุนองค์ความรู้ทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการผลิตอ้อย การส่งเสริมการผลิตอ้อยอย่างยั่งยืน การสนับสนุนความเป็นอยู่ของเกษตรกร การอนุญาตให้นำน้ำอ้อยไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆนอกจากน้ำตาลทรายได้โดยตรง การนำรายได้จากทุกผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้จากอ้อยและผลพลอยได้เข้าสู่การแบ่งปันผลประโยชน์ การส่งอุตสาหกรรมต่อเนื่องอย่างเป็นรูปธรรม และการประกาศของ สอน. ที่ล่าช้า เป็นช่องว่างของนโยบาย ส่วนนโยบายที่ไม่สอดคล้องได้แก่ มาตรการห้ามใช้พาราควอต มาตรการจับปรับรถบรรทุกอ้อยน้ำหนักเกิน มาตรการลดการตัดอ้อยไฟไหม้ และมาตรการยกเลิกเก็บเงินจากการจำหน่ายน้ำตาลทรายในประเทศ 5 บาท/กิโลกรัม จากการวิเคราะห์ช่องว่างและความสอดคล้องรวมทั้งความต้องการนโยบาย ผู้วิจัยเสนอร่างข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องพิจารณา โดยจัดประชุมรวบรวมความคิดเห็นทั่วภูมิภาคต่างๆ ซึ่งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกกลุ่มเห็นชอบต่อร่างดังกล่าว แต่เสนอแนะให้เพิ่มเติมรายละเอียดของบางประเด็น ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่ปรับปรุงแก้ไขและผ่านการพิจารณาและให้ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ ประกอบด้วยชุดนโยบาย 3 ชุด ได้แก่ 1) ชุดนโยบายส่งเสริมการปฏิบัติที่ดี การพัฒนาองค์ความรู้ และการถ่ายทอดองค์ความรู้ เพื่อสนับสนุนการผลิตอ้อยสดสะอาดและใช้ประโยชน์จากใบอ้อย (12 ประเด็น) 2) ชุดนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพโดยอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่ใช้อ้อยเป็นวัตถุดิบ (5 ประเด็น) และ 3) ชุดนโยบายสร้างเสถียรภาพของกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย (2 ประเด็น)