การพัฒนาระบบอาหาร (Food system) ของประเทศไทย: ระบบการผลิตสินค้าเกษตรและการแปรรูปอาหาร
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ระบบอาหาร หรือ “Food Systems” เป็นการมองภาพเชิงระบบและคำนึงความสัมพันธ์ (Interconnections) ของทุกกิจกรรมที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Food supply chains) ตั้งแต่การผลิต เก็บเกี่ยว แปรรูป การกระจายอาหาร ไปจนถึงการบริโภคและการจัดการของเสีย ระบบอาหารยังสัมพันธ์ โดยตรงกับระบบเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม การเมือง ระบบสุขภาพและโครงสร้างของประชากร รวมถึงเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของนวัตกรรมเทคโนโลยี ระบบอาหารจึงมีกระบวนการ ขั้นตอน และผู้ที่เกี่ยวข้อง จำนวนมาก ทั้งนี้ องค์การสหประชาชาติมีแนวคิดว่า ระบบอาหารเป็นกลไกสำคัญที่นำไปสู่การบรรลุเป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 2030) ระบบอาหารต้องปรับเปลี่ยนสู่ “ระบบอาหารยั่งยืน” ผลวิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์ระบบอาหารของไทยและสากลในภาพรวม ตามกรอบการดำเนินงาน ในการพัฒนาระบบอาหารที่ยั่งยืนทั้ง 5 ด้านของ UN มีข้อสรุปในเบื้องต้นว่า Action Track 1: การเข้าถึงอาหารและโภชนาการที่ดี เพียงพอ และปลอดภัย สถานการณ์การผลิต อาหารได้เพียงพอและการเข้าถึงอาหารของคนไทยปรับตัวดีขึ้น ดังเห็นได้จากผลิตภาพการผลิตที่เพิ่มขึ้น สัดส่วนคนยากจนด้านอาหารที่ลดลง แต่การส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงอาหารที่มีโภชนาการในระดับที่เหมาะสม และครบถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มคนยากจนและเปราะบางยังเป็นความท้าทาย Action Track 2: การปรับเปลี่ยนสู่การบริโภคที่ยั่งยืน ประชากรไทยยังมีปัญหาการบริโภคไม่ได้ ตามโภชนาการ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เนื่องจากขาดความสามารถในการเข้าถึงอาหาร พฤติกรรมการ บริโภคคำนึงถึงความชอบมากกว่าคุณค่าทางอาหาร และการขาดความเข้าใจที่แท้จริงด้านโภชนาการและ อาหารปลอดภัย และยังไม่ตระหนักถึงความสำคัญของการผลิตและบริโภคอย่างยั่งยืน สะท้อนถึงความจำเป็น ที่ต้องเร่งขับเคลื่อนอาหารศึกษาและอาหารยั่งยืน Action Track 3: ระบบการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม เป็นความท้าทายที่สะสมมายาวนาน เกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรผสมผสานเป็นแนวทางทำเกษตรกรรมในที่ดิน ขนาดเล็กที่ใช้หลักการบริหารจัดการและใช้ประโยชน์ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่เกษตรกรรายย่อย ส่วนใหญ่ยังไม่พร้อมปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิต เนื่องจากขาดแรงจูงใจด้านรายได้และตลาดที่ชัดเจน ส่วน ผู้ประกอบการแปรรูปอาหารเห็นความสำคัญและเริ่มปรับปรุงกระบวนการผลิต เพื่อลดการสูญเสียทรัพยากร และต้นทุน Action Track 4: ระบบอาหารที่เสมอภาคและเท่าเทียม สถานการณ์ด้านสิทธิทางสังคมและ คุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งระบบอาหารดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ด้อยโอกาส สตรี เด็ก กลุ่มชาติพันธุ์ และแรงงานตลอดห่วงโซ่การผลิต ขณะเดียวกัน ประเทศไทยมีเป้าหมายชัดเจนในการเพิ่มผลิตภาพการผลิต และยกระดับรายได้ของกลุ่มเกษตรกรรายย่อยและผู้ประกอบการอาหารขนาดเล็ก แต่ยังมีปัญหาการเข้าถึง ทรัพยากร แหล่งทุน องค์ความรู้และเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่อย่างเท่าเทียมในกลุ่มเกษตรกรรายย่อยและ ผู้ประกอบการอาหารขนาดเล็ก Action Track 5: ความสามารถในการปรับตัวรับวิกฤติ เกษตรกรรายย่อยยังเข้าไม่ถึงทรัพยากร แหล่งทุน องค์ความรู้ที่จำเป็นสำหรับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ในขณะที่วิกฤติต่างๆ เช่น การระบาดของโควิด-19 Food crisis ไม่ได้ทำให้ดัชนีราคาอาหารในประเทศเพิ่มขึ้นมาก เนื่องจากอาหาร ส่วนใหญ่ผลิตได้เองภายในประเทศ กลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือคนจนในเขตเมืองและแรงงานนอก ระบบที่ถูกเลิกจ้าง ทำให้ความสามารถในการเข้าถึงอาหารลดลง vii ทิศทางการผลิตสินค้าเกษตร (agriculture production) และแปรรูปอาหาร (Food processing) ต้องสามารถผลิตอาหารได้อย่างเพียงพอและปลอดภัยต่อผู้บริโภคทั้งในปัจจุบันและอนาคตแล้ว สามารถ สร้างรายได้ให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องในระบบอาหาร ก่อให้เกิดความเสมอภาคทางสังคมและเศรษฐกิจ มีการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ดิน น้ำ และมีการดูแลรักษาระบบนิเวศที่ดี ยกระดับประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ในการผลิตให้ดีขึ้น (Produce more with less) เพิ่มความสามารถในการปรับตัวต่อสภาพอากาศที่แปรปรวน ตลาดที่ผันผวน และ วิกฤติต่างๆ รวมถึงต้องมีระบบการค้าและนโยบายการค้าที่เป็นธรรม การจัดทำข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาระบบอาหารที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย ยกระดับกระบวนการผลิตและแปรรูปอาหาร มุ่งเน้นยกระดับกระบวนการผลิตและแปรรูปอาหารตลอดห่วงโซ่ การผลิต (supply chain) เพื่อนำไปสู่เป้าหมาย 2 ประการ ได้แก่ 1) ความมั่นคงด้านอาหารของประเทศ และ 2) ความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรและอาหาร 1. ความมั่นคงด้านอาหารของประเทศ มุ่งสร้างความมั่นคงด้านอาหารในระดับพื้นที่ ควบคู่กับการพัฒนา ระบบการผลิตในท้องถิ่น (Local supply chain) ส่งเสริมให้มีพัฒนาและใช้ประโยชน์นวัตกรรมเทคโนโลยี ยกระดับความสามารถการผลิต และต่อยอดใช้ประโยชน์ฐานข้อมูล สร้างความมั่นคงด้านอาหาร 1) เชื่อมโยงนโยบายระดับชาติสู่การสร้างความมั่นคงด้านอาหารระดับพื้นที่ • การใช้กลไกคณะกรรมการอาหารแห่งชาติทำหน้าที่ขับเคลื่อนให้เกิดการเชื่อมโยงแผน/นโยบาย ระดับชาติสู่การทำงานระดับพื้นที่ผ่านกลไกคณะกรรมการอาหาร (ปลอดภัย) ระดับจังหวัด • คกอช. ผลักดันให้คณะกรรมการอาหาร (ปลอดภัย) ระดับจังหวัดที่มีอยู่ในปัจจุบัน