การเสริมสารจากเปลือกมะละกอและเปลือกสับปะรดเพื่อเพิ่มผลผลิตปลากะพงและปลากดหลวงเชิงพาณิชย์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาการย่อยในหลอดอาหารด้วยวิธี in vitro digestibility และการเจริญเติบโตของปลากะพงและปลากดหลวงที่เลี้ยงด้วยอาหารผสมน้าคั่นจากเปลือกสับปะรด (PA) และ เปลือกมะละกอ (PP) ที่เลี้ยงในระบบน้าหมุนเวียน โดยมีอาหารทดลองที่มีโปรตีน 40 เปอร์เซ็นต์ สาหรับเลี้ยงปลากะพง และ 25 เปอร์เซ็นต์ สาหรับเลี้ยงปลากดหลวง แบ่งชุดทดลองเป็น 4 ชุดทดลอง 3 ซ้า คือ อาหารควบคุม (Control) อาหารผสมน้าคั่นจากเปลือกสับปะรด 5 มิลลิลิตรต่อกิโลกรัม (PA) อาหารผสมเปลือกมะละกอ 5 กรัมต่อกิโลกรัม (PP) และ อาหารผสมทั้งน้าคั่นจากเปลือกสับปะรด 5 มิลลิลิตรต่อกิโลกรัม และเปลือกมะละกอ 5 กรัมต่อกิโลกรัม (PA+PP) เลี้ยงเป็นระยะเวลา 90 วัน ผลการทดลองพบว่า การย่อยคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนของอาหารทดลอง 4 สูตร โดยเอนไซม์จากลาไส้ของปลากะพง สามารถย่อยอาหาร PA ได้ดีที่สุด ส่วนการย่อยคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนด้วยเอนไซม์จากลาไส้ของปลากดหลวง พบว่า สามารถย่อยอาหาร PP ได้ดีที่สุด ผลการเจริญเติบโตของปลากะพง พบว่า น้าหนักที่เพิ่มขึ้น ความยาวที่เพิ่มขึ้น การเจริญเติบโตเฉลี่ยต่อวัน อัตรารอดดีที่สุดในชุดทดลองที่ให้อาหาร PA+PP แต่ไม่แตกต่างทางสถิติ (p>0.05) ส่วนการเจริญเติบโตของ ปลากดหลวง พบว่า น้าหนักที่เพิ่มขึ้น ความยาวที่เพิ่มขึ้น และการเจริญเติบโตเฉลี่ยต่อวัน มีความแตกต่างอย่างมีนัยสาคัญในปลากดหลวงที่ได้รับอาหาร PP (p<0.05) และแตกต่างจากอาหาร Control ต้นทุนการผลิตของปลากะพงที่เลี้ยงด้วยอาหาร PA+PP เท่ากับ 81.21 บาทต่อกิโลกรัม และต้นทุนการผลิตของปลากดหลวงที่เลี้ยงด้วยอาหาร PP เท่ากับ 43.44 บาทต่อกิโลกรัม คุณภาพน้าในบ่อทดลองมีความเหมาะสมต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้าตามมาตรฐานของกรมควบคุมมลพิษ คาสาคัญ: ปลากะพง ปลากดหลวง เปลือกสับปะรด เปลือกมะละกอ การเจริญเติบโต ระบบน้าหมุนเวียน (RAS)