กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาข้อมูลความมั่นคงทางอาหารของชุมชนและแนวทางการเพิ่มความมั่นคงทางอาหารด้วยการอนุรักษ์ผักพื้นบ้านตามวิถีการเกษตรแบบยั่งยืน ซึ่งการวิจัยระยะแรกเป็นการสำรวจข้อมูลความมั่นคงทางอาหารของชุมชนตำบลแม่โป่ง ตำบลตลาดใหญ่ และตำบลแม่ฮ้อยเงิน อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ และในระยะที่สองได้ดำเนินการวิจัยพัฒนาพื้นที่ต้นแบบเพื่อสร้างรูปแบบแนวทางการเพิ่มความมั่นคงทางอาหารด้วยการอนุรักษ์ผักพื้นบ้านตามวิถีการเกษตรแบบยั่งยืน โดยดำเนินการในตำบลแม่ฮ้อยเงิน สำหรับการเก็บรวบรวมข้อมูลใช้วิธีผสมผสานเชิงปริมาณและคุณภาพ จากการใช้แบบสำรวจ การสัมภาษณ์ การสนทนากลุ่ม การจัดเวทีเรียนรู้ รวมทั้งการสังเกตแบบมีส่วนรวม มีการตรวจสอบข้อมูลแบบสามเส้า และนำเสนอในรูปแบบการพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า ชุมชนทั้งสามตำบลมีลักษณะความมั่นคงทางอาหารในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ย 4.15 ประกอบด้วย ความมั่นคงทางอาหารด้านความพอเพียงและการมีอยู่ของอาหาร 4.13 ความมั่นคงทางอาหารด้านการเข้าถึงอาหารและทรัพยากร 4.14 ความมั่นคงทางอาหารด้านการใช้ประโยชน์ 4.18 ความมั่นคงทางอาหารด้านเสถียรภาพของอาหาร 4.13 เมื่อแยกวิเคราะห์ตามตำบลพบว่า ตำบลแม่โป่ง ตำบลตลาดใหญ่และและตำบลแม่ฮ้อยเงินมีลักษณะความมั่นคงทางอาหารในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยที่ 4.15 , 4.08 และ 4.20 ตามลำดับ จากผลการวิจัยเพื่อสร้างพื้นที่ต้นแบบความมั่นคงทางอาหารในตำบลแม่ฮ้อยเงิน พบว่ามีผักพื้นบ้านจำนวน 197 ชนิด มีจำนวน 20 ชนิดเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ และสูญพันธุ์จากพื้นที่จำนวน 2 ชนิด สาเหตุเกิดจากการพัฒนาเพื่อความทันสมัยด้านระบบสาธารณูปโภคจึงรุกแหล่งผักพื้นบ้านตามธรรมชาติวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงสู่ความทันสมัย ความสะดวกในการซื้ออาหาร ค่านิยมคนรุ่นใหม่ ระบบการเกษตรพืชเชิงเดี่ยวและการซื้อเมล็ดพันธุ์ลักษณะการใช้ประโยชน์จากพืชผักพื้นบ้านพบว่า มีการใช้เพื่อเป็นอาหาร เป็นเครื่องเทศ การแปรรูปเพิ่มมูลค่า การใช้เป็นสมุนไพร การใช้ประดับตกแต่ง การขายสร้างรายได้ การใช้ประกอบพิธีกรรม การเป็นเครื่องใช้ครัวเรือน สำหรับวิธีการฟื้นฟูและอนุรักษ์ผักพื้นบ้านประกอบด้วย การปรับเปลี่ยนระบบการผลิตทางการเกษตรการลดใช้สารเคมี การใช้จุลลินทรีย์บำรุงดินพืช การฟื้นฟูพันธุ์ผักพื้นบ้าน การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์การปลูกผักสวนครัว การส่งเสริมพฤติกรรมการบริโภคผักพื้นบ้านการถ่ายทอดภูมิปัญญาการใช้ผักพื้นบ้านแก่เยาวชน ปัจจัยที่ส่งผลต่อการคงอยู่ของผักพื้นบ้านประกอบด้วยทำเลที่ตั้งของชุมชน เส้นทางคมนาคมที่สะดวกสบาย การสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอกชุมชน การมีผู้นำตามธรรมชาติ การรวมกลุ่มของชุมชน บทบาททางสังคมของผู้หญิงและผู้สูงอายุ ระบบเครือญาติ ระบบความสัมพันธ์ทางสังคม บทบาทวัดและพระสงฆ์ ลักษณะอาชีพ ภูมิปัญญาชุมชน และการมีพื้นที่เกษตรกรรมจากการวิเคราะห์ศักยภาพของชุมชนพบว่า ชุมชนมีจุดแข็งสำหรับการเสริมพลังชุมชนอนุรักษ์ผักพื้นบ้านด้วยวิถีเกษตรแบบยั่งยืนเพื่อความมั่นคงทางอาหารและชุมชน ดังนั้นจึงกำหนดวิสัยทัศน์ เป้าหมาย แผนงานและกิจกรรมเพื่อการดำเนินงานปี 2563 – 2565 โดยได้คัดเลือกกิจกรรมเพื่อดำเนินการระยะแรกจำนวน 11 กิจกรรมได้แก่ การรวบรวมข้อมูลชนิดและจำนวนของผักพื้นบ้านองค์ความรู้ภูมิปัญญาการใช้ประโยชน์จากผักพื้นบ้าน การจัดทำฐานข้อมูล การอบรมดูงานการฟื้นฟูผักพื้นบ้าน การปลูกผักสวนครัว การอบรมเทคนิคการทำเกษตรแบบยั่งยืนโดยการใช้สารชีวภาพ การอบรมเพิ่มมูลค่าและการใช้ประโยชน์จากผักพื้นบ้านการสร้างแหล่งเรียนรู้ผักพื้นบ้าน และการอบรมเยาวชน ผลการดำเนินงานตามกิจกรรมดังกล่าวสามารถเพิ่มผลผลิตการปลูกผักพื้นบ้าน ลดค่าใช้จ่าย ผลผลิตปลอดภัย เกษตรกรมีสุขภาพดี การปลูกผักพื้นบ้านเพิ่มขึ้นการฟื้นคุณภาพผักเอกลักษณ์ชุมชนคือแตงไทย และการเพิ่มจำนวนผักพื้นบ้านสร้างผลิตภัณฑ์จากผักพื้นบ้านเพื่อใช้ในครัวเรือนและสร้างรายได้ การเพิ่มเกษตรกรรายใหม่ การปลูกผักพื้นบ้านด้วยวิถีเกษตรแบบยั่งยืน เกิดแหล่งเรียนรู้ผักพื้นบ้าน และคนรุ่นใหม่เกิดความตระหนักเห็นคุณค่าของผักพื้นบ้าน เกษตรกรที่เข้าร่วมดำเนินงานมีความพึงพอใจต่อกระบวนการจัดกิจกรรมในระดับมากที่สุดโดยมีค่าเฉลี่ยที่ 4.50 มีความพึงพอใจต่อประโยชน์ด้านความรู้ หรือนวัตกรรมชุมชน ในระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยที่ 4.52 ประโยชน์ด้านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมส่วนบุคคลในระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยที่ 4.54 ประโยชน์ด้านการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ในระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยที่ 4.55 และประโยชน์ด้านมิติจิตวิญญาณ ในระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยรวมที่ 4.48
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. Basic principles observed and reported
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. identifying problem and identifying societal readiness