มีบทบาท หน้าที่ครอบคลุมการจัดการระบบอาหารด้านอื่นๆ ที่เชื่อมโยงทุกมิติ ทั้งการเกษตร สุขภาพ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม และมีองค์ประกอบคณะกรรมการฯ ครอบคลุมหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุปทาน • คกอช. กำหนดให้การจัดทำแผนปฏิบัติการจัดการระบบอาหารระดับจังหวัดเป็นโครงการสำคัญ ที่ต้องบรรลุ โดยแผนปฏิบัติการการจัดการระบบอาหารระดับจังหวัด ต้องสอดคล้องกับบริบท ของจังหวัดนั้นๆ 2) พัฒนา Local supply chain สร้างตลาดให้กับระบบการผลิตในท้องถิ่น • คกอช. เชื่อมโยงกับหน่วยงานรับผิดชอบ ได้แก่ ก.เกษตรและสหกรณ์ (กษ.) หอการค้าแห่ง ประเทศไทย และคณะกรรมการอาหาร (ปลอดภัย) ระดับจังหวัด ผลักดันให้กลุ่มเกษตรกร/ผู้ค้า/ SE นำระบบมาตรฐานและ traceability มาใช้สร้างความเชื่อถือให้กับผลผลิตในพื้นที่ • เชื่อมโยงผลผลิตในพื้นที่สู่ผู้บริโภค สร้างห่วงโซ่ระบบอาหารที่มีคุณค่า และคนในพื้นที่มี ความมั่นคงด้านอาหาร กลไกสำคัญคือ 1) คกอช. เชื่อมโยงกับหน่วยงานรับผิดชอบ เช่น กษ ก. สาธารณสุข (สธ.) ก.ศึกษาธิการ (ศธ) และคณะกรรมการอาหารระดับจังหวัด เสริมสร้างบทบาท ให้กลุ่มเกษตรกร/ผู้ค้า/SE มีความสามารถในการเชื่อมโยงผลผลิตสู่ผู้บริโภคโดยตรง เพื่อสร้าง ระบบการค้าที่เป็นธรรม 2) ส่งเสริมพัฒนาการใช้ digital platform technology สร้างช่องทาง การตลาดใหม่ เชื่อมโยง demand-supply 3) คกอช. มอบหมายให้ กษ./สธ./ก.มหาดไทย (มท.)/ SE คณะกรรมการอาหาร (ปลอดภัย) ระดับจังหวัด ร่วมกันบริหารจัดการนำข้อมูลความต้องการ ของตลาด มาใช้จัดการระบบการผลิตระดับพื้นที่ เช่น การขยายผลนำหลักการของ Thai School lunch/ From farm to school มาใช้จัดการ demand-supply อาหารระดับพื้นที่ viii • หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สสส. องค์กรภาคประชาสังคม SE ก.ศึกษาธิการ ร่วมกันสื่อสารให้ ผู้บริโภคมองเห็นคุณค่าของอาหาร ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ความสำคัญกับการบริโภคอาหาร ที่หลากหลาย การบริโภคตามฤดูกาล • คกอช. พิจารณาเพิ่มเติมเรื่อง local supply chain เป็นโครงการสำคัญของ (ร่าง) แผนปฏิบัติ การด้านการจัดการด้านอาหารของประเทศไทย ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2566-2570) พร้อมทั้งผลักดัน ให้เป็นโครงการสำคัญประจำปีเพื่อบรรจุเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติและความมั่นคงอาหาร 3) พัฒนาและใช้ประโยชน์นวัตกรรมเทคโนโลยียกระดับความสามารถการผลิต • อว. ผลักดันให้ หน่วยงานวิจัย/ สถาบันการศึกษาเร่งพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีควบคู่กับชุด ความรู้ เช่น ใช้กลไก Training hub ของมหาวิทยาลัยในพื้นที่ผ่านกลไก AIC อุทยานวิทยาศาสตร์ ภูมิภาค • Funding agency สนับสนุนทุนวิจัยพัฒนาโครงการระบบอาหารระดับพื้นที่ให้มากขึ้น • หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ก.เกษตร ก.