Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2560

การพัฒนาเม็ดไข่มุกกึ่งสำเร็จรูปจากข้าวก่ำ

บุศราภา ลีละวัฒน์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2560

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

ปัจจุบันชานมไข่มุกเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย เม็ดไข่มุกทำมาจากแป้งมันสำปะหลังที่มีการเติมผงโกโก้ คาราเมล หรือสีผสมอาหาร เพื่อให้เกิดเป็นสีดำ แล้วนำมาต้มและแช่ในน้ำเชื่อม ซึ่งจะทำให้เม็ดไข่มุกมีแคลอรี่แตกต่างกันไปตามแต่ละสูตร ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์เม็ดไข่มุกโดยอาศัยสีธรรมชาติจากรงควัตถุแอนโทไซยานินของข้าวก่ำ ซึ่งเป็นสุดยอดข้าวที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและมีสมบัติเป็นสารต้านการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน จากการศึกษาอัตราส่วนที่เหมาะสมระหว่างแป้งมันสำปะหลังกับแป้งข้าวก่ำ 4 ระดับ คือ 100:0 (สูตรควบคุม) 70:30 60:40 และ 50:50 โดยน้ำหนัก พบว่า เมื่อเติมแป้งข้าวก่ำในอัตราส่วนที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้สมบัติด้านความหนืด (pasting properties) ทุกด้านและระยะเวลาในการต้มสุกลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (p?0.05) เมื่อพิจารณาลักษณะเนื้อสัมผัส พบว่า ค่าความแข็ง (hardness) และค่าความเหนียว (adhesiveness) เพิ่มขึ้น ส่วนค่าความหนึบ (gumminess) และค่าความทนทานต่อการเคี้ยว (chewiness) ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ (p>0.05) แต่มีลักษณะเนื้อสัมผัสทุกด้านต่างจากเม็ดไข่มุกทางการค้า และเมื่อพิจารณาผลการทดสอบทางประสาทสัมผัส พบว่าสูตร 70:30 มีคะแนนความชอบในทุกด้านไม่แตกต่างจากสูตรควบคุม ส่วนสูตร 60:40 และ 50:50 มีคะแนนแตกต่างจากสูตรควบคุมทุกด้าน ยกเว้นด้านสี จากผลการทดลองทั้งหมดข้างต้นจึงเลือกเม็ดไข่มุกสูตร 70:30 และ 60:40 มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อไป โดยศึกษาการเติมแป้งดัดแปร 3 ระดับ คือ ร้อยละ 5, 7.5 และ 10 โดยน้ำหนักแป้ง พบว่า สูตรเม็ดไข่มุกที่เติมแป้งดัดแปรในทุกระดับ มีสมบัติด้านความหนืดและลักษณะเนื้อสัมผัสทุกด้าน รวมทั้งระยะเวลาในการต้มสุก ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ (p>0.05) โดยมีลักษณะเนื้อสัมผัสใกล้เคียงกับเม็ดไข่มุกทางการค้ามากกว่าสูตรเม็ดไข่มุกที่ไม่ได้เติมแป้งดัดแปร จึงเลือกสูตรเม็ดไข่มุกที่เติมแป้งดัดแปรร้อยละ 5 ไปทดสอบทางประสาทสัมผัส ซึ่งพบว่า เม็ดไข่มุกสูตร 70:30 มีคะแนนความชอบในทุกด้าน ยกเว้นด้านสี ไม่แตกต่างจากสูตรควบคุม (p>0.05) จากการศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการผลิตเม็ดไข่มุกกึ่งสำเร็จรูปพบว่าการแทนที่แป้งพรีเจลที่เตรียมจากการนึ่งข้าวก่ำภายใต้ความดันที่อุณหภูมิ 117 องศาเซลเซียส นาน 15 นาที และนำไปคืนรูปโดยการต้มในน้ำร้อนนาน 20 นาที จะทำให้ได้เม็ดไข่มุกที่ได้รับการยอมรับของผู้บริโภคถึงร้อยละ 99 และได้รับคะแนนความชอบทางประสาทสัมผัส ด้านลักษณะปรากฏ ด้านสี ด้านกลิ่นรส และเนื้อสัมผัสในระดับชอบปานกลาง คะแนนความชอบโดยรวมในระดับชอบมาก

คำสำคัญ

Antioxidantสารต้านอนุมูลอิสระมันสำปะหลังข้าวก่ำpurple riceTapiocaKaimookไข่มุก

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การศึกษาเชิงสเปกโทรสโกปีของไข่มุกเลี้ยงน้ำจืดของไทย

ศิวาพร สหวัฒน์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2553

การยืดอายุการเก็บของเม็ดไข่มุกกึ่งสำเร็จรูปจากข้าวก่ำโดยการฉายรังสีเอกซ์

บุศราภา ลีละวัฒน์ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2564

การพัฒนาผลิตภัณฑ์เส้นก๋วยเตี๋ยวจากปลานวลจันทร์เสริมสาหร่ายพวงองุ่น

นันธิดา แดงขาว วิทยาลัยดุสิตธานี พ.ศ. 2561

การพัฒนาผลิตภัณฑ์สังขยามะม่วงไทยในรูปแบบผลิตภัณฑ์สเปรด

ชมพูนุท สีห์โสภณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2555

นวัตกรรมสีเกล็ดมุกที่พัฒนาขึ้นจากเกล็ดประกายมุกแปรรูปจากเปลือกหอยแมลงภู่ เพื่อนามาใช้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะ

ปุณณรัตน์ พิชญไพบูลย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2556

การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากฝ้ายย้อมสีจากมะขามหวาน

อนงค์พรรณ หัตถมาศ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2555

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ขนมอาซูรอทดแทนน้ำดอกคำฝอย

จุรีมาศ ดีอำมาตย์ พ.ศ. 2561

การพัฒนาผลิตภัณฑ์เบอร์รี่ไทย (เม่า หม่อน หว้า) ให้เป็นน้ำเบอร์รี่เข้มข้นพร้อมดื่ม และเบอร์รี่ผสมโปรไบโอติก แบบผงพร้อมชง และแบบแคปซูล

โสภา ธงศิลา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2564

สังขยาน้ำเต้าหู้ผสมงาดำ

ณัจยา เมฆราวี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต พ.ศ. 2559

ผลิตภัณฑ์น้ำเม่าพร้อมดื่มผสมวุ้นน้ำมะพร้าวบรรจุขวดแก้ว

สุดารัตน์ สกุลคู มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน พ.ศ. 2559