การอนุบาลปลากดหลวงในกระชังในบ่อเลี้ยงปลาของเกษตรกร ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนด้วยความหนาแน่นต่างกัน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การอนุบาลปลากดหลวงในกระชังที่แขวนในบ่อเลี้ยงปลาโดยใช้ความหนาแน่นต่างกัน 3 ระดับคือ 80, 100 และ120 ตัว/ลูกบาศก์เมตร ใช้ลูกปลากดหลวง อายุ 44 วัน ที่มีความยาวเริ่มต้นเฉลี่ย 1.09?0.44 นิ้ว น้ําหนักเฉลี่ย 0.22?0.07 กรัม ให้อาหารเม็ดสําหรับปลาวัยอ่อน โปรตีน 42% ให้กินจนอิ่มวันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 62 วัน โดยแบ่งเป็น 4 การทดลองในบ่อ ของเกษตรกร 4 ราย ที่มีขนาดแตกต่างกัน ผลการทดลองพบว่าการทดลองที่ 1 มีอัตราการเจริญเติบโตด้านน้ําหนักและความยาวมากที่สุด และในการทดลองที่ 1,3 และ5 ความหนาแน่น 80 ตัว/ลบ.ม. มีการเจริญเติบโตด้านน้ําหนักและความยาวมากที่สุด ยกเว้นในการทดลองที่ 2 ความ หนาแน่น 100 ตัว/ลบ.ม. มีการเจริญเติบโตด้านน้ําหนักและความยาวมากที่สุด, ในส่วนของอัตรารอด (%) ทุกการทดลอง พบว่ามีอัตราการรอดตายเฉลี่ยต่ําสุด 40.27 (%) และสูงสุด 53.00 (%) และ เมื่อนํามาวิเคราะห์ทางสถิติ พบว่าไม่แตกต่างกัน ในทุกความหนาแน่น (p>0.05) เมื่อพิจารณาต้นทุนการผลิต (บาท/ตัว) ทุกการทดลอง พบว่ามีค่าต้นทุนการผลิตต่ําที่สุดในการ ทดลองที่ 1 ที่ความหนาแน่น (120) 10.79 บาท/ตัว สุดที่สุดในการทดลองที่ 2 ความหนาแน่น (80) 16.68 บาท/ตัว และใน การทดลองที่ 1,2 และ4 ความหนาแน่น (120) จะมีต้นทุนต่ําที่สุด ยกเว้นการทดลองที่ 3 ความหนาแน่น (100) มีต้นทุนต่ํา ที่สุด ดังนั้นจากผลการทดลองในครั้งนี้ จึงสรุปได้ว่าความหนาแน่น 80 ตัว/ลบ.ม. เหมาะสมที่สุดสําหรับการอนุบาลลูกปลากด หลวงในกระชัง