อุตสาหกรรม อว. ส่งเสริมบทบาท startup วิสาหกิจเพื่อ สังคม (SE) ยกระดับสหกรณ์เป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่ กระจายความรู้สู่วงกว้าง • เสริมสร้างความรู้ผ่านระบบโรงเรียน (School-Based Agricultural Education System) สร้าง Change agents นำความรู้และเทคโนโลยีไปสู่ชุมชน/การใช้ประโยชน์ในวงกว้าง • คกอช. ผลักดันให้ กษ. ลงทุน/ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยน รูปแบบการผลิตสินค้าเกษตรและอาหาร • กษ. อว. เร่งขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนา/สร้าง Ecosystem ที่จำเป็นสำหรับการต่อยอดเทคโนโลยีสู่ การใช้ประโยชน์ • มาตรการทางการเงินส่งเสริมให้เกิดการปรับใช้เทคโนโลยี เช่น ธกส. เร่งขยายผลเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อการเข้าถึงเทคโนโลยี 4) จัดเก็บ/ต่อยอดใช้ประโยชน์ฐานข้อมูล สร้างความมั่นคงด้านอาหารระดับพื้นที่ • คกอช. ผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำ Food system profiling ระดับพื้นที่ ซึ่งเป็นการ จัดทำสถานภาพระบบอาหารระดับพื้นที่ (จังหวัด/อำเภอ/ตำบล) เพื่อให้เห็นภาพรวมของระบบ อาหาร ครอบคลุมตั้งแต่ ระบบการผลิตอาหารจนถึงการบริโภคและจัดการของเสีย • คกอช. พิจารณาเพิ่มเติมตัวชี้วัดและโครงการสำคัญ “การพัฒนาข้อมูล Food System Profiling ระดับพื้นที่” มีการจัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อน มีกลไกติดตามประเมินผลที่ชัดเจน • คกอช. ผลักดันให้คณะกรรมการอาหาร (ปลอดภัย) ระดับจังหวัดที่มีอยู่ในปัจจุบัน ร่วมกับ มหาวิทยาลัย/หน่วยงานวิจัย หน่วยงานในพื้นที่ เห็นประโยชน์และเร่งจัดทำ Food system profiling 5) การสร้างความสามารถในการรองรับวิกฤติของระบบอาหาร • ต่อยอดฐานข้อมูล crop calendar /TP Map/แผนที่ความเสี่ยง น้ำท่วม/แล้งซ้ำซาก รวมถึงการ กระตุ้นให้เกษตรกรในพื้นที่มีส่วนร่วมในการนำส่งข้อมูลเข้าระบบ โดยนำข้อมูลดังกล่าวไปวางแผน ปรับปรุงระดับความสามารถในการผลิตอาหารของจังหวัด และเชื่อมโยงกับข้อมูลสุขภาพ • คกอช. ประสานและมอบหมายให้หน่วยงานรับผิดชอบที่เกี่ยวข้อง กษ. จัดทำแผนรับมือ และ ฟื้นฟูด้านการเกษตรและอาหารเชิงรุก ครอบคลุม 1) ก่อนเกิดวิกฤติ 2) ระหว่างเกิดวิกฤติ และ 3) หลังจากวิกฤติ ix 2. ข้อเสนอเชิงนโยบาย การพัฒนาระบบการผลิตสินค้าเกษตรและแปรรูปอาหารเพื่อ “ความสามารถ ในการแข่งขัน” มีเป้าหมายหลักเพื่อขับเคลื่อนให้เกิดระบบ supply chain สินค้าเกษตรและอาหาร บนฐานความยั่งยืน 1) ขับเคลื่อนให้เกิดระบบ supply chain สินค้าเกษตรอาหารบนฐานความยั่งยืน • เสริมสร้างบทบาทผู้ประกอบการขนาดใหญ่ เป็นผู้ขับเคลื่อนการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยี ยกระดับ ประสิทธิภาพการผลิตของ SMEs และเกษตรกรรายย่อยที่อยู่ใน supply chain ให้อยู่บนฐาน ความยั่งยืน โดยใช้กลไกจูงใจด้วยการกำหนดราคารับซื้อที่สูงกว่า/ต่ำกว่า • ผู้ประกอบการได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี หรือใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานการวิจัยในสถาบันวิจัย/ อุทยานวิทยาศาสตร์ในราคาพิเศษ • อว. ส่งเสริมบทบาท startup/tech provider ทำหน้าที่ยกระดับประสิทธิภาพการผลิต ควบคู่กับ การใช้ Digital platform technology บริหารจัดการ/จัดหาวัตถุดิบที่ผลิตบนฐานยั่งยืน ให้กับ ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมแปรรูป/ผู้ค้า/ผู้ส่งออก • ก.