การใช้ประโยชน์จากสารทุติยภูมิจากเห็ดแครง (Schizophyllum commune) ในการเป็นสารต้านจุลินทรีย์ก่อโรค และสารกระตุ้นภูมิคุ้มกันในระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการศึกษาคุณสมบัติในการออกฤทธิ์ทางชีวภาพในการเป็นสารต้านแบคทีเรียก่อโรคในสัตว์น้ำและคุณสมบัติในการออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดหยาบ และกลุ่มสารทุติยภูมิจากเห็ดแครงในตัวทำละลายอินทรีย์ที่แตกต่างกัน รวมทั้งการประยุกต์ใช้สารสกัดจากเห็ดแครงเหลือทิ้งต่อการต้านทานความเครียดแบบออกซิเดชั่นในการเพาะเลี้ยงปลาเศรษฐกิจ ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าสารสกัดจากเห็ดแครงที่ได้ด้วยตัวทำลายต่าง ๆ กัน ประกอบด้วยเฮกเซน, ไดคลอโรมีเทน,เอทิลอะซีเตท, 2-บิวทานอล, เอทิลแอลกอฮอล์, เมทานอลและน้ำและแยกสารทุติยภูมิด้วยวิธี TLC, HPLC, VLC และ GC-MS มีสารที่เหมือนกันที่พบอยู่ในชั้นตัวทำละลายที่ต่างกันหลายชนิด เช่น กรดไขมัน โปรตีน แทนนิน เป็นต้น สามารถบ่งบอกได้ว่า ตัวทำละลาย ที่มีขั้วใกล้เคียงกัน สามารถใช้สกัดสารจากเห็ดแครงได้ โดยที่ให้ผลการสกัดเหมือนกัน เช่น water กับ methanol หรือ ethanol กับ 2-butanol หรือ hexane กับ dichloromethaneเมื่อนำสารสกัดการทดสอบการออกฤทธิ์ทางชีวภาพ2 ด้านคือการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียก่อโรคในสัตว์น้ำ 2 ชนิดคือ Aeromonas hydrophilaและ Streptococcu agalactiaeพบว่าสารสกัดหยาบ รวมถึงสารสกัดกึ่งบริสุทธิ์ หรือสารสกัดบริสุทธิ์จากการทำละลายด้วยตัวทำละลายทั้ง 7 ชนิด ไม่สามารถออกฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียก่อโรคทั้ง 2 ชนิดได้ แสดงให้เห็นว่าเห็ดแครงไม่มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียก่อโรคแต่สารสกัดหยาบเห็ดแครงมีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระโดยเห็ดแครงที่สกัดด้วยเมทานอลมีความสามารถในการดักจับอนุมูลอิสระสูงที่สุดแต่ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับคือเห็ดแครงที่สกัดด้วย 2-บิวทานอล รองลงมาคือเห็ดแครงที่สกัดด้วยไดคลอโรมีเทน เฮกเซน และน้ำ ในขณะที่เห็ดแครงที่สกัดด้วยเอทิลอะซิเตท และเอทิลแอลกอฮอล์มีความสามารถในการดักจับอนุมูลอิสระต่ำที่สุดเมื่อนำสารสกัดเห็ดแครงด้วยตัวทำละลายต่างชนิดประกอบด้วย สารสกัดเมทานอล 2-บิวทานอล ไดคลอโรมีเทน และน้ำ ผสมในอาหารเพื่อศึกษาผลต่อการต้านทานความเครียดแบบออกซิเดชันในอาหารปลาที่ระดับ 0.5% เปรียบเทียบกับปลาที่ได้รับอาหารชุดควบคุม และอาหารทางการค้า รวมทั้งอาหารที่มีส่วนผสมของเห็ดแครงป่นที่ระดับ 1% ทำการทดลองในปลาดุก เป็นระยะเวลา 2 เดือน พบว่าปลาที่ได้รับสารสกัดเห็ดแครงด้วยเมทานอล มีผลลดการเกิดลิพิดเปอร์ออกซิเดชั่น แต่ไม่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับปลาที่ได้รับสารสกัดจากเห็ดแครงที่สกัดด้วยบิวทานอล และไดคลอโรมีเทน นอกจากนั้นยังมีผลต่อค่ากิจกรรมเอนไซม์คะตะเลส โดยปลาที่ได้รับอาหารผสมสารสกัดเห็ดแครงด้วยไดคลอโรมีเทน และน้ำมีค่ากิจกรรมเอนไซม์คะตะเลสสูงสุด แต่ไม่มีผลต่อค่ากิจกรรมอัลคาไลน์ฟอสฟาเตสและกิจกรรมเอนไซม์ไลโซไซม์ การศึกษาในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของสารสกัดจากเห็ดแครงที่สามารถใช้เป็นสารป้องกันความเครียดแบบออกซิเดชันในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้ อันจะเพิ่มมูลค่าของวัสดุเหลือทิ้งจากการเกษตรกรได้