การพัฒนาความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน : กรณีข้าว
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อประมวลสถานการณ์ความมั่นคงทางอาหารของประเทศไทยในปัจจุบัน และเสนอแนวการสร้างตัวชี้วัดระบบการเตือนภัยความมั่นคงทางอาหารของประเทศ โดยใช้ข้าวเป็นกรณีศึกษา ภายใต้แนวคิดความมั่นคงทางอาหารใน 4 มิติของ FAO คือ การมีอาหารเพียงพอ การเข้าถึงอาหาร การใช้ประโยชน์อาหาร และการมีเสถียรภาพทางอาหาร จากการศึกษาสามารถรวบรวมตัวชี้วัดความมั่นคงทางอาหาร (ข้าว) ได้ทั้งสิ้น 35 ตัวชี้วัด และผลจากการจัดประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) สามารถคัดเลือกตัวชี้วัดความมั่นคงทางอาหาร (ข้าว) ที่เหมาะสมได้ 17 ตัวชี้วัด โดยมีการจัดลำดับความสำคัญของตัวชี้วัดในแต่ละมิติ พร้อมทั้งเสนอให้มีการจัดเก็บตัวชี้วัดใหม่เพิ่มเติม ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีความถี่อย่างน้อยเป็นรายปี เป็นข้อมูลในระดับภาคและระดับประเทศ สำหรับมิติการมีอาหารพอเพียง ประกอบด้วย 5 ตัวชี้วัด ซึ่งเรียงลำดับตามความสำคัญ ได้แก่ 1) สัดส่วนปริมาณการผลิตข้าวข้าวต่อปริมาณการส่งออกข้าว 4) สต็อกข้าวเฉลี่ยต่อครัวเรือนผู้มีรายได้น้อย และ 5) สัดส่วนของอัตราการขยายตัวของปริมาณผลผลิตข้าวต่ออัตราการขยายตัวของประชากร ขณะที่มิติการเข้าถึงอาหาร ประกอบด้วย 5 ตัวชี้วัด ซึ่งเรียงลำดับตามความสำคัญ ได้แก่ 1) สัดส่วนคนจน 2) รายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชากร 3) สัดส่วนรายจ่ายค่าข้าวสารและค่าอาหารที่ทำจากแป้งของครัวเรือนเกษตร 4) ความหนาแน่นของตลาด และ 5) ดัชนีราคาผู้บริโภค ชุดรายได้น้อย ในกลุ่มข้าว แป้ง และผลิตภัณฑ์จากแป้ง สำหรับมิติการใช้ประโยชน์อาหาร ประกอบด้วย 2 ตัวชี้วัด ซึ่งเรียงลำดับตามความสำคัญ ได้แก่ 1) ร้อยละของประชากรที่ได้รับปริมาณสารอาหารตามที่แนะนําให?บริโภคต่อวัน และ 2) อัตราการสูญเสียข้าวตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานข้าว ในส่วนของมิติการมีเสถียรภาพทางอาหาร ประกอบด้วย 5 ตัวชี้วัด ซึ่งเรียงลำดับตามความสำคัญ ได้แก่ 1) สัดส่วนพื้นที่เพาะปลูกข้าวที่ประสบภัยธรรมชาติโรคระบาด และศัตรูพืชระบาด 2) สัดส่วนของพื้นที่เพาะปลูกข้าวที่อยู่ในเขตชลประทาน 3) ดัชนีราคาข้าวที่เกษตรกรขายได้ 4) อัตราการว่างงาน และ 5) ดัชนีความมีเสถียรภาพทางการเมือง การสร้างดัชนีความมั่นคงทางอาหาร (ข้าว) ประกอบด้วยดัชนีย่อย 4 มิติ คือ ดัชนีมิติการมีอาหารพอเพียง ดัชนีมิติการเข้าถึงอาหาร ดัชนีมิติการใช้ประโยชน์อาหาร และดัชนีมิติการมีเสถียรภาพทางอาหาร จะประยุกต์ใช้สูตรดัชนีวัดประสิทธิผล (Effectiveness) และดัชนีรวม (Composite Index) เพื่อพัฒนาเป็นระบบเตือนภัยความมั่นคงทางอาหาร (ข้าว) และกำหนดเกณฑ์ในการวัดความมั่นคงทางอาหาร แต่เนื่องจากการศึกษาในครั้งนี้ยังขาดข้อมูลที่จะใช้ในการคำนวณดัชนีความมั่นคงทางอาหาร (ข้าว) จึงไม่สามารถกำหนดเกณฑ์การวัดความมั่นคงทางอาหารได้อย่างชัดเจน โดยในเบื้องต้นจะเสนอเกณฑ์การวัดเป็น 5 ระดับ คือ ต้องปรับปรุงอย่างเร่งด่วน ต้องปรับปรุง ปานกลาง ดี และดีมาก