อุตสาหกรรม ก.เกษตร ก.พาณิชย์ ร่วมผลักดันสร้างระบบการผลิตที่แบ่งปันประโยชน์ที่เป็นธรรม (Fair & Equitable Benefit sharing) - กลไกส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่มของเกษตรกรควบคุมคุณภาพผลผลิต เชื่อมโยงสู่ลูกค้า/ ผู้บริโภค มีคณะกรรมการกลุ่มการค้าที่เป็นธรรม - อุตสาหกรรม ใช้กลไกโครงการ Go Green เป็นกระบวนการขอการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียว ก.อุตสาหกรรม 2) พัฒนาและใช้ประโยชน์นวัตกรรมเทคโนโลยียกระดับความสามารถในการแข่งขัน (อาหารใหม่) • หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ก.อุตสาหกรรม ก.เกษตร ภาคเอกชน ก.พาณิชย์ อว. ภาคเอกชน ร่วมกันจัดทำแผนพัฒนาอาหารใหม่/ R&D roadmap ที่มุ่งเน้นเชื่อมโยงใช้วัตถุดิบภายในประเทศ และ สกสว./ PMU สนับสนุนทุนวิจัยมุ่งเป้าอย่างต่อเนื่อง รวมถึงจัดให้มีกลไกส่งเสริมการนำ ผลงานวิจัยไปพัฒนาต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์โดยการเชื่อมโยงกับสถาบันการเงิน • พัฒนา consortium อาหารใหม่ รัฐร่วมเอกชนทั้งในและต่างประเทศ พัฒนาเทคโนโลยีและ นวัตกรรม สร้างระบบ supply chain ระดับภูมิภาค- Regional Functional Food Hub • สร้างผู้ประกอบการอาหารใหม่ เช่น การใช้กลไกโครงการบ่มเพาะผู้ประกอบการอาหารรุ่นใหม่ สร้างนักรบอุตสาหกรรม อาหารพันธุ์ใหม่ (Food Warriors) ของสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) และกำหนดแรงจูงใจ (incentive) เพื่อสร้างแต้มต่อให้กับ SMEs อาหารใหม่ที่ใช้แหล่ง วัตถุดิบในประเทศ เช่น การให้เข้าถึงกลไกตลาดภาครัฐ เป็นต้น • ผลักดันให้มีหน่วยงานในภาคเอกชนที่ทำหน้าที่รับทดสอบทางคลินิก สำหรับผลิตภัณฑ์อาหาร เพื่อการกล่าวอ้างทางสุขภาพ แบบครบวงจร 3) ใช้ประโยชน์ฐานข้อมูล ยกระดับการผลิต และปรับตัวรับวิกฤติ • ต่อยอดใช้ประโยชน์ crop calendar จัดการระบบการผลิตที่สอดคล้องกับความพร้อมของ ทรัพยากรในพื้นที่และความต้องการของตลาด โดยอาจใช้กลกไกของคณะกรรมการอาหารแห่งชาติ ที่มีอยู่ หรือมอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรซึ่งเป็นหน่วยงานที่บริหารจัดการเรื่อง crop calendar เป็นผู้พัฒนาต่อยอดจากฐานข้อมูลที่มีอยู่ x • สศก. เป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สถาบันอาหาร ก.พาณิชย์ (พณ.) มกอช. และสมาคม/องค์กรภาคเอกชน เช่น หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศ ทำหน้าที่จัดเก็บรวบรวมข้อมูลให้เป็นระบบ เพื่อใช้ในการคาดการณ์และป้องกันวิกฤติต่างๆ (multi-risk early warning system) ที่มีต่อระบบการผลิตสินค้าเกษตรและแปรรูปอาหาร