ความมั่นคงทางอาหารของครัวเรือนเกษตรกรในจังหวัดน่าน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา โดยใช้ข้อมูลภาคตัดขวาง มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความ มั่นคงทางอาหาร และแนวทางการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของครัวเรือนเกษตรกรในจังหวัด น่าน กลุ่มตัวอย่างได้แก่หัวหน้าครัวเรือนหรือผู้มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับอาหารของครัวเรือนเกษตรกร จำนวน 120 คน ใช้แบบสัมภาษณ์เป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิง พรรณนาได้แก่ การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย การประเมินความมั่นคงทางอาหารของครัวเรือนเกษตรกรในจังหวัดน่านพิจาณาจาก องค์ประกอบ 2 ด้านคือด้านการมีอาหาร และด้านการเข้าถึงอาหาร แต่ละองค์ประกอบมีตัวแปรที่ สำคัญและน้ำหนักที่แสดงความสำคัญของตัวแปรเพื่อใช้ในการคำนวณที่แตกต่างกัน ด้านการมีอาหารมี 3 ตัวแปรคือ ที่ดิน ผลผลิตข้าวและปริมาณข้าวสำรองของครัวเรือน ผลการประเมินความมั่นคงทาง อาหารของครัวเรือนเกษตรกรด้านการมีอาหาร พบว่า ครัวเรือนเกษตรกรส่วนใหญ่ ร้อยละ 68.33 มี ความไม่มั่นคง ร้อยละ 31.67ค่อนข้างมั่นคง และไม่พบครัวเรือนที่มีความมั่นคงด้านการมีอาหาร ส่วน ด้านการเข้าถึงอาหารมี 3 ตัวแปรคือ รายได้ ค่าใช้จ่ายอาหาร และความหลากหลายของชนิดอาหารที่ บริโภคในครัวเรือน ผลการประเมินความมั่นคงทางอาหารของครัวเรือนเกษตรกรด้านการเข้าถึงอาหาร พบว่า ครัวเรือนเกษตรกรส่วนใหญ่ร้อยละ 40 มีความไม่มั่นคง ร้อยละ 36.67 มีความมั่นคง และร้อยละ 23.33 ค่อนข้างมั่นคง เมื่อได้ค่าความมั่นคงทางอาหารทั้ง 2 ด้านคือด้านการมีอาหารและการเข้าถึง อาหารแล้วนำมาประเมินร่วมกัน โดยกำหนดให้มีคะแนนถ่วงน้ำหนักความสำคัญเท่าๆกัน ทำการ ประเมินระดับความมั่นคงทางอาหารของครัวเรือนเกษตรกรในจังหวัดน่านให้เห็นภาพรวม พบว่า ครัวเรือนเกษตรกรร้อยละ 39.17 มีความมั่นคงทางอาหาร ร้อยละ 35 ไม่มั่นคงและร้อยละ 25.83 ค่อนข้างมั่นคง แนวทางการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของครัวเรือนเกษตรกรในจังหวัดน่าน ทำการศึกษา 3 ด้านคือ ด้านการบริหารจัดการครัวเรือน ด้านการสร้างเสริมอาชีพ และด้านการจัดการอาหารชุมชน โดยให้ครัวเรือนแสดงความเห็น พบว่า ครัวเรือนเกษตรกรกลุ่มตัวอย่าง เห็นด้วยมาก ทั้ง 3 แนวทาง