ความปลอดภัยและประสิทธิภาพต้านก่อการกลายจากอะฟลาทอกซินบีหนึ่งของยีสต์แดง (Sporidiobolus pararoseus) ในหนูทดลอง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การปนเปื้อนของสารพิษจากเชื้อราในผลิตผลทางการเกษตร ก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจและส่งผลต่อสุขภาพของสัตว์ รวมไปถึงมนุษย์ ยีสต์แดง (Sporidiobolus pararoseus) น่าจะนำมาใช้ดูดซับสารพิษจากเชื้อราซึ่งเป็นวิธีการทางชีวภาพที่ปลอดภัย เนื่องจากบริเวณผนังเซลล์ของยีสต์ประกอบไปด้วยเบต้า-กลูแคน (beta-glucan) และแมนโนโอลิโกแซคคาไรด์ (manno-oligosaccharides) ซึ่งมีคุณสมบัติดูดซับสารพิษ จากการศึกษาก่อนหน้าพบว่า ผนังเซลล์ยีสต์แดงมีองค์ประกอบของโพลีแซคคาไรด์ใกล้เคียงกับองค์ประกอบของผนังเซลล์ของยีสต์มาตรฐานที่ถูกนำมาใช้ดูดซับสารพิษในอาหารสัตว์ นอกจากนี้ยีสต์แดงยังประกอบไปด้วยสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์หลายชนิด เช่น เบต้า-แคโรทีน (beta- carotene) โทรูลีน (torulene) และ โทรูลาโรดิน (torularhodin) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและต้านมะเร็ง แต่อย่างไรก็ตามยังไม่มีการศึกษาเกี่ยวกับฤทธิ์ทางชีวภาพของยีสต์แดงอย่างแพร่หลาย อีกทั้งยังไม่มีการศึกษาถึงความปลอดภัยและฤทธิ์ต้านมะเร็งของยีสต์แดง ดังนั้นผู้วิจัยจึงได้ทำการศึกษาถึงความปลอดภัยและฤทธิ์ป้องกันมะเร็งตับในระยะเริ่มต้นของยีสต์แดงในสัตว์ทดลอง การศึกษาองค์ประกอบทางเคมีของยีสต์แดง ทำโดยนำผงยีสต์แดงมาสกัดด้วยตัวทำละลายชนิดต่าง ๆ ได้แก่ เฮกเซน อะซิโตน และน้ำร้อน พบว่า องค์ประกอบทางเคมีที่สำคัญที่พบในผงยีสต์แดงและสารสกัดส่วนน้ำร้อน ได้แก่ สารในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตชนิดเบต้า-กลูแคนซึ่งมักพบเป็นองค์ประกอบหลักของผนังเซลล์ยีสต์ ส่วนกากยีสต์แดงที่เหลือจากการสกัด พบว่า มีโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตเป็นองค์ประกอบหลัก ในขณะที่สารสกัดส่วนอะซิโตน พบสารประกอบฟีนอลิกเป็นองค์ประกอบอยู่ และในสารสกัดส่วนเฮกเซนพบอนุพันธ์ของสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ ได้แก่ เบต้า-แคโรทีน และไลโคปีน เป็นต้น การศึกษาฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์และฤทธิ์ต้านการกลายพันธุ์ของผงยีสต์แดงและสารสกัดยีสต์แดงชนิดต่าง ๆ ด้วยวิธี Salmonella mutation assay พบว่า ผงยีสต์แดง สารสกัดยีสต์แดงชนิดต่าง ๆ ได้แก่ สารสกัดส่วนเฮกเซน สารสกัดส่วนอะซิโตน และสารสกัดส่วนน้ำร้อน และกากของยีสต์แดงนั้นไม่มีฤทธิ์ก่อการกลายพันธุ์ในแบคทีเรียซัลโมเนลลา ธัยฟิมิวเรียม (Samonella typhimurim) ทั้งสายพันธุ์ TA 98 และ TA100 ทั้งในสภาวะที่มีและไม่มีเอมไซน์กระตุ้น นอกจากนี้จากการศึกษาฤทธิ์ต้านการกลายพันธุ์ของผงยีสต์แดง