การพัฒนาผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวสำหรับสุนัขที่ส่งเสริมสุขภาพและเพิ่มมูลค่าทางการตลาดโดยใช้แหล่งโปรตีนทดแทนจากจิ้งหรีด
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
สุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับสัตว์เลี้ยงชนิดอื่น ส่งผลให้ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้เลี้ยงสุนัขในปัจจุบันมีความรู้ในการคัดเลือกผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับสุนัขจากแหล่งโปรตีนที่มีคุณภาพดีและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ดังนั้นแมลงจัดว่าเป็นวัตถุดิบที่น่าสนใจ รวมทั้งการศึกษาการใช้จิ้งหรีดทองแดงลายมาเป็นอาหารสำหรับสุนัขยังมีน้อย ด้วยเหตุดังกล่าวคณะผู้วิจัยจึงมีความประสงค์ที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวสำหรับสุนัข จากการศึกษาจำนวน 3 ขั้นตอน ประกอบด้วย การดำเนินการสร้างผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวสำหรับสุนัขจากจิ้งหรีดที่ร้อยละ 40 ในลักษณะของ บิสกิตจำนวนทั้งสิ้น 4 สูตรคือ ขนมขบเคี้ยวที่ไม่มีจิ้งหรีด ขนมขบเคี้ยวที่มีจิ้งหรีด ขนมขบเคี้ยวที่มีจิ้งหรีดและซุปเปอร์ฟู้ด ประกอบด้วยแครอท ฟักทองและมันม่วง และขนมขบเคี้ยวที่มีจิ้งหรีดและสารเสริม ประกอบด้วยซุปเปอร์ฟู้ดตามข้างต้นพร้อมทั้งเอนไซม์ย่อยอาหารรวม เบต้ากลูแคนสายสั้น ฟรุคโตโอลิโกแซคคาไรด์และ สารสกัดยัคค่า ชิดิเจอร่า แล้วนำผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่ได้มาทดสอบความน่ากินกับสุนัขจำนวน 40 ตัว พบว่าสุนัขเข้าหาขนมขบเคี้ยวสูตรที่ 1 2 3 และ 4 ที่ร้อยละ 32.5 17.5 22.5 และ 27.5 เป็นอันดับแรก ตามลำดับ ซึ่งสรุปได้ว่า ขนมขบเคี้ยวทุกสูตรมีความน่ากินที่ใกล้เคียงกัน และผลการทดสอบประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ทั้ง 4 สูตรพบว่า อัตราการย่อยได้ที่ปรากฎของสารอาหารในกลุ่มสุนัขที่ได้รับขนมขบเคี้ยวที่มีจิ้งหรีดเป็นส่วนประกอบ (สูตรที่ 2-4) ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P>0.05) เมื่อเทียบกับกลุ่มสุนัขที่ได้รับขนมขบเคี้ยวที่ไม่มีจิ้งหรีดเป็นส่วนประกอบ (สูตรที่ 1) จากการทดลองสรุปได้ว่า ขนมขบเคี้ยวสำหรับสุนัขที่มีผงจิ้งหรีดเป็นส่วนประกอบในการศึกษานี้ มีความปลอดภัยต่อสุนัข ดังนั้นการขึ้นทะเบียนอาหารสัตว์และจำหน่ายในรูปแบบการค้าควรเป็นแนวทางที่ดำเนินการต่อไปในอนาคต