การเลี้ยงส่าหร่ายพวงองุ่นโดยใช้วัสดุรองพื้นที่แตกต่างกัน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ศึกษาการเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่น (Caulerpa lentillifera J. Agardh, 1873) โดยใช้วัสดุรองพื้น ที่แตกต่างกัน แบ่งเป็น 2 การศึกษา ได้แก่ 1) ศึกษาคุณสมบัติวัสดุรองพื้น และคุณภาพของสาหร่ายพวงองุ่นใน บ่อเลี้ยงของฟาร์มเกษตรกรในจังหวัดเพชรบุรี ซี่งแบ่งเป็นฟาร์มที่เลี้ยงสาหร่ายในพื้นที่นาเกลือ จำนวน 3 ฟาร์ม และในพื้นที่ใกล้ป่าชายเลน จำนวน 3 ฟาร์ม รวมทั้งหมด 6 ฟาร์ม โดยเก็บตัวอย่างสาหร่ายฟาร์มละ 100 กิโลกรัม และวัสดุรองพื้น 1 กิโลกรัม รวมทั้งเก็บตัวอย่างน้ำและวัดความเข้มแสง เวลา 09.00 น. ติดต่อกันทุกวันเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ผลการศึกษาพบว่า คุณสมบัติวัสดุรองพื้นจากฟาร์มเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่นในพื้นที่ใกล้ป่าชายเลน มีค่าเฉลี่ยของค่าการนำไฟฟ้าเท่ากับ 4,741?704 ?s/cm, สารอินทรีย์เท่ากับ 2.09?0.2 %, C/N Ratio เท่ากับ 8.70?1.5, อินทรีย์คาร์บอน 1.218?0.02 % และไนโตรเจนเท่ากับ 0.14?0.02 % ซึ่งมากกว่าค่าที่พบในพื้นที่นาเกลืออย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p0.05) คุณภาพของสาหร่ายที่เลี้ยงในพื้นที่ใกล้ป่าชายเลน มีค่าเฉลี่ยของน้ำหนักเกรดบริโภคเท่ากับ 34.7?4.6 กิโลกรัม ความยาวเฉลี่ย Stolon ของสาหร่ายเท่ากับ 11.1?1.6 เซนติเมตร ซึ่งมากกว่าในพื้นที่นาเกลืออย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p0.05) สาหร่ายที่เลี้ยงในพื้นที่ใกล้ป่าชายเลน มีค่าเฉลี่ยค่าสี a* (+ สีแดง, - สีเขียว) เท่ากับ -1.58?0.3 ซึ่งมีสีเขียวมากกว่า ในพื้นที่นาเกลือ ที่มีค่าสี a* เท่ากับ -0.91?0.2 และค่าเฉลี่ยค่าสี b* (+ สีเหลือง, - สีน้ำเงิน) เท่ากับ 2.88?0.2 ซึ่งมีสีเหลืองน้อยกว่าในพื้นที่นาเกลือ ที่มีค่าสี b* เท่ากับ 6.94?0.4 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p0.05) สรุปได้ว่า สาหร่ายพวงองุ่นที่เลี้ยงในพื้นที่ใกล้ป่าชายเลน มีน้ำหนักเกรดบริโภคเฉลี่ยมากกว่าสาหร่ายที่เลี้ยงในพื้นที่นาเกลือ และมีคุณภาพของสาหร่าย โดยเฉพาะความยาวเฉลี่ย Stolon และสีของสาหร่าย ที่มีสีเขียวดีกว่าสาหร่ายที่เลี้ยงในพื้นที่นาเกลือ ที่มีสีเขียวอมเหลือง จึงนำวัสดุรองพื้นทั้ง 2 ประเภท มาทำการศึกษาเปรียบเทียบกับดินชนิดอื่น ๆ ที่ใช้เป็นวัสดุรองพื้นในการเลี้ยงสาหร่ายพ่วงองุ่นต่อไป 2) ศึกษาชนิดวัสดุรองพื้นที่เหมาะสมในการเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่นในตู้กระจก ประกอบด้วย 7 ชุด การทดลอง ได้แก่ ชุดการทดลองที่ 1 ไม่มีวัสดุรองพื้น (ชุดควบคุม), ชุดการทดลองที่ 2 ทรายชายทะเล, ชุดการทดลองที่ 3 ดินโคลนนาเกลือ, ชุดการทดลองที่ 4 ดินโคลนป่าชายเลน, ชุดการทดลองที่ 5 กระซ้า (เศษเปลือกหอย), ชุดการทดลองที่ 6 ดินโคลนป่าชายเลน : ทราย อัตราส่วน 1:1 และชุดการทดลองที่ 7 ดินโคลนป่าชายเลน : กระซ้า อัตราส่วน 1:1 ใส่วัสดุรองพื้นหนา 5 เซนติเมตร ก่อนเติมน้ำทะเลความเค็ม 30 ppt สาหร่ายน้ำหนักเริ่มต้น 300 กรัมต่อตู้ เป็นเวลา 6 สัปดาห์ พบว่า ชุดการทดลองที่ 7 มีน้ำหนักสาหร่ายรวมเฉลี่ย 3.30?5.3 กิโลกรัมต่อแผง และเปอร์เซ็นต์ของสาหร่ายเกรดบริโภคเฉลี่ย 32.4?2.2 มากกว่าทุกชุดการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p0.05) ค่าสีของสาหร่ายชุดการทดลองที่ 3 สาหร่าย มีสีเขียวอมเหลืองแดง โดยมีค่าเฉลี่ยค่าสี a* เท่ากับ -0.69?0.2 และ ค่าสี b* เท่ากับ 8.28?0.2 ตามลำดับและแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) กับทุกชุดการทดลอง ส่วนค่าสี L* ของทุกชุดการทดลองสาหร่ายมีสีโทนสว่าง โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ในช่วง 31.36?0.3 - 35.47?0.4 จากผลการศึกษาสรุปได้ว่า สาหร่ายพวงองุ่นที่เลี้ยงบนวัสดุรองพื้นดินโคลนป่าชายเลน : กระซ้า อัตราส่วน 1:1 ในตู้กระจก มีน้ำหนักผลผลิตรวมเฉลี่ยและเปอร์เซ็นต์ของสาหร่ายเกรดบริโภคเฉลี่ยมากที่สุด รวมทั้งมีคุณภาพของสาหร่ายอยู่ในเกณ์มาตรฐานที่ตลาดต้องการ สอดคล้องกับฟาร์มเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่นของเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ใกล้ป่าชายเลน ซึ่งเป็นแหล่งที่มีสารอินทรีย์และไนโตรเจนเป็นสารอาหารของสาหร่ายสะสมในปริมาณมาก