และสารสกัดยีสต์แดงชนิดต่าง ๆ ในแบคทีเรียซัลโมเนลลา ธัยฟิมิวเรียม ทั้ง 2 สายพันธุ์ซึ่งถูกเหนี่ยวนำให้เกิดการกลายพันธุ์ด้วยสารอะฟลาทอกซินบีหนึ่ง (AFB1) ในสภาวะที่มีเอมไซน์กระตุ้น พบว่า สารสกัดยีสต์ส่วนเฮกเซนมีฤทธิ์ต้านการกลายพันธุ์ได้สูงสุด ดังนั้นจากการทดลองนี้จึงสามารถสรุปได้ว่า ผงยีสต์แดงและสารสกัดยีสต์แดงชนิดต่าง ๆ ไม่มีฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ และสารสกัดยีสต์แดงส่วนเฮกเซนมีฤทธิ์ต้านการกลายพันธุ์สูงสุดในสภาวะจำลอง การศึกษาความเป็นพิษแบบเฉียบพลันของผงยีสต์แดงในสัตว์ทดลอง พบว่าผงยีสต์แดงไม่มีความเป็นพิษแบบเฉียบพลันในหนูแรทเพศเมีย และจากการศึกษาความเป็นพิษกึ่งเรื้อรังของผงยีสต์แดง พบว่าผงยีสต์แดงไม่มีความเป็นพิษทั้งในหนูแรทเพศผู้และเพศเมีย แม้ว่าจะมีการตรวจพบพยาธิสภาพที่เกิดขึ้นในหนูเพศผู้หรือเพศเมียที่ได้รับยีสต์แดงในบางอวัยวะ เช่น ตับ ปอด และท่อเก็บตัวอสุจิ (epididymis) แต่ก็พบประมาณ 20-40% ของหนูทั้งหมดเท่านั้น ดังนั้นจากผลการทดสอบความปลอดภัยของผงยีสต์แดงทั้งแบบเฉียบพลันและกึ่งเรื้อรังจึงสามารถสรุปได้ว่า ผงยีสต์แดงมีความปลอดภัยในสัตว์ทดลอง ในส่วนของการศึกษาฤทธิ์ต้านการกลายพันธุ์ของผงยีสต์แดงและสารสกัดยีสต์แดงชนิดต่าง ๆ ในโมเดลหนูทดลองด้วยวิธีไมโครนิวเคลียส พบว่า ผงยีสต์แดง สารสกัดยีสต์แดงส่วนเฮกเซน สารสกัดยีสต์แดงส่วนน้ำร้อน และกากของยีสต์แดงไม่ได้เหนี่ยวนำการเกิดไมโครนิวเคลียสในตับหนูทดลอง นอกจากนี้ยังพบว่า ผงยีสต์แดง และสารสกัดของยีสต์ส่วนเฮกเซนสามารถลดจำนวนไมโครนิวเคลียสที่ถูกเหนี่ยวนำโดยอะฟลาทอกซินบีหนึ่ง (AFB1) ลงได้อย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) และเมื่อศึกษาถึงกลไกการยับยั้งการเกิดการกลายพันธุ์ของผงยีสต์แดงและสารสกัดของยีสต์แดงส่วนต่าง ๆ พบว่า สารสกัดส่วนเฮกเซนช่วยลดการทำงานของเอนไซม์ CYP1A2 และเพิ่มการทำงานของ GST ในหนูที่ได้รับอะฟลาทอกซินบีหนึ่งได้ จากงานวิจัยนี้สามารถสรุปผลได้ว่า ผงยีสต์แดงมีความปลอดภัยในหนูแรททั้งเพศผู้และเพศเมีย ทั้งยังพบว่า สารสกัดยีสต์แดงส่วนเฮกเซนนอกจากจะมีฤทธิ์ต้านการกลายพันธุ์สูงที่สุดในแบคทีเรียซัลโมเนลลา ธัยฟิมิวเรียมทั้ง 2 สายพันธุ์แล้วยังมีประสิทธิภาพในการป้องกันการกลายพันธุ์ที่ถูกเหนี่ยวนำโดยสารก่อมะเร็งตับในหนูทดลองได้อีกด้วย ซึ่งกลไกการป้องกันการกลายพันธุ์ของสารสกัดยีสต์แดงส่วนเฮกเซนในหนูทดลองนั้นน่าจะเกิดจากการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์กำจัดสารแปลกปลอมในระยะที่ 1 และเพิ่มการทำงานของเอนไซม์กำจัดสารแปลกปลอมในระยะที่ 2 ซึ่งคาดว่าสารที่มีฤทธิ์ยับยั้งการเกิดการกลายพันธุ์ในแบคทีเรียและสัตว์ทดลองน่าจะเป็นสารในกลุ่มอนุพันธุ์ของแคโรทีนอยด์ที่พบในสารสกัดยีสต์แดงส่วนเฮกเซนนั้นเอง