การเสริมยีสต์แดง (Sporidiobolus pararoseus) เป็นสารดูดซับสารพิษจากเชื้อราในอาหารไก่ไข่
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
สารพิษจากเชื้อราเป็นสารประกอบทุติยภูมิที่สร้างจากเชื้อราซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพมนุษย์และสัตว์ ผนังเซลล์ของยีสต์แดงประกอบด้วยสารเบต้า-กลูแคน และแมนโนโอลิโกแซคคาไรด์เป็นหลัก ซึ่งอาจจะช่วยดูดซับสารพิษจากเชื้อราในระบบทางเดินอาหารได้แล้ว ยังช่วยให้สัตว์มีสุขภาพดีขึ้น เนื่องจากมีคุณสมบัติในการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของสัตว์ ดังนั้นวัตถุประสงค์ของการศึกษาครั้งนี้เพื่อศึกษาองค์ประกอบทางเคมี และประสิทธิภาพในการดูดซับสารพิษของยีสต์แดง (Sporidiobolus pararoseus) และผลของการเสริมยีสต์แดง เพื่อดูดซับพิษจากเชื้อราในอาหารไก่ไข่ จากการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีโดยประมาณ ยีสต์แดงประกอบด้วยโปรตีนโดยรวม 8.30% ไขมันโดยรวม 1.57% คาร์โบไฮเดรต 77.68% และพลังงานรวม (GE) 3,556 แคลอรีต่อกรัม จากการวิเคราะห์ด้วยเทคนิค Enzymatic determinations พบว่ายีสต์แดงผงประกอบด้วยเบต้า-กลูแคน 15% และผนังเซลล์ของยีสต์แดงประกอบด้วยเบต้า-กลูแคน 10.90% เมื่อศึกษาความสามารถในการดูดซับพิษจากเชื้อราของยีสต์แดงด้วยเทคนิคปฏิกิริยาไม่แข่งขันโดยใช้เอนไซม์อิมมูโนแอสเสย์ พบว่า ยีสต์แดงมีประสิทธิภาพในการดูดซับสารพิษจากเชื้อรา 3 ชนิด เทียบเท่ากับสารดูดซับพิษจากเชื้อราทางการค้า ได้แก่ อะฟลาทอกซิน บี1 (93 เทียบกับ 93%) ซีราลีโนน (99 เทียบกับ 99%) และ ทีทูทอกซิน (93 เทียบกับ 94%) และยังมีประสิทธิภาพในการดูดซับออคราทอกซิน เอ (99 เทียบกับ 84%) และดีออกซี่นิวาลีนอล (93 เทียบกับ 76%) มากกว่าสารดูดซับสารพิษจากเชื้อราทางการค้า ศึกษาประสิทธิภาพของยีสต์แดงในการเป็นสารดูดซับพิษจากเชื้อราในอาหารไก่ไข่ โดยใช้ไก่ไข่อายุ 23 สัปดาห์ จำนวน 864 ตัว (แบ่งเป็น 288 กรง กรงละ 3 ตัว) จัดกลุ่ม ทดลองแบบ 3 x 4 แฟคทอเรียล ในแผนการทดลองแบบสุ่มสมบูรณ์ ประกอบด้วยสารพิษจากเชื้อราที่ความเข้มข้น 2.5 ?g/ml ในอาหาร 3 ระดับ (0%, 50% และ 100%) และสารดูดซับพิษจากเชื้อรา 4 ระดับ (ไม่เสริม, เสริมสารดูดซับสารพิษจากเชื้อราเชิงการค้า 0.5 กรัมต่อกิโลกรัมอาหาร, เสริมยีสต์แดง 0.5 กรัมต่อกิโลกรัมอาหาร และเสริมยีสต์แดง 1.0 กรัมต่อกิโลกรัมอาหาร) แต่ละกลุ่มทดลองใช้ไก่ 6 ซ้ำ ซ้ำละ 4 กรง ทดลองเป็นเวลา 63 วัน พบว่าระดับการปนเปื้อนสารพิษจากเชื้อราและระดับของสารดูดซับพิษจากเชื้อรามีปฏิสัมพันธ์ร่วมต่อประสิทธิภาพการผลิตไข่ มวลไข่ ปริมาณอาหารที่กินเฉลี่ยต่อวัน และอัตราแลกไข่อย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติ (P<0.01) ไก่กลุ่มที่ได้รับอาหารปนเปื้อนสารพิษจากเชื้อรา 50% และ 100% มีประสิทธิภาพการผลิตไข่ มวลไข่ และอัตราแลกไข่ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) ในขณะที่ไก่กลุ่มที่ได้รับยีสต์แดง 0.5 และ 1.0 กรัมต่อกิโลกรัมอาหาร มีประสิทธิภาพการผลิตไข่ มวลไข่ ปริมาณอาหารที่กินเฉลี่ยต่อวัน และอัตราแลกไข่ ที่ดีกว่ากลุ่มอื่น ๆ อย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติ (P<0.01) ไก่กลุ่มที่เสริมยีสต์แดง 0.5 และ 1.0 กรัมต่อกิโลกรัมอาหาร ในอาหารที่ปนเปื้อนสารพิษจากเชื้อรา 100% มีประสิทธิภาพการผลิตไข่สูงกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับการเสริมสารดูดซับสารพิษจากเชื้อราอย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติ (P<0.01) แต่ไม่พบปฏิสัมพันธ์ร่วมระหว่างอาหารที่ปนเปื้อนพิษจากเชื้อรากับสารดูดซับสารพิษจากเชื้อราต่ออัตราการตาย คุณภาพไข่ภายใน และคุณภาพไข่ภายนอกของไก่ไข่ (P>0.05) จากการศึกษาทั้งหมดพบว่า การเสริมยีสต์แดงในอาหารไก่ไข่ที่ระดับ 1.0 กรัมต่อกิโลกรัมอาหาร สามารถลดความเสียหายที่เกิดจากการปนเปื้อนสารพิษจากเชื้อราในอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